อบรมโฟล์คลิฟท์ ขับไม่เป็นเรียนได้ มีใบเซอร์ อบรม 1 วัน ฟรีอาหารกลางวัน - เซฟตี้อินไทย
อบรมหลักสูตรฟรี สำหรับสมาชิก          คลิกที่นี่
อบรมการขับรถโฟล์คลิฟท์อย่างปลอดภัยและถูกวีธี

อบรมรถยก ตามกฎหมาย
2569 โฟล์คลิฟท์นั่งขับ ยืนขับ

"อบรมรถยก" (Forklift Training) คือ กระบวนการเตรียมความพร้อมทั้งด้าน ความรู้ (ทฤษฎี) และ ทักษะ (ปฏิบัติ) ให้แก่พนักงานที่จะต้องทำหน้าที่ขับรถยก เพื่อให้สามารถใช้งานเครื่องจักรได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเป็นไปตามที่ กฎหมายกำหนด

"รถยก" (Forklift) หมายความว่า รถที่ติดตั้งอุปกรณ์ใช้สำหรับ ยกและเคลื่อนย้าย วัสดุ

อบรมรถยก โฟล์คลิฟท์ ราคาดีที่สุด
อบรม 12 ชั่วโมง ชลบุรี โคราช ระยอง

กฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564

ข้อ 33 ระบุชัดเจนว่า " นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างที่ทำหน้าที่บังคับรถยก ผ่านการฝึกอบรม ตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด " หมายเหตุ: หากไม่ทำตาม นายจ้างมีความผิดตาม พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ 2554 (โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)



เซฟตี้อินไทยทฤษฎีแน่นๆปฎิบัติเน้นๆ

ได้รับใบเซอร์ (Certificate) หลังผ่านการทดสอบ

อบรมรถยก โฟล์คลิฟท์

ทุกรอยยิ้มแห่งความประทับใจ อบรมรถยก Forklift นั่งขับ ยืนขับ ได้รับ ใบเซอร์โฟล์คลิฟท์ กับ เซฟตี้อินไทย

ทุกรอยยิ้มแห่งความประทับใจ เกิดจากการเรียนรู้ที่มีคุณค่า อบรมรถยก ฟอร์คลิฟต์ กับเซฟตี้อินไทย สามารถทำงานรถยก ได้อย่างถูกต้อง และปลอดภัย

อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก

เซฟตี้อินไทย รับจัดอบรมอินเฮ้าส์ อบรมรถยก โฟล์คลิฟต์ ทั้งใน และนอกสถานที่

อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
อบรมรถยก
โฟล์คลิฟท์

หลักสูตรการฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก 2568

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2568 ได้กำหนด ประเภทของรถยกที่ต้องอบรม ไว้อย่างชัดเจนทั้งหมด 10 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีลักษณะการใช้งานและความเสี่ยงที่แตกต่างกัน จึงต้องอบรมให้ตรงกับประเภทของรถที่ใช้จริง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

หลักสูตรการฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก 2568
หลักสูตรการฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก 2568
หลักสูตรการฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก 2568
หลักสูตรการฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก 2568
หลักสูตรการฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก 2568
หลักสูตรการฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก 2568

สิ่งที่ต้องเตรียมมาในวันอบรม

check

เอกสารหักภาษี ณ ที่จ่าย 3%

ฉบับจริง (ถ้ามี)

check

บัตรประชาชน/ใบขับขี่

( เพื่อตรวจสอบรายชื่อ )

check

โทรศัพท์มือถือ

เพื่อทำข้อสอบออนไลน์ ผ่าน www.topprobooking.com

*หมายเหตุ พัก Coffee Break เวลา 10:30 น. - 10:45 น. (ช่วงเช้า) และ เวลา 14:30 น. - 14:45 น. (ช่วงบ่าย)
รายละเอียดและกำหนดการดังกล่าว สามารถยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสมโดยการบรรยาย การถ่ายทอด
และแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากวิทยากร โดยไม่กระทบต่อเนื้อหาสำคัญในหลักสูตรตามวัตถุประสงค์

ข้อมูลที่เป็นประโยชน์



การอบรมของท่าน เป็นไปอย่างราบรื่นและอิ่มเอม


เพื่อให้การอบรมของท่านเป็นไปอย่างราบรื่นและอิ่มเอม เรายินดีบริการอาหารกลางวันและอาหารว่าง สำหรับผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่านที่เข้าร่วมการอบรมรูปแบบ Public Training


อาหาร
อาหาร
อาหาร
อาหาร
อาหาร
อาหาร
อาหาร
อาหาร

คุณหาหลักสูตรที่ต้องการไม่พบ หรือต้องการให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ใช่หรือไม่ ?

