ความปลอดภัยงานเชื่อมไฟฟ้าที่นายจ้างต้องปฏิบัติ
การทำงานเครื่องเชื่อมไฟฟ้า เป็นงานที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างสูง เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ออันตรายหลายประการ ทั้งต่อตัวผู้ปฏิบัติงานและทรัพย์สิน ดังนั้น นายจ้างจึงมีหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยของพนักงานที่ปฏิบัติงานเชื่อม โดยต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้
ความปลอดภัยงานเชื่อมไฟฟ้าที่นายจ้างต้องปฏิบัติ
นายจ้างจึงมีหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยของพนักงานที่ปฏิบัติงานเชื่อม โดยต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้
1. จัดให้มีเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้
นายจ้างต้องจัดเตรียมเครื่องดับเพลิงชนิดที่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เช่น ถังดับเพลิง มาวางไว้ในบริเวณที่ใช้ในการเชื่อมโลหะ เพื่อใช้ในกรณีเกิดเหตุไฟไหม้ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้บ่อยในการทำงานประเภทนี้
เหตุผลที่ต้องมีเครื่องดับเพลิง
- การเชื่อมโลหะเป็นแหล่งกำเนิดประกายไฟ กระบวนการเชื่อมโลหะจะก่อให้เกิดประกายไฟ ซึ่งอาจลุกลามไปติดวัสดุที่ติดไฟง่ายได้ง่าย
- วัสดุที่ใช้ในการเชื่อมมักเป็นวัสดุที่ติดไฟได้ ทั้งโลหะที่นำมาเชื่อมและวัสดุที่ใช้รองรับชิ้นงาน อาจเป็นวัสดุที่ติดไฟได้
- ควันและก๊าซจากการเชื่อมอาจเป็นอันตราย ควันและก๊าซที่เกิดจากการเชื่อมบางชนิดอาจมีฤทธิ์กัดกร่อนและติดไฟได้
ประเภทของเครื่องดับเพลิงที่เหมาะสม
- ชนิดผงเคมีแห้ง เหมาะสำหรับดับเพลิงประเภททั่วไป รวมถึงไฟที่เกิดจากวัสดุติดไฟและไฟจากเครื่องใช้ไฟฟ้า
- ชนิดคาร์บอนไดออกไซด์ เหมาะสำหรับดับเพลิงประเภทไฟไหม้วัสดุไฟฟ้า เนื่องจากไม่นำไฟฟ้าและไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
- ชนิดโฟม เหมาะสำหรับดับเพลิงประเภทไฟไหม้วัสดุเหลว เช่น น้ำมัน
- ชนิดฮาลอน มีประสิทธิภาพสูงในการดับเพลิง แต่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงไม่นิยมใช้กันมากนัก
ข้อควรระวังเพิ่มเติม
- ฝึกอบรมพนักงาน จัดให้พนักงานทุกคนที่ทำงานในพื้นที่เชื่อมได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับวิธีการใช้เครื่องดับเพลิงอย่างถูกต้อง สนใจอบรมดับเพลิงขั้นต้น คลิกที่นี่
- ติดป้ายเตือน ติดป้ายเตือนเกี่ยวกับอันตรายจากไฟไหม้และตำแหน่งของเครื่องดับเพลิงในบริเวณที่ทำงาน
- จัดเตรียมเส้นทางหนีไฟ จัดเตรียมเส้นทางหนีไฟที่ชัดเจนและปลอดภัย
การจัดเตรียมเครื่องดับเพลิงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของมาตรการความปลอดภัยในการทำงานเชื่อมโลหะ นายจ้างควรปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและรักษาความปลอดภัยให้กับพนักงานทุกคน
2.จัดให้มีอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัย
นายจ้างต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล (PPE: Personal Protective Equipment) ให้เพียงพอและเหมาะสมกับงานเชื่อมโลหะแก่พนักงานทุกคนที่ปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการทำงาน เช่น แสงจากการเชื่อม ความร้อน เศษโลหะ และสารเคมี
เหตุผลที่ต้องใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัย
- ป้องกันอันตรายต่อร่างกาย อุปกรณ์ PPE ช่วยป้องกันดวงตา ใบหน้า ผิวหนัง และระบบทางเดินหายใจจากอันตรายที่เกิดจากการเชื่อมโลหะ
- ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ การสวมใส่ PPE จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน เช่น ไฟไหม้ การบาดเจ็บจากเศษโลหะ
- เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เมื่อพนักงานรู้สึกปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ ก็จะสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ประเภทของอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยที่จำเป็นสำหรับงานเชื่อม
- หน้ากากเชื่อม ป้องกันดวงตาจากแสงจ้าและรังสีอันตรายจากการเชื่อม
- ถุงมือหนังหรือถุงมือที่ทนความร้อน ป้องกันมือจากความร้อนและเศษโลหะ
- รองเท้านิรภัย ป้องกันเท้าจากความร้อน เศษโลหะ และวัตถุตกใส่
- หมวกและแผ่นปิดหน้าอก ป้องกันศีรษะและลำตัวจากประกายไฟและเศษโลหะ
การจัดเตรียมอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยให้กับพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันอันตรายจากการทำงานเชื่อมโลหะ นายจ้างควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
3.จัดบริเวณที่ปฏิบัติงานไม่ให้มีวัสดุที่ติดไฟง่ายวางอยู่
ก่อนเริ่มงานเชื่อมโลหะ เราต้องจัดเตรียมพื้นที่ทำงานให้ปลอดโปร่ง ไม่มีวัสดุที่ติดไฟง่าย เช่น กระดาษ กล่อง ไม้ หรือสารเคมีไวไฟ วางอยู่ใกล้บริเวณที่กำลังจะทำการเชื่อม เพราะประกายไฟจากการเชื่อมอาจลอยไปติดวัสดุเหล่านี้ได้ง่าย ทำให้เกิดไฟไหม้ได้
เหตุผลที่ต้องปฏิบัติตาม
- ป้องกันการเกิดไฟไหม้ การเชื่อมโลหะจะก่อให้เกิดประกายไฟและความร้อนสูง ซึ่งหากมีวัสดุติดไฟอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ก็อาจทำให้เกิดการลุกไหม้ได้ง่าย
- ลดความเสียหาย หากเกิดไฟไหม้ขึ้นมา อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและร่างกายของผู้ปฏิบัติงานได้
- เพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน การจัดเตรียมพื้นที่ทำงานให้ปลอดภัยจากวัสดุที่ติดไฟง่าย จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากไฟไหม้
วิธีการปฏิบัติ
- เคลียร์พื้นที่ ก่อนเริ่มงาน ให้เคลียร์พื้นที่ทำงานให้โล่ง ไม่มีสิ่งของหรือวัสดุใดๆ วางอยู่ใกล้บริเวณที่จะทำการเชื่อม
- จัดเก็บวัสดุที่ติดไฟ วัสดุที่ติดไฟง่าย เช่น กล่อง กระดาษ หรือสารเคมีไวไฟ ควรนำไปจัดเก็บในที่ปลอดภัย ห่างจากบริเวณที่ทำงาน
- ใช้ฉากกันไฟ หากไม่สามารถเคลื่อนย้ายวัสดุที่ติดไฟได้ทั้งหมด ให้ใช้ฉากกันไฟหรือผ้าชุบน้ำมาปิดกั้นบริเวณดังกล่าว
- ตรวจสอบพื้นที่ ก่อนเริ่มงาน ตรวจสอบพื้นที่ทำงานอีกครั้งให้แน่ใจว่าไม่มีวัสดุติดไฟหลงเหลืออยู่
- จัดเตรียมอุปกรณ์ดับเพลิง ควรมีเครื่องดับเพลิงพร้อมใช้งานในบริเวณใกล้เคียง