ฝากข้อมูล
เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ

มากกว่า 100 ครั้งในการจัดอบรมการอบรมรถยก การันตีได้ถึงมาตรฐาน และความประทับใจ

เซฟตี้อินไทย มุ่งเน้นการให้บริการด้วยความเอาใจใส่และเป็นกันเอง เราให้ความสำคัญ กับการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ผ่อนคลายและมีส่วนร่วม เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรม รู้สึกประทับใจและได้รับประโยชน์สูงสุดจากการอบรม

รถยก

22 ธันวาคม 2568
ระยอง
รถยก

26 พฤศจิกายน 2568
ชลบุรี
การฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก

17 มีนาคม 2568
ชลบุรี
การฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก

17 มีนาคม 2568
ชลบุรี

ความรู้เรื่องการทำงานรถยก
ที่คุณไม่ควรพลาด

แหล่งข้อมูลที่มีคุณค่าสำหรับผู้ที่ทำงานรถยกหรือผู้ที่สนใจ เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน บทความเหล่านี้จะช่วยให้ท่านมีความรู้ความเข้าใจ และทักษะในการทำงานรถยกอย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

อบรมโฟล์คลิฟท์ ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 2568

อบรมโฟล์คลิฟท์ ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 2568

อบรมโฟล์คลิฟท์ คือ การจัดอบรมเพื่อให้ความรู้ ทักษะ และความเข้าใจแก่พนักงานที่มีหน้าที่ในการขับขี่และควบคุมรถยก (Forklift) ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญในการขนย้ายสินค้าในโรงงานหรือคลังสินค้า อบรมโฟล์คลิฟท์ ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 2568หนึ่งในงานที่มีความเสี่ยงสูงในภาคอุตสาหกรรมคือ “การขับรถยก (Forklift)” ไม่ว่าจะเป็นในโกดังสินค้า โรงงานอุตสาหกรรม หรือศูนย์กระจายสินค้า เพราะเกี่ยวข้องกับการยกเคลื่อนย้ายของหนัก ความสูง และการเคลื่อนที่ในพื้นที่จำกัด เพื่อความปลอดภัยของพนักงานและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจึงได้ออกประกาศใหม่ในปี 2568 ที่กำหนดมาตรฐานหลักสูตรการอบรมสำหรับผู้ขับรถยกอย่างชัดเจนบทความนี้ เซฟตี้อินไทย จะพาคุณไปรู้จักกับประกาศฉบับนี้แบบละเอียด เข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม ครบถ้วนในที่เดียวประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยกประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2568 ได้กำหนด ประเภทของรถยกที่ต้องอบรม ไว้อย่างชัดเจนทั้งหมด 10 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีลักษณะการใช้งานและความเสี่ยงที่แตกต่างกัน จึงต้องอบรมให้ตรงกับประเภทของรถที่ใช้จริง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ดูประเภทรถยก ที่นี่ข้อ ๔ การจัดฝึกอบรมภาคทฤษฎี ต้องจัดให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีจำนวนห้องละไม่เกินหกสิบคนต่อวิทยากรอย่างน้อยหนึ่งคน การฝึกอบรมและทดสอบภาคปฏิบัติต้องจัดให้มีวิทยากรอย่างน้อยหนึ่งคนต่อผู้เข้ารับการฝึกอบรมไม่เกินสิบห้าคนต่อรถยกหนึ่งคัน อุปกรณ์ที่ใช้ในการยกเคลื่อนย้ายอย่างน้อยหนึ่งชุด โดยต้องให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม ฝึกปฏิบัติและทดสอบภาคปฏิบัติกับอุปกรณ์ในการยกและเคลื่อนย้ายสิ่งของอย่างถูกต้องปลอดภัย ตามสถานที่และเส้นทางที่กำหนด โดยรถยกตามประเภทที่ใช้ในการปฏิบัติงานจริง กรณีจัดฝึกอบรม ณ สถานที่อื่น ซึ่งมิใช่สถานที่ทำงานของลูกจ้างหรือผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องดำเนินการจัดให้มีรถยกที่ใช้ในการฝึกอบรมเป็นประเภทเดียวกันกับที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมใช้ในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ หัวข้อวิชาและระยะเวลาในการฝึกอบรมต้องครบถ้วนและสอดคล้องตามที่กำหนดในข้อ ๕ และข้อ ๖ แล้วแต่กรณีอบรมโฟล์คลิฟท์ ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 2568 - รายละเอียดหลักสูตรอบรมใหม่สรุปข้อ 4 การจัดฝึกอบรมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติภาคทฤษฎีผู้เข้ารับการอบรมต้องไม่เกิน 60 คนต่อวิทยากร 1 คนเพื่อให้การเรียนการสอนมีคุณภาพ และผู้เรียนสามารถโต้ตอบกับวิทยากรได้อย่างทั่วถึงภาคปฏิบัติต้องฝึกอบรมโดยมี ผู้เข้ารับการอบรมไม่เกิน 15 คนต่อวิทยากร 1 คน ต่อรถ 1 คันรถที่ใช้ฝึกและทดสอบต้องเป็นรถที่ใช้งานจริง มีอุปกรณ์ครบถ้วนสถานที่ฝึกต้องมีพื้นที่เหมาะสม และมีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยห้ามให้ผู้ฝึกอบรมฝึกหลายประเภทของรถพร้อมกัน ต้องแยกตามประเภทที่ได้รับมอบหมายจริงสถานที่ฝึกต้องมีลักษณะอย่างไร?