การจัดเตรียมพื้นที่ทำงานให้ปลอดภัยจากวัสดุที่ติดไฟง่ายเป็นขั้นตอนสำคัญในการป้องกันอัคคีภัยในการทำงานเชื่อมโลหะ การปฏิบัติตามข้อควรระวังเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและรักษาความปลอดภัยให้กับผู้ปฏิบัติงานทุกคน
4.จัดให้มีฉากกั้น หรืออุปกรณ์ป้องกันอันตรายอื่นๆ ที่เหมาะสม
เหตุผลที่ต้องปฏิบัติตาม
- ป้องกันอันตรายต่อบุคคลอื่น ประกายไฟและเศษโลหะจากการเชื่อมอาจกระเด็นไปถูกบุคคลอื่นที่ทำงานอยู่ใกล้เคียง ทำให้เกิดการบาดเจ็บได้
- ป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สิน ประกายไฟอาจลอยไปติดวัสดุที่ติดไฟง่าย เช่น ผ้า ม่าน หรือเฟอร์นิเจอร์ ทำให้เกิดไฟไหม้ได้
- สร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย การจัดเตรียมฉากกั้นหรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยมากขึ้น
ตัวอย่างอุปกรณ์ป้องกันอันตรายที่เหมาะสม
- ฉากกันไฟ เป็นแผ่นวัสดุที่ทนความร้อนสูง ใช้กั้นบริเวณที่กำลังทำการเชื่อม เพื่อป้องกันไม่ให้ประกายไฟกระเด็นไปยังบริเวณอื่น
- ผ้าใบกันไฟ ใช้คลุมวัสดุที่ติดไฟง่าย หรือใช้เป็นฉากกั้นชั่วคราว
- แผ่นป้องกันรังสี ใช้ป้องกันรังสีอันตรายที่เกิดจากการเชื่อม
- รั้วกั้น ใช้กั้นบริเวณที่ทำงานเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาในพื้นที่
วิธีการเลือกใช้อุปกรณ์
- ประเมินความเสี่ยง ประเมินความเสี่ยงของการทำงาน เช่น ขนาดของงานเชื่อม ประเภทของวัสดุที่เชื่อม และตำแหน่งที่ตั้งของพื้นที่ทำงาน
- เลือกวัสดุที่เหมาะสม เลือกใช้วัสดุที่ทนความร้อนสูงและไม่ติดไฟ
- ติดตั้งให้ถูกวิธี ติดตั้งฉากกั้นหรืออุปกรณ์ป้องกันอื่นๆ ให้มั่นคงแข็งแรง และครอบคลุมพื้นที่ที่ต้องการป้องกัน
5.จัดสถานที่ปฏิบัติงานให้มีแสงสว่าง และการระบายอากาศอย่างเหมาะสม
พื้นที่ที่ใช้ในการเชื่อมโลหะควรมีแสงสว่างเพียงพอ เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถมองเห็นชิ้นงานและอุปกรณ์ต่างๆ ได้ชัดเจน และควรมีระบบระบายอากาศที่ดี เพื่อลดความเข้มข้นของควันและก๊าซพิษที่เกิดจากการเชื่อม ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน
เหตุผลที่ต้องปฏิบัติตาม
- ความปลอดภัย แสงสว่างที่เพียงพอจะช่วยลดความผิดพลาดในการทำงาน และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ เช่น การบาดเจ็บจากเศษโลหะ
- สุขภาพ การระบายอากาศที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูดดมควันและก๊าซพิษ ซึ่งอาจก่อให้เกิดโรคทางเดินหายใจได้
- ประสิทธิภาพในการทำงาน สภาพแวดล้อมในการทำงานที่สว่างและสะอาด จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและลดความเมื่อยล้าของผู้ปฏิบัติงาน
วิธีการจัดการแสงสว่างและการระบายอากาศ
- แสงสว่าง
- ติดตั้งหลอดไฟ: เลือกใช้หลอดไฟที่มีแสงสว่างสม่ำเสมอและเพียงพอ
- ปรับทิศทางแสง: ปรับทิศทางของหลอดไฟให้ส่องไปยังบริเวณที่ทำงานโดยตรง
- หลีกเลี่ยงเงา: จัดวางหลอดไฟให้เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงเงาที่บดบังการมองเห็น
- การระบายอากาศ
- เปิดช่องระบายอากาศ: เปิดหน้าต่าง ประตู หรือช่องระบายอากาศ เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
- ใช้พัดลม: ติดตั้งพัดลมดูดอากาศเพื่อดูดควันและก๊าซพิษออกจากพื้นที่ทำงาน
- ระบบระบายอากาศกลาง: สำหรับพื้นที่ทำงานขนาดใหญ่ อาจต้องติดตั้งระบบระบายอากาศกลาง
การจัดให้มีแสงสว่างและการระบายอากาศที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสำหรับงานเชื่อมโลหะ การปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและโรคจากการทำงาน
6. นายจ้างต้องควบคุมดูแลไม่ให้ลูกจ้าง หรือผู้ซึ่งไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณที่มีการทำงานด้วยเครื่องเชื่อมไฟฟ้า
นายจ้างต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานเชื่อมเข้าไปในบริเวณที่กำลังทำการเชื่อมอยู่ ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้างคนอื่นๆ หรือบุคคลภายนอก เนื่องจากการเชื่อมโลหะเป็นงานที่มีความเสี่ยงสูง อาจเกิดอันตรายจากประกายไฟ ความร้อน เศษโลหะ หรือรังสีอันตรายได้
เหตุผลที่ต้องปฏิบัติตาม
- ป้องกันอันตรายต่อบุคคลอื่น การจำกัดพื้นที่ทำงานจะช่วยป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นที่ไม่รู้เท่าทันอันตรายเข้ามาในบริเวณที่อาจเกิดอันตรายได้
- เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เมื่อไม่มีบุคคลอื่นมาขัดขวาง ผู้ปฏิบัติงานสามารถทำงานได้อย่างสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น
- ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อกำหนดนี้เป็นไปตามกฎหมายความปลอดภัยในการทำงานที่กำหนดไว้
วิธีการปฏิบัติ
- กำหนดพื้นที่ทำงาน กำหนดบริเวณที่ชัดเจนสำหรับการทำงานเชื่อมโลหะ และติดป้ายเตือน "ห้ามบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้า"
- กั้นบริเวณ ใช้ฉากกั้นหรือรั้วเพื่อกั้นบริเวณที่ทำงานเชื่อมโลหะให้ชัดเจน
- ติดป้ายเตือน ติดป้ายเตือนอันตรายต่างๆ เช่น "ระวังอันตรายจากไฟไหม้" "ระวังประกายไฟ" "ห้ามสูบบุหรี่"
- ควบคุมการเข้าออก มีผู้ควบคุมการเข้าออกในบริเวณที่ทำงานเชื่อมโลหะ
- สื่อสารให้พนักงานทราบ สื่อสารให้พนักงานทุกคนทราบถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
ตัวอย่างการปฏิบัติ
- ติดตั้งป้ายเตือน ติดป้ายเตือนขนาดใหญ่ที่มองเห็นได้ชัดเจนบริเวณทางเข้าพื้นที่ทำงานเชื่อม
- ใช้เชือกกั้น กั้นบริเวณที่ทำงานเชื่อมด้วยเชือกหรือโซ่ และติดป้ายเตือนเพิ่มเติม
- กำหนดผู้รับผิดชอบ มอบหมายให้พนักงานคนหนึ่งเป็นผู้ดูแลความปลอดภัยในบริเวณที่ทำงานเชื่อม
- จัดทำแผนที่แสดงพื้นที่อันตราย ทำแผนที่แสดงพื้นที่ที่ห้ามเข้าและแจ้งให้พนักงานทุกคนทราบ
การควบคุมการเข้าถึงพื้นที่ทำงานเชื่อมโลหะ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันอุบัติเหตุและรักษาความปลอดภัยให้กับทุกคน การปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอันตราย และสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย
7. นายจ้างต้องจัดให้มีมาตรการก้านความปลอดภัยและควบคุมดูแลให้ลูกจ้างปฏิบัติโดยเคร่งครัด
นายจ้างต้องมีการวางแผนและดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมโลหะอย่างครอบคลุม และต้องมีการติดตามและตรวจสอบให้แน่ใจว่าพนักงานทุกคนปฏิบัติตามมาตรการเหล่านั้นอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและรักษาความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน
เหตุผลที่ต้องปฏิบัติตาม
- ป้องกันอุบัติเหตุ การปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน เช่น ไฟไหม้ การบาดเจ็บจากประกายไฟ หรือการสูดดมควันพิษ
- รักษาชีวิตและทรัพย์สิน การป้องกันอุบัติเหตุจะช่วยรักษาชีวิตและทรัพย์สินของทั้งพนักงานและบริษัท
- ปฏิบัติตามกฎหมาย การไม่ปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอาจเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
วิธีการปฏิบัติ
- จัดทำแผนความปลอดภัย จัดทำแผนความปลอดภัยที่ครอบคลุมขั้นตอนการทำงานทุกขั้นตอน รวมถึงการระบุอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และมาตรการป้องกัน
- ฝึกอบรมพนักงาน จัดให้พนักงานทุกคนที่เกี่ยวข้องกับงานเชื่อมได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน รวมถึงวิธีการใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และวิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
- ติดป้ายเตือน ติดป้ายเตือนอันตรายต่างๆ ภายในบริเวณที่ทำงาน เช่น ระวังไฟไหม้ ระวังประกายไฟ และห้ามสูบบุหรี่
- ตรวจสอบอุปกรณ์ ตรวจสอบสภาพของเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการเชื่อมให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ
- บำรุงรักษาสถานที่ทำงาน รักษาความสะอาดและความเรียบร้อยของสถานที่ทำงาน
- ติดตามและประเมินผล ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อปรับปรุงแก้ไขให้ดียิ่งขึ้น
ตัวอย่างมาตรการความปลอดภัย
- กำหนดพื้นที่สำหรับการทำงานเชื่อม
- ติดตั้งระบบระบายอากาศที่ดี
- จัดเตรียมอุปกรณ์ดับเพลิง
- สวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เช่น หน้ากากเชื่อม ถุงมือ รองเท้าเซฟตี้
- ห้ามสูบบุหรี่ในบริเวณที่ทำงานเชื่อม
- ห้ามนำวัตถุไวไฟเข้ามาในบริเวณที่ทำงานเชื่อม
- ตรวจสอบสายไฟและอุปกรณ์เชื่อมก่อนใช้งานทุกครั้ง
ข้อควรระวังเพิ่มเติม
- การมีส่วนร่วมของพนักงาน สร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมของพนักงานในการเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงความปลอดภัย
- การสื่อสาร สื่อสารให้พนักงานทุกคนเข้าใจถึงความสำคัญของความปลอดภัย และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากไม่ปฏิบัติตาม
- การตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ มีการตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และดำเนินการแก้ไขปัญหาที่พบ
การมีมาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดและการปฏิบัติตามของพนักงานทุกคนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการทำงานเชื่อมโลหะ การดำเนินการตามข้อกำหนดนี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย
8. จัดให้มีการใช้สายดินของวงจรเชื่อม