ต้องมี “รถยก” หรือ “อุปกรณ์” ตามประเภทที่ใช้งานจริงมีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม เช่น พื้นที่ขับขี่จริง ทางลาดชัน โกดังจำลอง ฯลฯผู้ฝึกต้องได้ขับรถจริงตามสถานการณ์ เพื่อให้มีทักษะที่ใช้ได้ในงานจริงเงื่อนไขสำคัญต้องจัดให้ครบทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ ตามระยะเวลาขั้นต่ำตามข้อ 5 และข้อ 6ไม่สามารถจัดแบบทฤษฎีล้วน หรืออบรมออนไลน์อย่างเดียวได้วิทยากรต้องสามารถดูแลและควบคุมความปลอดภัยได้ตลอดเวลาในการฝึกจริงตัวอย่างอบรมโฟล์คลิฟท์ตามข้อ 5 (อบรมใหม่ครบหลักสูตร) ตัวอย่างอบรมโฟล์คลิฟท์ตามข้อ 5 (อบรมใหม่ครบหลักสูตร)ตัวอย่าง: นายเชฟตี้ ได้รับมอบหมายให้ขับรถยกประเภทที่ 1 คือ Warehouse Forklift จึงต้องเข้ารับการอบรม ครบ 12 ชั่วโมง ตามที่กฎหมายกำหนดอบรมโฟล์คลิฟท์ตามประกาศ - ข้อ 6 กรณีขับรถต่างประเภทอบรมโฟล์คลิฟท์ตามประกาศ-ข้อ6ตัวอย่าง : หากพนักงานเคยขับรถยกประเภทหนึ่งอยู่ก่อน และได้รับมอบหมายให้ขับรถยกอีกประเภท จะต้องเข้าอบรมเพิ่มเติมเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับประเภทใหม่ ไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมงตัวอย่างตามข้อ 6 ของประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2568อบรมโฟล์คลิฟท์ตามประกาศ-ข้อ6(ตัวอย่าง)นายเชฟตี้ เดิมเคยมีหน้าที่ขับ รถยกประเภท 2 (Side Loader) ต่อมาถูกมอบหมายให้ขับเพิ่มอีก 2 ประเภท ได้แก่ประเภท 3 Counterbalance Forkliftประเภท 9 Reach Truckดังนั้น เขาจำเป็นต้องเข้าอบรม เพิ่มประเภทละ 6 ชั่วโมง ตามข้อกำหนดใน ข้อ 6 ของประกาศรายละเอียดสำคัญของการอบรมโฟล์คลิฟท์ กรณีอบรมใหม่รายละเอียดสำคัญของการอบรมโฟล์คลิฟท์กรณีที่ 1: ไม่ต้องอบรมเพิ่มเติมผู้ที่ไม่ต้องเข้าอบรมเพิ่มเติม ต้องมีเงื่อนไขครบทั้ง 2 ข้อมีเอกสารหรือวุฒิบัตรรับรอง การอบรมจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ผ่านการอบรมมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงกรณีนี้สามารถใช้งานได้เลย โดยไม่ต้องเข้าอบรมซ้ำใหม่กรณีที่ 2: ต้องอบรมเพิ่มเติม 6 ชั่วโมงสำหรับผู้ที่เคยผ่านการอบรมแล้ว แต่ อบรมมาน้อยกว่า 12 ชั่วโมง เช่น เคยเรียนมาแค่ 6 ชั่วโมง (อาจเป็นภาคทฤษฎีอย่างเดียว หรือไม่ได้ฝึกปฏิบัติจริง)ต้องเข้าอบรมเพิ่มอีก 6 ชั่วโมง โดยให้เน้นตามเนื้อหาที่กำหนดไว้ในข้อ 5 (1)ตัวอย่างกรณีอบรมไม่ครบ 12 ชั่วโมง (ตามข้อ 9)ตัวอย่างกรณีอบรมไม่ครบ 12 ชั่วโมง (ตามข้อ 9)ตัวอย่าง :นายเชฟตี้ เคยอบรมการขับรถยกประเภท Warehouse forklift มาแล้ว 6 ชั่วโมง แต่ตามประกาศปี 2568 ระบุว่า ต้องอบรมให้ครบ 12 ชั่วโมง สำหรับผู้ขับรถประเภท Warehouse forklift นี้แนวทางปฏิบัติ ต้องอบรมเพิ่มเติมอีก 6 ชั่วโมง ให้ครบตามที่กฎหมายกำหนดไว้ใน ข้อ 5ทำไมต้องอบรมเพิ่ม?เนื่องจากข้อ 5 ของประกาศกำหนดว่า.. "หลักสูตรต้องมีเนื้อหาไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง" โดยแบ่งเป็นภาคทฤษฎี ปฏิบัติ และการทดสอบ ดังนั้น ผู้ที่เคยอบรมมาแล้วบางส่วน แต่ยังไม่ครบเวลา หรือไม่ครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมด จึงต้องเข้าอบรม “ส่วนที่ขาด” เพื่อให้ได้ตามมาตรฐานใหม่ของปี 2568สรุปการอบรมโฟล์คลิฟท์ตามประกาศปี 2568 เป็นมาตรฐานใหม่ที่ทุกองค์กรต้องปฏิบัติตาม เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน ความถูกต้องตามกฎหมาย และสร้างความเชื่อมั่นในการใช้แรงงานอย่างมืออาชีพ ท่านใดที่ต้องการเข้ารับการอบรมรถยกกับเซฟตี้อินไทย ตอนนี้สามารถฝึกอบรมได้ในรูปแบบอินเฮ้าส์นะคะ สนใจอบรมโทร 033-166121 หรือฝากข้อมูลให้ เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับที่นี่

รถยก2568

สรุปประเด็น หลักสูตรการฝึกอบรมลูกจ้าง ซึ่งจะทำหน้าที่ผู้ขับรถยก ตามกรมสวัสดิการ

          กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างที่ทำหน้าที่ขับรถยกผ่านการฝึกอบรม เพื่อให้มีความรู้ความสามารถในการขับขี่รถยกอย่างปลอดภัยและปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้ก่อนที่เราจะไปสรุปประเด็นหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ขับรถยก เซฟตี้อินไทย ขอพาทุกท่านไปอ่าน กฎหมายฉบับเต็ม กันก่อนนะครับ ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก          โดยที่กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๔ กำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก ผ่านการฝึกอบรมเกี่ยวกับการใช้รถยกแต่ละประเภท ความปลอดภัยในการขับรถยก การตรวจสอบและบำรุงรักษารถยก โดยวิทยากรซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์การทำงานเกี่ยวกับรถยก ตามหลักสูตรที่อธิบดีประกาศกำหนด             อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๔๐ แห่งกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๔ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้             ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป             ข้อ ๒ นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยกที่ใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องยนต์ เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรตามประเภทของรถยก          ๑) รถยกประเภท warehouse forklift          ๒) รถยกประเภท side loader          ๓) รถยกประเภท counterbalance forklift          ๔) รถยกประเภท telehandler          ๕) รถยกประเภท industrial forklift          ๖) รถยกประเภท rough terrain forklift          ๗) รถยกประเภท walkie stacker          ๘) รถยกประเภท order picker          ๙) รถยกประเภท reach truck          ๑๐) รถยกประเภท reach stacker          ๑๑) รถยกประเภทอื่น ๆ          กรณีนายจ้างไม่สามารถจัดให้มีการฝึกอบรมในหลักสูตรตามวรรคหนึ่งได้ ให้นิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตในการให้บริการจัดฝึกอบรมตามมาตรา ๑๑ เป็นผู้ดำเนินการ          กรณีนายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยกหรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับรถยกประเภทที่ต้องใช้แรงคนในการเคลื่อนย้ายขณะที่ยกสิ่งของ หรือรถยกประเภทที่ไม่มีต้นกำลังในการขับเคลื่อนหรือรถยกที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ต้องให้ลูกจ้างเข้ารับการฝึกอบรมตามข้อบังคับและขั้นตอนการปฏิบัติงานเพื่อความปลอดภัยรวมทั้งตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานที่ผู้ผลิตกำหนด          ข้อ ๓ การจัดฝึกอบรมตามหลักสูตรในข้อ ๒ วรรคหนึ่ง นายจ้างหรือนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตในการให้บริการจัดฝึกอบรมตามมาตรา ๑๑ ต้องดำเนินการ ดังนี้          (๑) กรณีนายจ้างเป็นผู้จัดฝึกอบรมให้แจ้งกำหนดการ สถานที่ หลักสูตรการฝึกอบรมตามประเภทของรถยก รายชื่อลูกจ้างที่เข้ารับการฝึกอบรม พร้อมทั้งรายชื่อและคุณสมบัติวิทยากรต่อพนักงานตรวจความปลอดภัยในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ หรือสำนักงานสวัสติการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดที่นายจ้างมีสถานประกอบกิจการตั้งอยู่ไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนการจัดฝึกอบรม ทั้งนี้ อาจแจ้งเป็นเอกสารด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับหรือวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้กรณีมีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการ สถานที่ หลักสูตรการฝึกอบรม รายชื่อลูกจ้าง หรือวิทยากรให้นายจ้างแจ้งรายละเอียดก่อนวันที่ดำเนินการฝึกอบรม          (๒) จัดให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม เข้ารับการฝึกอบรมเต็มเวลาตลอดหลักสูตรที่กำหนด          (๓) จัดให้มีเอกสารประกอบการฝึกอบรม วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ และเครื่องจักรหรือรถยกที่ใช้ในการอบรมตามหลักสูตร          (๔) การทดสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องผ่านเกณฑ์การประเมินไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ทั้งนี้ ในการทดสอบภาคปฏิบัติจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับและขั้นตอนการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย          (๕) ออกหลักฐานที่แสดงว่าผ่านการฝึกอบรม หนังสือรับรอง หรือวุฒิบัตร โดยมีรายละเอียด                    (ก) ชื่อหน่วยงานที่ออกหลักฐานแสดงว่าผ่านการฝึกอบรม พร้อมระบุข้อความว่า"จัดฝึกอบรมโดยนายจ้าง" หรือ "จัดฝึกอบรมโดยนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๑ ใบอนุญาตเลขที่ ... "                    (ข) ชื่อและนามสกุลของลูกจ้างหรือบุคคลที่ผ่านการฝึกอบรม                    (ค) ชื่อหลักสูตรที่ผ่านการฝึกอบรมโดยต้องระบุประเภทของรถยกที่จัดให้มีการฝึกอบรม                    (ง) สถานที่ตั้งในการฝึกอบรม                    (จ) วัน เดือน และปี ที่เข้ารับการฝึกอบรม                    (ฉ) ลงนามโดยนายจ้างหรือนิติบุคคลได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๑ แล้วแต่กรณี          ทั้งนี้ ผู้จัดให้มีการฝึกอบรมต้องมอบหลักฐานที่แสดงว่าผ่านการฝึกอบรม หนังสือรับรองหรือวุฒิบัตร ให้แก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่ผ่านการประเมินผลตามหลักสูตร          (๖) จัดทำทะเบียนรายชื่อผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม วัน เวลาที่ฝึกอบรม รายชื่อวิทยากรพร้อมภาพถ่ายกิจกรรมระหว่างการฝึกอบรม          การดำเนินการตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) นายจ้างหรือผู้ดำเนินการจัดฝึกอบรมต้องจัดเก็บหลักฐานหรือเอกสารการดำเนินการเพื่อให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้ ทั้งนี้ จะจัดเก็บอยู่ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้               