ในการเชื่อมโลหะนั้น จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่อสายดินเข้ากับวงจรไฟฟ้าของเครื่องเชื่อม เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าช็อตที่อาจเกิดขึ้นได้ เนื่องจากกระแสไฟฟ้าที่ใช้ในการเชื่อมมีค่าสูง หากเกิดการรั่วไหลของกระแสไฟฟ้า อาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงานได้
เหตุผลที่ต้องปฏิบัติตาม
- ป้องกันไฟฟ้าช็อต การต่อสายดินจะช่วยให้กระแสไฟฟ้าส่วนเกินไหลลงดิน ทำให้ผู้ปฏิบัติงานปลอดภัยจากการสัมผัสกับชิ้นงานที่อาจมีกระแสไฟฟ้ารั่วไหล
- เพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อม การต่อสายดินจะช่วยให้การเชื่อมมีความเสถียรมากขึ้น ลดการเกิดประกายไฟกระเซ็น และทำให้รอยเชื่อมมีความแข็งแรง
- ป้องกันความเสียหายต่อเครื่องเชื่อม การต่อสายดินจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายต่อเครื่องเชื่อมจากกระแสไฟฟ้าที่เกิน
วิธีการปฏิบัติ
- ตรวจสอบสายดิน ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสายดินของเครื่องเชื่อมอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และเชื่อมต่อกับจุดต่อสายดินอย่างแน่นหนา
- ต่อสายดินกับชิ้นงาน เชื่อมต่อสายดินเข้ากับชิ้นงานที่กำลังจะเชื่อมอย่างมั่นคง
- ตรวจสอบความต้านทานของสายดิน ควรมีการตรวจสอบความต้านทานของสายดินเป็นระยะ เพื่อให้แน่ใจว่าสายดินทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ใช้สายดินให้ถูกต้องตามขนาด เลือกใช้สายดินที่มีขนาดและความยาวที่เหมาะสมกับเครื่องเชื่อม
ข้อควรระวังเพิ่มเติม
- สายดินต้องต่อกับจุดต่อสายดินที่ได้มาตรฐาน จุดต่อสายดินต้องเป็นจุดที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการต่อสายดินโดยเฉพาะ และต้องมีการเชื่อมต่อกับระบบสายดินของอาคารอย่างถูกต้อง
- ตรวจสอบสภาพสายดินเป็นประจำ สายดินอาจเสื่อมสภาพได้จากการใช้งานเป็นเวลานาน ควรมีการตรวจสอบและบำรุงรักษาเป็นประจำ
- ฝึกอบรมพนักงาน พนักงานที่ทำงานเกี่ยวกับการเชื่อมโลหะควรได้รับการฝึกอบรมเกี่ยวกับความสำคัญของการต่อสายดิน และวิธีการตรวจสอบสายดิน
การต่อสายดินของวงจรเชื่อมเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการทำงานเชื่อมโลหะ การปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากไฟฟ้าช็อต และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานเชื่อม นายจ้างควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้และจัดให้มีการตรวจสอบและบำรุงรักษาสายดินอย่างสม่ำเสมอ
9.จัดสายไฟฟ้าและสายดินให้ห่างจากการบดทับ
เราต้องจัดวางสายไฟฟ้าและสายดินที่ใช้ในการเชื่อมโลหะให้ห่างจากบริเวณที่อาจมีสิ่งของหรืออุปกรณ์หนักมาทับ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อสายไฟและลดความเสี่ยงที่จะเกิดไฟฟ้าช็อตหรือไฟไหม้
เหตุผลที่ต้องปฏิบัติตาม
- ป้องกันไฟฟ้าช็อต หากสายไฟฟ้าถูกบดทับ อาจทำให้สายไฟขาดและเกิดประกายไฟ ซึ่งอาจทำให้เกิดไฟฟ้าช็อตได้
- ป้องกันไฟไหม้ สายไฟที่ขาดหรือชำรุดจากการถูกบดทับ อาจทำให้เกิดประกายไฟและลุกลามเป็นไฟไหม้ได้
- เพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน การจัดวางสายไฟให้ปลอดภัยจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุระหว่างการทำงานเชื่อม
วิธีการปฏิบัติ