ข้อ ๔ การจัดฝึกอบรมภาคทฤษฎี ต้องจัดให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีจำนวนห้องละไม่เกินหกสิบคนต่อวิทยากรอย่างน้อยหนึ่งคน          การฝึกอบรมและทดสอบภาคปฏิบัติต้องจัดให้มีวิทยากรอย่างน้อยหนึ่งคนต่อผู้เข้ารับการฝึกอบรมไม่เกินสิบห้าคนต่อรถยกหนึ่งคัน อุปกรณ์ที่ใช้ในการยกเคลื่อนย้ายอย่างน้อยหนึ่งชุด โดยต้องให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมฝึกปฏิบัติและทดสอบภาคปฏิบัติกับอุปกรณ์ในการยกและเคลื่อนย้ายสิ่งของอย่างถูกต้องปลอดภัย ตามสถานที่และเส้นทางที่กำหนด โดยรถยกตามประเภทที่ใช้ในการปฏิบัติงานจริง          กรณีจัดฝึกอบรม ณ สถานที่อื่นซึ่งมิใช่สถานที่ทำงานของลูกจ้างหรือผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องดำเนินการจัดให้มีรถยกที่ใช้ในการฝึกอบรมเป็นประเภทเดียวกันกับที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมใช้ในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ หัวข้อวิชาและระยะเวลาในการฝึกอบรมต้องครบถ้วนและสอดคล้องตามที่กำหนดในข้อ ๕ และข้อ ๖ แล้วแต่กรณี          ข้อ ๕ หลักสูตรการฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก หัวข้อวิชาและระยะเวลาในการฝึกอบรมต้องไม่น้อยกว่าสิบสองชั่วโมง รายละเอียดดังต่อไปนี้          (๑) ภาคทฤษฎี อย่างน้อยต้องมีหัวข้อวิชาและระยะเวลาในการฝึกอบรม ดังนี้                    (ก) กฎหมายความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับรถยก กฎหมายเกี่ยวกับรถยกที่ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวเป็นเชื้อเพลิง หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง และมาตรฐานสัญลักษณ์ความปลอดภัยไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง                    (ข) ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับประเภทของรถยกตามลักษณะการใช้งาน ไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง                    (ค) ความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับรถยก กฎระเบียบและข้อบังคับในการทำงานเกี่ยวกับรถยก สาเหตุและกรณีศึกษาการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากรถยก และมาตรการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง                    (ง) โครงสร้าง ส่วนประกอบ อุปกรณ์ แผงควบคุมบังคับ ระบบสัญญาณไฟเตือนของรถยกการใช้งาน การตรวจสอบ และการบำรุงรักษา ตามรายละเอียดคุณลักษณะและคู่มือการใช้งานเกี่ยวกับรถยกประเภทนั้น ๆ ไม่น้อยกว่าสองชั่วโมงสามสิบนาที          (๒) ภาคปฏิบัติอย่างน้อยต้องมีหัวข้อวิชาและระยะเวลาในการฝึกอบรม ดังนี้                    (ก) โครงสร้าง ส่วนประกอบ การตรวจสอบ และการบำรุงรักษารถยกตามประเภทนั้น ๆตามหลักสูตร ไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง                    (ข) ฝึกปฏิบัติขับรถยกประเภทนั้น ๆ ตามเส้นทางตรง ทางโค้ง ทางแยก การหยุด การจอด การให้สัญญาณ การเดินหน้า การถอยหลัง และการยกเคลื่อนย้ายสิ่งของในลักษณะต่าง ๆ ไม่น้อยกว่าสองชั่วโมงสามสิบนาที          ข้อ ๖ กรณีนายจ้างให้ลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยกปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับรถยกตามประเภทที่แตกต่างไปจากเดิมหรือปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับรถยกแตกต่างจากหลักสูตรเดิมที่เคยเข้ารับการฝึกอบรมนายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างเข้ารับการฝึกอบรมและการทดสอบในหัวข้อวิชาที่เกี่ยวข้องกับรถยกตามประเภทใหม่ที่ให้ลูกจ้างปฏิบัติหน้าที่ โดยอย่างน้อยต้องมีหัวข้อวิชาและรวมระยะเวลาการฝึกอบรมตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่าหกชั่วโมง ดังต่อไปนี้          (๑) การฝึกอบรมภาคทฤษฎีอย่างน้อยต้องมีหัวข้อวิชาตามข้อ ๕ (๑) (ง) ระยะเวลาในการฝึกอบรม ไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมงสามสิบนาที          (๒) การฝึกอบรมภาคปฏิบัติอย่างน้อยต้องมีหัวข้อวิชาและระยะเวลาในการฝึกอบรม ดังนี้                    (ก) โครงสร้าง ส่วนประกอบ การตรวจสอบ และการบำรุงรักษารถยกตามประเภทนั้น ๆ ตามหลักสูตร ไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง                    (ข) ฝึกปฏิบัติขับรถยกตามเส้นทางตรง ทางโค้ง ทางแยก การหยุด การจอด การให้สัญญาณ การเดินหน้า การถอยหลัง และการยกเคลื่อนย้ายสิ่งของในลักษณะต่าง ๆ ตามประเภทนั้น ๆ ไม่น้อยกว่าหนึ่งชั่วโมง          (๓) การทดสอบตามหลักสูตรการฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยกต้องจัดให้มีการทดสอบภาคทฤษฎีและทดสอบภาคปฏิบัติ รายละเอียดดังนี้                    (ก) ทดสอบภาคทฤษฎีตามหัวข้อวิชา ข้อ ๕ (๑) (ง) ไม่น้อยกว่าสามสิบนาที                    (ข) ทดสอบภาคปฏิบัติขับรถยกในการยกและเคลื่อนย้ายสิ่งของตามประเภทที่สอดคล้องกับหลักสูตร ไม่น้อยกว่าสองชั่วโมง          ข้อ ๗ วิทยากรผู้ทำการฝึกอบรมต้องมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ทำงานเกี่ยวกับรถยกประเภทนั้น ๆ โดยมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้          (๑) มีวุฒิทางการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรีทางด้านวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต ครุศาสตร์อุตสาหกรรมบัณฑิต อุตสาหกรรมศาสตรบัณฑิต วิทยาศาสตรบัณฑิต ซึ่งมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับรถยกประเภทนั้น ๆ ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และมีประสบการณ์เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อวิชาที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่าหนึ่งปี          (๒) มีวุฒิทางการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงประเภทวิชาช่างอุตสาหกรรม ซึ่งมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับรถยกประเภทนั้น ๆ ไม่น้อยกว่าสามปีและมีประสบการณ์เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อวิขาที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่าสามปี          (๓) เป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิคขั้นสูง หรือระดับวิชาชีพซึ่งมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับรถยกประเภทนั้น ๆ ไม่น้อยกว่าสามปี และมีประสบการณ์เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อวิชาที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่าสามปี          (๔) ลูกจ้างในสถานประกอบกิจการซึ่งมีวุฒิทางการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนปลายหรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ และมีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับรถยกประเภทนั้น ๆไม่น้อยกว่าห้าปี และมีประสบการณ์เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อวิชาที่เกี่ยวข้องไม่น้อยกว่าห้าปี          (๕) เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐ ซึ่งมีประสบการณ์ในหัวข้อที่บรรยายไม่น้อยกว่า ๑ ปี          ข้อ ๘ ลูกจ้างผู้ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยกที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับรถยกประเภทนั้น ๆ ตามข้อ ๒ วรรคหนึ่ง ที่มีเอกสารหรือหลักฐานการรับรองหรือได้รับวุฒิบัตรที่แสดงว่าได้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรข้างต้นจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ให้ถือว่านายจ้างได้จัดให้ลูกจ้างเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก ตามประกาศฉบับนี้แล้ว          ข้อ ๙ กรณีลูกจ้างผู้ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยกที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับรถยกประเภทนั้น ๆ และมีเอกสารหรือหลักฐานการรับรอง หรือได้รับวุฒิบัตรที่แสดงว่าได้ผ่านการฝึกอบรมจากหน่วยงานของรัฐอื่นที่มิใช่ข้อ ๘ หน่วยงานฝึกอบรมภาคเอกชน หรือผ่านการฝึกอบรมจากผู้ผลิต ที่มีระยะเวลาในการเข้ารับการฝึกอบรมไม่น้อยกว่า ๑๒ ชั่วโมง ก่อนประกาศนี้มีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก ตามประกาศฉบับนี้แล้ว          กรณีลูกจ้างผู้ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยกที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรจากหน่วยงานตามวรรคหนึ่งที่ระยะเวลาเข้ารับการฝึกอบรมตลอดหลักสูตรน้อยกว่า ๑๒ ชั่วโมง ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างเข้ารับการฝึกอบรมในหัวข้อวิชาและระยะเวลาในการฝึกอบรมตามข้อ ๕ (๑) และทดสอบตามข้อ ๕ (๓) (ก) รวมถึงต้องผ่านเกณฑ์การประเมินไม่น้อยกว่าร้อยละหกสิบ จึงถือได้ว่าเป็นผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรการฝึกอบรมลูกจ้างผู้ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก ตามประกาศฉบับนี้          ทั้งนี้ ในการดำเนินการจัดให้มีการฝึกอบรมตามวรรคสอง ให้นายจ้างหรือนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตในการให้บริการจัดฝึกอบรมตามมาตรา ๑๑ ดำเนินการเป็นไปตามข้อ ๓ และข้อ ๔ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๗สรุป ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักสูตรการฝึกอบรมลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก1. ลูกจ้างซึ่งจะทำหน้าที่เป็นผู้ขับรถยก ต้องเข้ารับการฝึกอบรมตามประเภทของรถยก ดังนี้ รถยกประเภท Warehouse Forklift รถยกประเภท Side loader รถยกประเภท Counterbalance Forklift รถยกประเภท Reach Truck รถยกประเภท Telehandler รถยกประเภท Industrial forklift รถยกประเภท Rough terrain forklift รถยกประเภท Walkie stacker รถยกประเภท Order picker รถยกประเภท Reach stacker รถยกประเภทอื่นๆ 2. แจ้งการฝึกอบรม แจ้งต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ หรือ แจ้งต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด แจ้งไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนการจัดอบรม แจ้งด้วยตนเอง หรือทางไปรษณีย์ หรือจดหมายทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail) 3. รายละเอียดที่ต้องแจ้งฝึกอบรม กำหนดการ สถานที่ฝึกอบรม หลักสูตรการฝึกอบรมตามประเภทของรถยก รายชื่อลูกจ้างที่เข้ารับการฝึกอบรม รายชื่อและคุณสมบัติวิทยากร 4. เกณฑ์การผ่านการฝึกอบรม ผู้เข้าอบรม ต้องเข้ารับการฝึกอบรมเต็มเวลาตลอดหลักสูตร อบรมภาคทฤษฎี ผู้เข้าฝึกอบรมไม่เกิน 60 คน ต่อวิทยากร 1 คน อบรมภาคปฏิบัติ ผู้เข้าฝึกอบรมไม่เกิน 15 คน ต่อวิทยากร 1 คน ต่อรถยก 1 คัน มีเอกสารประกอบการฝึกอบรม วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ และเครื่องจักรหรือรถยก ผ่านการทดสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ออกหลักฐานผ่านการฝึกอบรม เช่น หนังสือรับรอง หรือวุฒิบัตร 5. หนังสือรับรอง หรือวุฒิบัตรผ่านการฝึกอบรม ประกอบด้วย ชื่อหน่วยงานที่ออกหลักฐานแสดงว่าผ่านการฝึกอบรม ชื่อ – นามสกุล ของลูกจ้างที่ผ่านการฝึกอบรม ชื่อหลักสูตรที่ผ่านการฝึกอบรม (ระบุประเภทรถยกที่จัดให้มีการฝึกอบรม) สถานที่ตั้งในการฝึกอบรม วัน เดือน และปี ที่เข้ารับการฝึกอบรม ลงนามโดยนายจ้างหรือนิติบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๑ 6. การจัดทำเอกสารหลังการฝึกอบรม ทะเบียนรายชื่อผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม ระบุ วัน เวลาที่ฝึกอบรม รายชื่อวิทยากร และภาพถ่ายกิจกรรมระหว่างการฝึกอบรม จัดเก็บหลักฐานหรือเอกสารการดำเนินการ ให้พนักงานตรวจความปลอดภัยตรวจสอบได้ 7. สำหรับผู้ที่เคยผ่านการฝึกอบรมมาแล้ว ผู้ที่มีเอกสารรับรองหรือวุฒิบัตรจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ถือว่าเข้ารับการฝึกอบรมตามประกาศฉบับนี้แล้ว ผู้ที่มีเอกสารรับรองหรือวุฒิบัตรจากหน่วยงานรัฐอื่น หน่วยฝึกอบรมภาคเอกชน หรือจากผู้ผลิต มีระยะเวลาไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง ก่อนประกาศนี้มีผลบังคับ ถือว่าเข้ารับการฝึกอบรมตามประกาศฉบับนี้แล้ว มีระยะเวลาน้อยกว่า 12 ชั่วโมง ให้ฝึกอบรมเพิ่มเติม ดังนี้ อบรมภาคทฤษฎีตามข้อ 5 (1) ไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง 30 นาที ทดสอบภาคทฤษฎีตามข้อ 5 (1) ไม่น้อยกว่า 30 นาที

5 อันตรายจากรถโฟล์คลิฟท์

5 อันตรายจากรถโฟล์คลิฟท์5 สาเหตุอันตรายจากรถโฟล์คลิฟท์          1. การยกสินค้าสูงเกินกำหนดอาจทำให้สินค้าหล่นทับคนขับรถหรือผู้ปฏิบัติงานที่อยู่บริเวณนั้นได้           2. โฟล์คลิฟท์พลิกคว่ำเมื่อขับรถเร็วหรือน้ำหนักไม่สมดุล          3. การชนหรือทับจนอาจเสียชีวิตได้คนขับโฟล์คลิฟท์มองไม่เห็นผู้ปฏิบัติงานที่เดินอยู่          4. ผู้ปฏิบัติงานอาจตกจากที่สูงหากขึ้นไปยืนบนงาของโฟล์คลิฟท์          5. อุบัติเหตุชนกันไม่มีการกำหนดเส้นทางของโฟล์คลิฟท์หรือมีแต่ไม่เหมาะสม วิธีการป้องกัน          1. กำหนดเส้นทางหรือ ตีเส้นทางเดินของรถโฟล์คลิฟท์          2. จัดให้มีป้ายเตือนอันตรายทุกทางแยกหรือทางโค้งที่รถโฟล์คลิฟท์ต้องการสัญจร          3. สื่อสารเกี่ยวกับความหมายของป้ายเตือนอันตราย สีของเส้นทางในบริเวณต่างๆและขั้นตอนการปฏิบัติงานกับรถโฟล์คลิฟท์ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับทราบ          4. ใช้อุปกรณ์ logout/tagoutเพื่อป้องกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องใช้รถโฟล์คลิฟท์          5. ใช้อุปกรณ์คลุมพวงมาลัยและใส่กุญแจเมื่อจำเป็นเพื่อป้องกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องใช้รถโฟล์คลิฟท์แจกฟรี!! โปสเตอร์ 5 สาเหตุอันตรายจากรถโฟล์คลิฟท์.pdf

ข้อดีของการใช้รถสแต็กเกอร์ไฟฟ้า

ข้อดีของการใช้รถสแต็กเกอร์ไฟฟ้ารถสแต็กเกอร์ไฟฟ้าคืออะไร?          เป็นรถที่นำเอาระบบไฮดรอลิคมาเป็นตัวช่วยผ่อนแรงในการยกของที่มีน้ำหนักมาก โดยอาศัยแรงดันจากน้ำมันไฮดรอลิค ซึ่งถูกส่งมาโดยปั๊มไฮดรอลิคที่ติดตั้งอยู่ในรถและอาศัยแรงขับปั๊มจากมอเตอร์  รถยกสามารถขับเคลื่อนย้ายของที่ยกจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้ด้วยอาศัยแรงจากมอเตอร์ การทำงานเน้นยกสูง วางขอบนชั้นวางของ ทดแทนการใช้งานรถยกโฟล์คลิฟท์ รถสแต็กเกอร์ไฟฟ้าแบ่งรวมๆได้เป็น 2 ชนิด           ชนิดเดิมตาม : เหมาะกับโรงงานที่ไม่เน้นความเร็วในการเคลื่อนย้ายสินค้าเพื่อควบคุมระบบการรักษาความปลอดภัยในโรงงาน          ชนิดยืนขับ : เหมาะกับโรงงานที่เน้นความรวดเร็วในการเคลื่อนย้ายสินค้า แต่โรงงานดังกล่าวควรมีระบบการจัดการที่ดี มีช่องคนเดินและช่องทางการขับรถแยกออกจากกันเพื่อความปลอดภัยในการทำงาน ข้อดีของการใช้รถสแต็กเกอร์ไฟฟ้า- ช่วยทุ่นแรงในการลากสิ่งของจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุด- ลดเวลาในการเคลื่อนย้ายสิ่งของไปยังจุดต่างๆ- ลดค่าใช้จ่ายในการจ้างแรงงานหลายๆคนในการเคลื่อนย้าย- มีราคาถูกกว่ารถยกโฟล์คลิฟท์ประมาณ 50-60% ในบางกรณีรถสแต็กเกอร์ไฟฟ้าสามารถทดแทนการใช้งานรถยกโฟล์คลิฟท์ได้ถึง 100%- ค่าบำรุงรักษาต่ำกว่ารถยกโฟล์คลิฟท์- คล่องตัวกว่ารถยกโฟล์คลิฟท์เนื่องจากมีขนาดที่เล็กกว่ามาก

อบรมโฟล์คลิฟท์ หลักสูตรการขับรถยก
ฟอร์คลิฟต์ ประเภทต่าง ๆ

สอบใบเซอร์ฟอร์ลิฟท์ รถยก ใช้เวลา 2 วัน

เมื่อผ่านการอบรม 2 วันนี้ คุณจะได้รับ วุฒิบัตร (Certificate) ซึ่งสามารถใช้ยืนยันกับสถานประกอบการและเจ้าหน้าที่พนักงานตรวจแรงงานได้ว่าคุณได้รับใบเซอร์ฯ ถูกต้องตามกฎหมาย

ตัวอย่างลูกค้าเพียงบางส่วน
ที่ใช้บริการกับเซฟตี้อินไทย

01-BOSCH 02-KMCT 03-CASTEM 04-ExoticFood 05-TMOT 06-PCG 07-NPS 08-BEM 09-ANDRITZ 10-NSSPT 11-DAIKIN 12-BGF 13-OR 14-BOSCH 15-Niterra 16-EMERSON 17-AMTA-SPRING 18-akebono 19-TBGO 20-RICOH 21-KERRY 22-PEA 23-UCARE 24-sumitomo-electric 25-LOTTE 26-STEP 27-PANDORA 28-ITDP 29-SAMSUNG 30-FUJITRANS 31-TAKAHATA 32-AGC 33-HomePro 34-TOYODA 35-Johnson 36-TMOT 37-AO 38-NH 39-KATOEM 40-LAT 41-KOBELCO 42-KYB 43-ALBATROSS 44-KGK 45-TS 46-MISUBISHI 47-Jaroonsing 48-YUASA 49-MISUBISHI 50-EMERSON 51-PURE 52-BELZONA 53-CCP 54-ESCO 55-Nitto 56-BGC 57-elleair 58-BEM 59-LAEM 60-Canadian 61-CRAZY 62-THEMALL 63-BECC 64-JATCO 65-KUBOTA 66-AJ 67-TUKCOM 68-AMATA 69-MITR-PHOL 70-Fuji 71-KIKUWA 72-SANKYU 73-YOKOHAMA 74-JATCO 75-SHOWA 76-CENTRAL 77-HAIER 78-HTT 79-AGT 80-HONDA 81-SAMSUNG 82-FUJITSU 83-HUAWEI 84-YAMAHA 85-PEA 86-VOLVO 87-CANON 88-BRIDGE 89-jelly 90-Crane 91-TANARE
ติดต่อสอบถามคลิกไลน์ Safety In Thai
ติดต่อ-สอบถาม กดตรงนี้ได้เลยค่ะ
ติดต่อ-สอบถาม กดตรงนี้ได้เลยค่ะ