- วางสายไฟให้สูง วางสายไฟให้สูงพอที่จะไม่ถูกบดทับโดยวัตถุต่างๆ
- ใช้ท่อร้อยสายไฟ หุ้มสายไฟด้วยท่อร้อยสายไฟเพื่อป้องกันความเสียหายจากภายนอก
- ยึดสายไฟให้แน่น ยึดสายไฟให้แน่นกับผนังหรือโครงสร้างที่แข็งแรง เพื่อป้องกันไม่ให้สายไฟหลุดหรือขยับ
- หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีการเดินรถ ไม่ควรวางสายไฟในบริเวณที่รถยกหรือรถเข็นผ่าน
- ตรวจสอบสภาพสายไฟเป็นประจำ ตรวจสอบสภาพสายไฟเป็นระยะๆ เพื่อหาความเสียหายหรือรอยร้าว
ตัวอย่างการปฏิบัติ
- ติดตั้งรางเดินสายไฟ ติดตั้งรางเดินสายไฟบนผนังหรือเพดาน เพื่อป้องกันไม่ให้สายไฟสัมผัสกับพื้น
- ใช้สายไฟชนิดทนความร้อน เลือกใช้สายไฟที่สามารถทนต่อความร้อนได้ดี เพื่อป้องกันความเสียหายจากประกายไฟ
- ติดป้ายเตือน ติดป้ายเตือนบริเวณที่วางสายไฟ เพื่อเตือนให้ผู้ที่เกี่ยวข้องระมัดระวัง
ข้อควรระวังเพิ่มเติม
- สายดินต้องได้รับการป้องกันเช่นเดียวกัน สายดินก็มีความสำคัญไม่แพ้สายไฟ ควรจัดวางสายดินให้ห่างจากบริเวณที่อาจถูกบดทับ
- ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อ ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อของสายไฟให้แน่นหนา เพื่อป้องกันการหลุดและเกิดประกายไฟ
การจัดวางสายไฟฟ้าและสายดินให้ห่างจากการบดทับเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันอุบัติเหตุจากไฟฟ้าช็อตและไฟไหม้ การปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้จะช่วยให้การทำงานเชื่อมโลหะเป็นไปอย่างปลอดภัย
สรุป
- การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการป้องกันตัวจากความร้อน แสง และเศษวัสดุที่เกิดจากการเชื่อม
- การระบายอากาศ การทำงานเชื่อมจะก่อให้เกิดควันและสารพิษ ดังนั้นจึงต้องมีการระบายอากาศที่ดีเพื่อลดอันตรายต่อสุขภาพ
- การป้องกันไฟไหม้ ควรเก็บวัสดุไวไฟให้ห่างจากบริเวณที่ทำงาน และมีอุปกรณ์ดับเพลิงพร้อมใช้งาน
- การป้องกันการระเบิด ควรระมัดระวังในการทำงานกับแก๊ส เช่น ออกซิเจน และอะเซทิลีน
- การป้องกันแสง แสงจากการเชื่อมมีความเข้มสูง อาจทำให้เกิดอันตรายต่อดวงตา ดังนั้นจึงต้องสวมหน้ากากป้องกันแสง
- การควบคุมพื้นที่ทำงาน กำหนดพื้นที่ทำงานเชื่อมให้ชัดเจน และห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไป
- การใช้สายดิน การต่อสายดินจะช่วยป้องกันไฟฟ้าช็อต
- การจัดสายไฟฟ้า การจัดสายไฟให้ห่างจากการบดทับจะป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรและไฟไหม้
- การปฏิบัติตามมาตรการความปลอดภัย นายจ้างต้องมีมาตรการความปลอดภัยที่ชัดเจน และควบคุมดูแลให้ลูกจ้างปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
การปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยในการเชื่อมโลหะเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย และป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ การมีการฝึกอบรมให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับความปลอดภัย ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การทำงานเชื่อมเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย