iso 45001:2018 มาตรฐานระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย - เซฟตี้อินไทย
อบรมหลักสูตรฟรี สำหรับสมาชิก          คลิกที่นี่
iso 45001:2018 มาตรฐานระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย

ISO 45001:2018 และ ISO 14001:2015 มาตรฐานสากล ยกระดับความปลอดภัย และความยั่งยืนในองค์กร

ในโลกธุรกิจยุคใหม่ องค์กรไม่ได้ถูกประเมินแค่จากกําไรหรือยอดขาย แต่ยังรวมถึง “ความรับผิดชอบต่อพนักงาน” และ “ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม” หากองค์กรของคุณกําลังมองหาทางยกระดับความปลอดภัย และความยั่งยืน พร้อมรับมือกับอนาคตอย่างมืออาชีพ สองมาตรฐานนี้คือจุดเริ่มต้นที่ไม่ควรมองข้าม

ISO 45001:2018 มาตรฐาน ระบบการจัดการอาชีวอนามัย และความปลอดภัย

ISO 45001:2018 คือ มาตรฐานสากลสําหรับระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทํางาน (Occupational Health and Safety Management System - OH&S) เพื่อให้องค์กรสามารถระบุ ควบคุม และลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในการทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ISO 14001:2015 มาตรฐาน ระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม

ISO 14001:2015 คือ มาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (Environmental Management System - EMS) ที่พัฒนาโดยองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (ISO) เพื่อใช้เป็นแนวทางให้องค์กรต่าง ๆ บริหารจัดการ สิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน


เซฟตี้อินไทยทฤษฎีแน่นๆปฎิบัติเน้นๆ

ได้รับใบเซอร์ (Certificate) หลังผ่านการทดสอบ

ISO 45001:2018

ทุกรอยยิ้มแห่งความประทับใจ อบรมiso 45001:2018 และ iso14001:2015 กับเซฟตี้อินไทย

เรามุ่งมั่นให้การอบรม iso 45001:2018 และ iso14001:2015 เป็นมากกว่าการเรียนรู้ แต่เป็นประสบการณ์ที่สร้าง ความมั่นใจและปลอดภัยให้กับทุกคน ด้วยการสอนที่เข้าใจง่าย สนุก และสามารถนําไปใช้ได้จริง


วิทยากรสอนอบรม ISO 45001:2018 โดยเซฟตี้อินไทย
ผู้เข้าอบรมเรียนรู้มาตรฐาน ISO 45001:2018
การอบรมระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม ISO 14001:2015
ผู้เข้าอบรมร่วมกิจกรรมเรียนรู้มาตรฐาน ISO 45001
วิทยากรบรรยายเรื่องการปรับใช้ ISO 14001:2015
วิทยากรและผู้เข้าอบรม ISO 45001:2018 ถ่ายภาพร่วมกัน
การอบรมระบบสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในที่ทำงาน
การเรียนรู้แนวทางบริหารความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล
วิทยากรอธิบายขั้นตอนการจัดทำระบบ ISO 14001
ผู้เข้าอบรมทำกิจกรรมกลุ่มเรื่องความปลอดภัย
ผู้เข้าอบรมเรียนรู้ทั้งระบบความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม
ผู้เรียนฝึกทำเอกสารระบบสิ่งแวดล้อม
วิทยากรนำเสนอกรณีศึกษาด้านความปลอดภัย
ทีมงานและผู้เข้าอบรมจากหลายภาคส่วน
ผู้เข้าร่วมเรียนรู้แนวทางพัฒนาองค์กรยั่งยืน
การอบรมเชิงลึกด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย
การฝึกปฏิบัติการประเมินสิ่งแวดล้อมในองค์กร
ภาพกลุ่มผู้ผ่านการอบรม ISO 45001:2018
ผู้บริหารเรียนรู้การประยุกต์ใช้ระบบสิ่งแวดล้อม
ผู้เข้าอบรมฟังบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญเซฟตี้อินไทย
ผู้เข้าอบรมรับประกาศนียบัตรจากเซฟตี้อินไทย
การอบรมแนวทางลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรม
วิทยากรบรรยายแนวทางปฏิบัติงานตามมาตรฐาน
ภาพบรรยากาศอบรมร่วมสองมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม

เซฟตี้อินไทย รับจัดอบรมอินเฮ้าส์

รับจัด iso 45001:2018 และ iso14001:2015 ถึงสถานที่ของคุณ! ไม่ต้องเดินทาง เรานําหลักสูตรอบรมมาตรฐาน มาถึงองค์กรของคุณโดยตรงพร้อมทีมวิทยากรมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์จริง


วิทยากรเซฟตี้อินไทยให้คำแนะนำการจัดทำระบบ ISO 45001
ผู้เข้าอบรมเรียนรู้ระบบสิ่งแวดล้อม ISO 14001
วิทยากรอธิบายการประยุกต์ใช้ ISO 45001 ในโรงงาน
ผู้เข้าร่วมอบรมเรียนรู้แนวทางลดของเสียในกระบวนการ
ภาพกิจกรรมฝึกปฏิบัติด้านความปลอดภัยในการทำงาน
ทีมอบรมเซฟตี้อินไทยให้ความรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม
ผู้เข้าอบรมรับฟังแนวทางเตรียมการตรวจรับรอง ISO
วิทยากรและผู้เรียนร่วมอบรมระบบสิ่งแวดล้อมในองค์กร
ผู้เข้าอบรมเรียนรู้แนวทางจัดทำแผนความปลอดภัย
ผู้เข้าอบรมฝึกการทำ Internal Audit ระบบสิ่งแวดล้อม
วิทยากรให้คำแนะนำการปรับปรุงระบบความปลอดภัย
ภาพกลุ่มผู้เข้าอบรมเรียนรู้การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม
ผู้เรียนฝึกทำเอกสารและวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
วิทยากรนำเสนอหัวข้อสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ทรัพยากร
ผู้เข้าอบรมร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการความปลอดภัย
วิทยากรอธิบายกระบวนการจัดการผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ภาพผู้เข้าอบรมตั้งใจฟังการบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญ
ผู้เรียนฝึกปฏิบัติการเขียนเอกสารตามมาตรฐาน ISO
ภาพอบรมในห้องเรียนบรรยากาศเป็นกันเองแต่เข้มข้น
วิทยากรสาธิตการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ผู้เรียนแลกเปลี่ยนมุมมองการบริหารความเสี่ยง
ภาพรวมผู้เข้าอบรมร่วมทำกิจกรรมกลุ่ม
ผู้เข้าอบรมเรียนรู้ทั้งระบบความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมพร้อมกัน
ภาพกิจกรรมกลุ่มผู้ผ่านการอบรมสองมาตรฐานพร้อมรับประกาศนียบัตร

สิ่งที่ต้องเตรียมมาในวันอบรม

check

เอกสารหักภาษี ณ ที่จ่าย 3%

ฉบับจริง (ถ้ามี)

check

บัตรประชาชน/ใบขับขี่

( เพื่อตรวจสอบรายชื่อ )

check

โทรศัพท์มือถือ

เพื่อทำข้อสอบออนไลน์ ผ่าน www.topprobooking.com

*หมายเหตุ พัก Coffee Break เวลา 10:30 น. - 10:45 น. (ช่วงเช้า) และ เวลา 14:30 น. - 14:45 น. (ช่วงบ่าย)
รายละเอียดและกำหนดการดังกล่าว สามารถยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสมโดยการบรรยาย การถ่ายทอด
และแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากวิทยากร โดยไม่กระทบต่อเนื้อหาสำคัญในหลักสูตรตามวัตถุประสงค์

การอบรมของท่าน เป็นไปอย่างราบรื่นและอิ่มเอม


เพื่อให้การอบรมของท่านเป็นไปอย่างราบรื่นและอิ่มเอม เรายินดีบริการอาหารกลางวันและอาหารว่าง สำหรับผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่านที่เข้าร่วมการอบรมรูปแบบ Public Training


อาหาร
อาหาร
อาหาร
อาหาร
อาหาร
อาหาร
อาหาร
อาหาร

คุณหาหลักสูตรที่ต้องการไม่พบ หรือต้องการให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ใช่หรือไม่ ?

ฝากข้อมูล
เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ

มากกว่า 100 ครั้งในการจัดอบรมที่สูง การันตีได้ถึงมาตรฐาน และความประทับใจ

เซฟตี้อินไทย มุ่งเน้นการให้บริการด้วยความเอาใจใส่และเป็นกันเอง เราให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ผ่อนคลายและมีส่วนร่วม เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมรู้สึกประทับใจและได้รับประโยชน์สูงสุดจากการอบรม

อบรมโรยตัว 26-11-2568

26 พฤศจิกายน 2568
ชลบุรี
ที่สูง

22 พฤศจิกายน 2568
ชลบุรี
อบรมที่สูงตามกฎหมาย 21-11-2568

21 พฤศจิกายน 2568
ปราจีนบุรี
อบรม ความปลอดภัยที่สูง 20-11-2568

20 พฤศจิกายน 2568
ชลบุรี

ความรู้เรื่อง ISO 45001:2018
และ ISO 14001:2015
ที่คุณไม่ควรพลาด

เรียนรู้ความหมาย ความสําคัญ และประโยชน์ของ ISO 45001:2018 และ ISO 14001:2015 มาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ที่ช่วยยกระดับองค์กรสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง

การชี้บ่งอันตรายและการประเมินความเสี่ยงตามระบบ ISO45001:2018

การชี้บ่งอันตรายและการประเมินความเสี่ยงตามระบบ ISO45001:2018

การชี้บ่งอันตรายและการประเมินความเสี่ยง เป็นขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดในการดำเนินงานตามมาตรฐาน ISO 45001 เนื่องจากเป็นการระบุถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในสถานที่ทำงาน และประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากอันตรายเหล่านั้น เพื่อนำไปสู่การวางแผน และดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพทำไมการชี้บ่งอันตรายและการประเมินความเสี่ยงจึงสำคัญ ?ในโลกการทำงานที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้กับพนักงานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง มาตรฐาน ISO 45001:2018 เกิดขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการจัดการระบบบริหารจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OHSAS) โดยมีเป้าหมายหลักคือการป้องกันอุบัติเหตุและโรคจากการทำงาน และการปรับปรุงสุขภาวะและสวัสดิการของพนักงานอย่างต่อเนื่องประโยชน์ของการชี้บ่งอันตรายและการประเมินความเสี่ยง ลดอุบัติเหตุและโรคจากการทำงาน ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและโรคจากการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยส่งผลให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ค่าชดเชย และค่าเสียหายจากอุบัติเหตุ สร้างภาพลักษณ์ที่ดี สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สอดคล้องกับกฎหมายและข้อบังคับ เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องการชี้บ่งอันตราย และการประเมินความเสี่ยงเป็นขั้นตอนพื้นฐานและสำคัญในการจัดทำระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยตามมาตรฐาน ISO 45001:2018 การดำเนินการอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพจะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมีสุขภาพที่ดีสำหรับทุกคนการประเมินความเสี่ยง คืออะไร ?การประเมินความเสี่ยง คือ กระบวนการที่ใช้ในการวิเคราะห์และประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากอันตรายหรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ โดยพิจารณาถึงความน่าจะเป็นที่จะเกิดขึ้นและความรุนแรงของผลกระทบที่อาจตามมาขั้นตอนการประเมินความเสี่ยง ระบุอันตราย หาให้ออกว่ามีอะไรบ้างที่อาจก่อให้เกิดอันตราย เช่น สารเคมีอันตราย เครื่องจักรที่เสื่อมสภาพ สภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย ประเมินความน่าจะเป็น ประเมินว่าแต่ละอันตรายมีโอกาสเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด เช่น บ่อยครั้ง น้อยครั้ง หรือแทบไม่เคยเกิดขึ้น ประเมินความรุนแรง ประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากแต่ละอันตราย เช่น บาดเจ็บเล็กน้อย บาดเจ็บสาหัส ความเสียหายต่อทรัพย์สิน จัดระดับความเสี่ยง กำหนดระดับความเสี่ยงของแต่ละอันตราย โดยพิจารณาจากทั้งความน่าจะเป็นและความรุนแรง กำหนดมาตรการควบคุม วางแผนมาตรการเพื่อลดหรือกำจัดความเสี่ยง เช่น การติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล การปรับปรุงกระบวนการทำงาน การฝึกอบรมพนักงานประโยชน์ของการประเมินความเสี่ยง ลดอุบัติเหตุและโรคจากการทำงาน ช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและโรคที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยส่งผลให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ค่าชดเชย และค่าเสียหายจากอุบัติเหตุ สร้างภาพลักษณ์ที่ดี สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สอดคล้องกับกฎหมายและข้อบังคับ เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องตัวอย่างของอันตรายที่พบได้ในสถานที่ทำงาน อันตรายจากทางกายภาพ เสียงดัง ฝุ่นละออง ความร้อน สารเคมี อันตรายจากทางชีวภาพเชื้อโรค แบคทีเรีย ไวรัส อันตรายจากทางจิตวิทยา ความเครียด การถูกคุกคาม การข่มเหง การประเมินความเสี่ยงเป็นกระบวนการที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องและมีการปรับปรุงอยู่เสมอ เนื่องจากสภาพแวดล้อมในการทำงานเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การประเมินความเสี่ยงจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิภาพการวิเคราะห์ความเสี่ยงจากการทำงานการวิเคราะห์ความเสี่ยงจากการทำงาน ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย กระบวนการนี้ประกอบด้วยขั้นตอนหลักๆ 5 ขั้นตอน และมีหลักการพื้นฐานที่เรียกว่า ROEOC เพื่อช่วยให้เราเข้าใจถึงกระบวนการนี้ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นขั้นตอนในการวิเคราะห์ความเสี่ยง ระบุอันตราย (Hazard Identification) ขั้นตอนแรกคือการระบุถึงสิ่งต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย เช่น สารเคมีอันตราย เครื่องจักรชำรุด สภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย เป็นต้น ประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) หลังจากระบุอันตรายแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการประเมินว่าอันตรายเหล่านั้นมีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน และมีโอกาสเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน จัดระดับความเสี่ยง เมื่อประเมินความเสี่ยงแล้ว จะต้องทำการจัดระดับความเสี่ยงของแต่ละอันตราย เพื่อให้ทราบว่าอันตรายใดมีความสำคัญเร่งด่วนที่สุด กำหนดแผนงานบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management Program) เมื่อทราบระดับความเสี่ยงแล้ว ก็จะต้องวางแผนการจัดการความเสี่ยง โดยกำหนดมาตรการป้องกันและควบคุมที่เหมาะสมกับแต่ละอันตรายหลักการ ROEOCRecognition (ตระหนัก) หมายถึง การตระหนักรู้ถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นEvaluation (ประเมิน) หมายถึง การประเมินความรุนแรงและความน่าจะเป็นของอันตรายControl (ควบคุม) หมายถึง การกำหนดมาตรการควบคุมเพื่อลดหรือกำจัดอันตรายทำไมการวิเคราะห์ความเสี่ยงจึงสำคัญ? ลดอุบัติเหตุ ช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุและโรคจากการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยทำให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ค่าชดเชย และค่าเสียหายจากอุบัติเหตุ สร้างภาพลักษณ์ที่ดี สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สอดคล้องกับกฎหมายและข้อบังคับ เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างการนำไปใช้สมมติว่าเราทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม เราอาจจะพบว่ามีอันตรายจากสารเคมีที่ใช้ในการผลิต ดังนั้นเราจะต้องทำการประเมินความเสี่ยงว่าสารเคมีชนิดนี้มีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน หากสัมผัสหรือสูดดมเข้าไปจะเกิดอันตรายอะไรบ้าง และมีโอกาสเกิดเหตุการณ์ที่สารเคมีรั่วไหลมากน้อยเพียงใด จากนั้นจึงกำหนดมาตรการควบคุม เช่น การสวมใส่ชุดป้องกันส่วนบุคคล การติดตั้งระบบระบายอากาศที่ดี เป็นต้นการวิเคราะห์ความเสี่ยงเป็นกระบวนการที่สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย การทำความเข้าใจขั้นตอนต่างๆ และหลักการ ROEOC จะช่วยให้เราสามารถระบุและจัดการกับความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุหรือโรคจากการทำงานได้ประเภทของอันตราย (Hazard Source)ประเภทของอันตราย (Hazard Source) ที่เราอาจพบเจอได้ในสถานที่ทำงาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ความเสี่ยงในการทำงาน เพื่อให้เราสามารถป้องกันและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ประเภทของอันตราย อันตรายจากเครื่องจักร อุปกรณ์ อันตรายที่เกิดจากการใช้งานเครื่องจักร เช่น เครื่องจักรบด เครื่องจักรตัด เครื่องจักรกลึง หรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่มีส่วนเคลื่อนไหว อาจก่อให้เกิดอันตรายจากการถูกบด บีบ หรือดูดเข้าไปในเครื่องจักรได้ อันตรายจากวัตถุหนักตกใส่ อันตรายที่เกิดจากวัตถุที่มีน้ำหนักมากตกลงมาใส่ เช่น วัสดุที่วางไม่มั่นคง หรือวัตถุที่ร่วงหล่นจากที่สูง อันตรายจากยานพาหนะ อันตรายที่เกิดจากการใช้งานยานพาหนะภายในโรงงาน เช่น รถยก รถโฟล์คลิฟท์ อาจเกิดอุบัติเหตุชน หรือทับคนงานได้ อันตรายจากกระแสไฟฟ้า อันตรายจากการสัมผัสกับกระแสไฟฟ้า อาจทำให้เกิดไฟฟ้าช็อต หรือไฟไหม้ได้ อันตรายจากการตกจากที่สูง อันตรายที่เกิดจากการตกจากที่สูง เช่น บันได หลังคา หรือที่ทำงานที่ไม่มีราวกั้น อันตรายจากสารเคมี ไอระเหย ฝุ่น ฟูม ควัน อันตรายที่เกิดจากการสัมผัสกับสารเคมีต่างๆ เช่น สารเคมีกัดกร่อน สารเคมีระเหย อาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง ระบบทางเดินหายใจ หรือเป็นพิษได้ อันตรายจากความร้อน ความเย็น แสง เสียง อันตรายที่เกิดจากสภาพแวดล้อมที่ร้อนจัด เย็นจัด มีแสงจ้า หรือเสียงดัง อาจทำให้เกิดอาการป่วยหรือบาดเจ็บได้ อันตรายจากรังสี สนามแม่เหล็กไฟฟ้า อันตรายที่เกิดจากการสัมผัสกับรังสี เช่น รังสีเอกซ์ หรือสนามแม่เหล็กไฟฟ้า อาจทำให้เกิดมะเร็ง หรือความผิดปกติทางพันธุกรรมได้ อันตรายจากเชื้อโรค ไวรัส แบคทีเรีย สัตว์ อันตรายที่เกิดจากการสัมผัสกับเชื้อโรคต่างๆ อาจทำให้เกิดโรคติดต่อได้ อันตรายด้านจิตวิทยาสังคม อันตรายที่เกิดจากปัจจัยทางจิตใจ เช่น ความเครียด การถูกคุกคาม การข่มเหง อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตและประสิทธิภาพในการทำงานความสำคัญของการระบุประเภทของอันตรายการระบุประเภทของอันตรายเป็นขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดในการวิเคราะห์ความเสี่ยง เมื่อเราทราบว่ามีอันตรายอะไรบ้างในสถานที่ทำงาน เราจึงสามารถวางแผนและดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพตัวอย่างการนำไปใช้ หากพบว่ามีอันตรายจากสารเคมี เราอาจจะต้องติดป้ายเตือนอันตราย จัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล และจัดอบรมให้พนักงานทราบถึงวิธีการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัย หากพบว่ามีอันตรายจากการตกจากที่สูง เราอาจจะต้องติดตั้งราวกั้น หรือให้พนักงานสวมใส่สายรัดนิรภัย การทำความเข้าใจประเภทของอันตรายต่าง ๆ จะช่วยให้เราสามารถระบุและประเมินความเสี่ยงได้อย่างถูกต้อง และนำไปสู่การวางแผนเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นการเตรียมแผนปฏิบัติการควบคุมความเสี่ยงขั้นตอนสำคัญ 5 ขั้นตอนในการเตรียมแผนปฏิบัติการเพื่อควบคุมความเสี่ยง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารจัดการความปลอดภัยขั้นตอนต่างๆ รวบรวมเอกสารข้อมูล ขั้นตอนแรกคือการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร ข้อมูลการปฏิบัติงาน หรือข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานที่เราต้องการวิเคราะห์ความเสี่ยง ระบุอันตราย หลังจากรวบรวมข้อมูลแล้ว เราจะต้องทำการระบุอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้จากงานนั้นๆ โดยพิจารณาจากข้อมูลที่ได้รวบรวมมา กำหนดความเสี่ยง เมื่อระบุอันตรายได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการประเมินความเสี่ยงของแต่ละอันตราย โดยพิจารณาถึงความรุนแรงของอันตรายและความน่าจะเป็นที่อันตรายนั้นจะเกิดขึ้น ตรวจสอบและปรับปรุง หลังจากกำหนดความเสี่ยงแล้ว เราจะต้องตรวจสอบและปรับปรุงข้อมูลที่ได้ เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลที่ได้นั้นถูกต้องและครบถ้วน เตรียมแผนปฏิบัติการควบคุมความเสี่ยง ขั้นตอนสุดท้ายคือการจัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อควบคุมความเสี่ยงที่ได้ระบุไว้ โดยแผนนี้จะต้องระบุมาตรการป้องกันและควบคุมที่ชัดเจน รวมถึงผู้รับผิดชอบในการดำเนินการ ความสำคัญของการเตรียมแผนปฏิบัติการควบคุมความเสี่ยง ลดความเสี่ยง ช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุและเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยทำให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ค่าชดเชย และค่าเสียหายจากอุบัติเหตุ สร้างภาพลักษณ์ที่ดี สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย สอดคล้องกับกฎหมายและข้อบังคับ เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างการนำไปใช้สมมติว่าเราทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม เราอาจจะพบว่ามีอันตรายจากการถูกเครื่องจักรบีบ ดังนั้นเราจะต้องทำการประเมินความเสี่ยงว่าอันตรายนี้มีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน และมีโอกาสเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน จากนั้นจึงกำหนดมาตรการควบคุม เช่น การติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล การติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว และให้พนักงานสวมใส่ชุดป้องกัน เป็นต้นการเตรียมแผนปฏิบัติการควบคุมความเสี่ยงเป็นกระบวนการที่สำคัญอย่างยิ่งในการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย การทำความเข้าใจขั้นตอนต่างๆ จะช่วยให้เราสามารถระบุและจัดการกับความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุหรือโรคจากการทำงานได้แผนงานการควบคุมตามระดับความเสี่ยงแผนงานการควบคุมตามระดับความเสี่ยง เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการจัดการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในองค์กร โดยจะพิจารณาจากระดับความรุนแรงของความเสี่ยง และกำหนดมาตรการควบคุมที่เหมาะสมกับแต่ละระดับ ซึ่งจะช่วยลดโอกาสเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์และผลกระทบที่อาจตามมาได้ระดับความเสี่ยงออกเป็น 5 ระดับ และกำหนดมาตรการควบคุมที่แตกต่างกันไป ดังนี้1. ระดับความเสี่ยงสูงมาก (1)ความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรง เช่น การสูญเสียชีวิต ทรัพย์สินเสียหายจำนวนมากต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนและจริงจัง อาจต้องหยุดดำเนินงานบางส่วนหรือทั้งหมดชั่วคราว เพื่อลดความเสี่ยงลงให้มากที่สุด2. ระดับความเสี่ยงสูง (2)ความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นสูง และหากเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบร้ายแรงต้องมีการวางแผนและดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว กำหนดมาตรการป้องกันที่เข้มงวด และจัดสรรทรัพยากรที่จำเป็น3. ระดับความเสี่ยงปานกลาง (3)ความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นปานกลาง และหากเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบในระดับปานกลางควรมีการวางแผนเพื่อลดความเสี่ยง แต่ไม่จำเป็นต้องเร่งด่วนเท่ากับระดับสูง อาจพิจารณาถึงต้นทุนและประโยชน์ในการดำเนินมาตรการ4. ระดับความเสี่ยงต่ำ (4)ความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นต่ำ และหากเกิดขึ้นจะส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยอาจไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดๆ เพิ่มเติม หรืออาจมีการติดตามสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอ5. ระดับความเสี่ยงต่ำมาก (5)ความเสี่ยงที่แทบจะไม่เกิดขึ้นไม่จำเป็นต้องดำเนินการใดๆ เพิ่มเติมแผนงานการควบคุมตามระดับความเสี่ยงเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการบริหารจัดการความเสี่ยง โดยช่วยให้องค์กรสามารถระบุความเสี่ยง ประเมินระดับความรุนแรง และกำหนดมาตรการควบคุมที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียและสร้างความมั่นใจให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสรุปการชี้บ่งอันตรายและการประเมินความเสี่ยงเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมีสุขภาพดี โดยองค์กรจะต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่าความเสี่ยงทั้งหมดได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสม

บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บังคับปั้นจั่น, ข้อควรปฏิบัติในการยกวัสดุเกี่ยวกับปั้นจั่น, ข้อห้ามปฏิบัติในการยกวัสดุเกี่ยวกับปั้นจั่น, กฎหมายปั้นจั่น 2565, ข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับปั้นจั่น, ข้อห้ามปฏิบัติเกี่ยวกับปั้นจั่น, ข้อควรปฏิบัติเกี่ยวกับปั้นจั่น 2565, ข้อห้ามปฏิบัติเกี่ยวกับปั้นจั่น 2565, บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บังคับปั้นจั่น 2566,บทความเครน-ปั้นจั่น

บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บังคับปั้นจั่น

บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บังคับเครน-ปั้นจั่น 2566   บทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บังคับเครน-ปั้นจั่น สามารถทำได้อย่างไร ก่อนอื่น เซฟตี้อินไทย จะขออธิบายให้ท่านได้ทราบก่อนว่า เครน-ปั่นจั่นและผู้บังคับปั่นจั่น คืออะไร เครน-ปั่นจั่นและผู้บังคับปั่นจั่น คือ “ปั้นจั่น” หมายความว่า เครื่องจักรที่ใช้ยกสิ่งของขึ้นลงตามแนวดิ่ง และเคลื่อนย้ายสิ่งของเหล่านั้นในลักษณะแขวนลอยไปตามแนวราบ “ปั้นจั่นชนิดอยู่กับที่” หมายความว่า ปั้นจั่นที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ควบคุม และเครื่องต้นกำลังอยู่ในตัว ซึ่งติดตั้งอยู่บนหอสูง ขาตั้ง หรือบนล้อเลื่อน “ปั้นจั่นชนิดเคลื่อนที่” หมายความว่า ปั้นจั่นที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ควบคุม และเครื่องต้นกำลังอยู่ในตัว ซึ่งติดตั้งอยู่บนยานพาหนะที่ขับเคลื่อนได้ “ผู้บังคับปั้นจั่น” หมายความว่า บุคคลซึ่งทำหน้าที่บังคับการทำงานของปั้นจั่นให้ทำงานตามความต้องการ อ้างอิงตามกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร ปั้นจั่น และหม้อน้ำ พ.ศ. 2564 อ่านสรุปกฎกระทรวง คลิก!!ข้อห้ามปฏิบัติในการยกวัสดุ1. ห้ามปฏิบัติงานเมื่อทัศนวิสัยไม่ดี2. ห้ามยกน้ำหนักเกินพิกัด3. ห้ามใช้ลากวัสดุ4. ห้ามมีพนักงานโดยสารไปกับวัสดุที่ยกกำลัง5. ห้ามปล่อยวัสดุลงในแนวดิ่งกะทันหัน6. ห้ามปรับแต่งขณะปฏิบัติงาน7. ห้ามบุคคลอื่นอยู่ในรัศมีการยกวัสดุของปั้นจั่น8. ห้ามยก-วาง วัสดุอย่างรวดเร็ว9. ห้ามยกวัสดุที่เกาะยึดไม่มั่นคง เอียงไม่สมดุล10. ขณะเคลื่อนที่วัสดุห้ามแกว่ง11. ห้ามใช้อุปกรณ์ที่ชำรุดข้อควรปฏิบัติในการยกวัสดุ1. ยกวัสดุขึ้นจากพื้นประมาณ 4 นิ้ว ค้างไว้สักพัก2. งานยกทุกชนิด ต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าควบคุม3. ยกวัสดุหลายชิ้นในคราวเดียวกัน ต้องรวบรวมเป็นก้อนเดียวกัน4. สลิงที่ใช้ยกวัสดุต้องมีค่าความปลอดภัยไม่น้อยกว่า 5 เท่า5. มีอุปกรณ์ป้องกันสลิงเสียหายตรงมุมคมของวัสดุ6. ใช้เชือกต๋ง (Guy Rope)ผูกประคองชิ้นงาน7. จุดเกาะวัสดุต้องอยู่ในตำแหน่งสมดุล8. ใช้ปั้นจั่นให้ถูกขนาดและน้ำหนักของวัสดุ9. การเคลื่อนย้าย จะต้องเคลื่อนที่อย่างช้า ๆ ราบเรียบ สม่ำเสมอ10. สลิงต้องเหลืออยู่ในรอกอย่างน้อย 2 รอบ11. ขณะใช้งานพบสิ่งผิดปกติต้องรีบรายงานผู้บังคับบัญชาทันที12. สลิงที่ใช้ผูกยึดชิ้นส่วนต้องมีมุมยกน้อยที่สุดหรือไม่ทำมุมกันเลย

เเนวทางป้องกันอุบัติเหตุในงานก่อสร้างจากปั่นจั่น

เเนวทางป้องกันอุบัติเหตุในงานก่อสร้างจากปั้นจั่น

แนวทางป้องกันอุบัติเหตุในงานก่อสร้างจากปั้นจั่น อุบัติเหตุจากการใช้งานปั้นจั่นในงานก่อสร้างเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ ดังนั้น การป้องกันจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ต่อไปนี้เป็นแนวทางป้องกันอุบัติเหตุที่สำคัญเเนวทางป้องกันอุบัติเหตุในงานก่อสร้างจากปั้นจั่นอุบัติเหตุ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดหวังและไม่ตั้งใจในเวลาและสถานที่แห่งหนึ่ง เกิดขึ้นโดยไม่มีสิ่งบอกเหตุล่วงหน้าแต่มีสาเหตุและส่งผลกระทบที่สามารถชี้วัดได้ อุบัติเหตุเป็นผลเชิงลบของความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง ซึ่งควรจะหลีกเลี่ยงหรือป้องกันไว้แต่แรก โดยพิจารณาจากปัจจัยสาเหตุต่างๆ อันที่จะนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุในเรื่องของกำหนดการและการวางแผน อุบัติเหตุอาจหมายถึงเหตุการณ์หรือผลของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้มีการวางแผนรองรับมาก่อน หรือวางแผนไม่ครอบคลุม ซึ่งจะส่งผลต่อระบบและกำหนดการโดยรวมเมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้น วันนี้ เซฟตี้อินไทย มีเเนวทางดี ๆ เพื่อมาบอกเพื่อน ๆ กันครับเเนวทางป้องกันอุบัติเหตุในงานก่อสร้างจากปั้นจั่น   1 : ผู้ปฏิบัติงานเกี่ยวกับปั้นจั่นต้องมีความรู้ ประสบการณ์และผ่านการฝึกอบรมก่อนปฏิบัติงาน   2 : ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติตามสัญญาณและการสั่งการของผู้ควบคุมปั่นจั่น อย่างเคร่งครัด   3 : ควรประเมินความเสี่ยงอันตรายในงานก่อนปฏิบัติงานเพื่อกำหนดมาตรการป้องกันไว้ล่วงหน้า   4 : ตรวจสอบสภาพของอุปกรณ์และส่วนประกอบของปั้นจั่นก่อนใช้งานทุกครั้ง   5 : บำรุงรักษา ตรวจสอบ และทดสอบปั้นจั่นโดยวิศวกรวิชาชีพ ตามคู่มือผู้ผลิต และกฎหมาย   6 : ปั้นจั่นต้องอยู่บนพื้นผิวที่มั่นคงและได้ระดับ   7 : ไม่ใช้ปั้นจั่นเกินพิกัดการวางแผนและเตรียมการการวางแผนการทำงาน ก่อนเริ่มงาน ควรมีการวางแผนการทำงานอย่างละเอียด รวมถึงการกำหนดพื้นที่ทำงาน ตำแหน่งการตั้งปั้นจั่น และเส้นทางการเคลื่อนย้ายวัสดุการตรวจสอบสภาพพื้นที่ ตรวจสอบสภาพพื้นที่ที่จะตั้งปั้นจั่นให้มีความแข็งแรงเพียงพอ รองรับน้ำหนักได้ และไม่มีสิ่งกีดขวางการตรวจสอบสภาพปั้นจั่น ตรวจสอบสภาพปั้นจั่นทุกส่วนให้พร้อมใช้งาน เช่น สลิง สายเคเบิล เบรก และระบบควบคุมการบำรุงรักษาปั้นจั่น ปฏิบัติตามตารางการบำรุงรักษาปั้นจั่นอย่างสม่ำเสมอการปฏิบัติงานผู้ปฏิบัติงานต้องมีความรู้และประสบการณ์ ผู้ควบคุมปั้นจั่นและผู้เกี่ยวข้องต้องมีความรู้และประสบการณ์ในการใช้งานปั้นจั่นอย่างถูกต้องปฏิบัติตามสัญญาณและคำสั่ง ผู้ปฏิบัติงานทุกคนต้องปฏิบัติตามสัญญาณและคำสั่งของผู้ควบคุมปั้นจั่นอย่างเคร่งครัดตรวจสอบน้ำหนักของวัสดุ ตรวจสอบน้ำหนักของวัสดุที่จะยกให้ตรงกับความสามารถของปั้นจั่นตรวจสอบสภาพสลิงและอุปกรณ์ยก ก่อนการใช้งานทุกครั้ง ตรวจสอบสภาพสลิงและอุปกรณ์ยกให้มีความแข็งแรงและปลอดภัยห้ามเข้าไปใต้บริเวณที่ปั้นจั่นกำลังทำงาน ห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณที่ปั้นจั่นกำลังทำงานเด็ดขาดสวมใส่เครื่องป้องกันส่วนบุคคล ผู้ปฏิบัติงานทุกคนต้องสวมใส่เครื่องป้องกันส่วนบุคคล เช่น หมวกนิรภัย รองเท้าเซฟตี้ และเสื้อผ้าที่เหมาะสมการควบคุมความเสี่ยงกำหนดเขตปลอดภัย กำหนดเขตปลอดภัยรอบบริเวณที่ปั้นจั่นทำงาน และติดป้ายเตือนมีผู้สังเกตการณ์ จัดให้มีผู้สังเกตการณ์คอยดูแลความปลอดภัยระหว่างการทำงานเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉิน เตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉิน เช่น ถังดับเพลิง และอุปกรณ์ช่วยเหลือไว้ให้พร้อมใช้งานกฎหมายและข้อบังคับปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับ ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานปั้นจั่นอย่างเคร่งครัดสิ่งสำคัญที่สุดคือ การตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัย และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันอย่างเคร่งครัด การทำงานร่วมกันของทุกฝ่าย จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้งานปั้นจั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพหมายเหตุ : ข้อมูลนี้เป็นเพียงแนวทางทั่วไป ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยในการทำงานเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม หรือต้องการอบรมทบทวนการทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่น คลิกที่นี่

สัญญาณมือเครนสากล ปั้นจั่น

สัญญาณมือเครน-ปั้นจั่นสากล

สัญญาณมือเครนสากล 1.หยุดยกของฉุกเฉิน : เหยียดแขนทั้งสองข้างออกไประดับหัวไหล่ ฝ่ามือคว่ำลง แล้วเหวี่ยงไป - มา ในแนวระดับไหล่อย่างรวดเร็ว2.หยุดยกของ : เหยียดแขนซ้ายออกไปในระดับไหล่แบบคว่ำฝ่ามือ แล้วเหวี่ยงไป - มา ในแนวระดับไหล่อย่างรวดเร็ว3.ให้หยุดและยึดเชือกลวดทั้งหมด : กำมือทั้งสองข้างเข้าหากันให้อยู่ในระดับเอว4.ให้ยกของขึ้นช้า ๆ : ยกแขนคว่ำฝ่ามือให้ได้ระดับคางแล้วใช้นิ้วชี้ของมืออีกข้างหนึ่งชี้ตรงกลางฝ่ามือแล้วหมุนช้า ๆ5.ยกบูม : เหยียดแขนขวาออกสุดแขน แล้วกำมือให้หัวแม่มือชี้ขึ้นด้านบน6.นอนบูม : เหยียดแขนขวาออกสุดแขน แล้วกำมือให้หัวแม่มือชี้ลงพื้น7.ใช้รอกใหญ่ : กำมือ ยกขึ้นเหนือศีรษะ แล้วเคาะเบา ๆ บนศีรษะตนเองหลาย ๆ ครั้งแล้วให้สัญญาณอื่น ๆ ที่ต้องการ8.ใช้รอกเล็ก : งอข้อศอกขึ้นกำมือระดับไหล่ โย้ไปข้างหน้าเล็กน้อยแล้วใช้มืออีกข้างแตะที่ศอกจากนั้นให้สัญญาณอื่น ๆ ที่ต้องการ9.สวิงบูมไปด้านที่มือชี้ : เหยียดแขนซ้ายหรือขวา ชี้ไปตามทิศทางที่ต้องการจะให้หมุนบูมไป10.เดินหน้า : เหยียดฝ่ามือขวาตรงออกไปข้างหน้าระดับไหล่ ฝ่ามือตั้งตรงทำท่าผลักในทิศทางที่ต้องการให้รถเครนเคลื่อนที่11. เลื่อนรอกขึ้น : ให้งอศอกขึ้นตั้งฉาก ชูนิ้วชี้ขึ้นแล้วหมุนเป็นวงกลม12.เลื่อนรอกลง : กางแขนออกเล็กน้อย ใช้นิ้วชี้ ชี้ลงพื้นแล้วหมุนเป็นวงกลม13.ยกบูมพร้อมกับเลื่อนรอกขึ้น : เหยียดแขนออกสุด แบมือตั้งหัวแม่มือชี้ขึ้นแล้วกวักนิ้วทั้งสี่ไป - มา (ยกเว้นนิ้วหัวแม่มือ)14.ยกบูมพร้อมกับเลื่อนรอกลง : เหยียดแขนออกสุด แบมือให้หัวแม่มือชี้ลงแล้วกวักนิ้วทั้งสี่ไป - มา (ยกเว้นนิ้วหัวแม่มือ)15.ยึดบูม : กำมือทั้งสองแบบหงาย ยกขึ้นเสมอเอว แล้วเหยียดหัวแม่มือออกทั้งสองข้าง16.หดบูม : กำมือทั้งของคว่ำลงแล้วยกขึ้นเสมอเอว ให้หัวแม่มือทั้งสองข้างชี้เข้าหากัน           เครน คือ เครื่องจักรกลที่ใช้ยกสิ่งของหนัก ขึ้นลงตามแนวดิ่ง และเคลื่อนย้ายสิ่งของในลักษณะแขวนลอยไปตามแนวราบแล้วเคลื่อนที่ไปมาโดยรอบหรือตามทิศทางที่กำหนดไว้ โดยการออกแบบเครนนั้น จะใช้คานตรงกลางของเครนเป็นที่รับน้ำหนักของการยก ซึ่งจำเป็นที่จะต้องได้รับการออกแบบให้แข็งแรงและปลอดภัยต่อการใช้งาน โดยทั่วไปในอุตสาหกรรมจะใช้รูปแบบของเครน เป็นตัวแบ่งประเภทของเครนตามลักษณะของเครนที่รับน้ำหนักซึ่งประเภทของเครน ถูกแบ่งได้ดังนี้1. เครนเหนือศีรษะ และเครนขาสูง (Overhead Crane and Gentry Crane)เครนที่ใช้ยกสิ่งของที่มีน้ำหนักไม่มากเป็นเครนไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมใช้กันมากที่สุดสำหรับทุกโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทย เพราะมีโครงสร้างที่ไม่ใหญ่มากนักและใช้พื้นที่น้อย สามารถเคลื่อนที่ยกวัตถุได้ง่าย มีน้ำหนักที่ไม่มากไม่ทำให้โครงสร้างของสถานที่ใช้งานรับภาระน้ำหนักที่หนักมากเกินไป2. เครนหอสูง (Tower Crane)เครนที่นิยมใช้ในการก่อสร้าง เนื่องจากความสูงของตัวเครนและการใช้ยกสิ่งของที่มีน้ำหนักได้มากสามารถทุ่นแรงงานได้จำนวนมาก แต่เครนชนิดนี้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยมากเนื่องจากหากเกิดอุบัติเหตุจะเป็นอันตรายอย่างมาก3. รถเครน เรือเครน (Mobile Crane)เครนที่ใช้ในการเคลื่อนที่ไปในที่ต่าง ๆ เน้นความสะดวกเป็นหลักยกน้ำหนักได้ไม่มาก แต่ถ้าเป็นเรือเครนจะยกน้ำหนักได้มาก ใช้ในเรือเป็นหลักรวมถึงท่าเรือด้วยแยกเครนออกเป็นการใช้งาน 2 แบบ คือ1. เครนชนิดเคลื่อนที่ (Mobile Cranes) คือ เครนที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ควบคุม และเครื่องต้นกำลังอยู่ในตัว ซึ่งติดตั้งอยู่บนยานที่ขับเคลื่อนในตัวเอง2. เครนชนิดอยู่กับที่ (Stationary Cranes) คือ เครนที่ประกอบด้วยอุปกรณ์ควบคุมและเครื่องต้นกำลังอยู่ในตัว ซึ่งติดตั้งอยู่บนหอสูง ขาตั้ง หรือบนล้อเลื่อน สัญญาณมือเครนสากล.jpg

ตัวอย่างลูกค้าเพียงบางส่วน
ที่ใช้บริการกับเซฟตี้อินไทย

01-BOSCH 02-KMCT 03-CASTEM 04-ExoticFood 05-TMOT 06-PCG 07-NPS 08-BEM 09-ANDRITZ 10-NSSPT 11-DAIKIN 12-BGF 13-OR 14-BOSCH 15-Niterra 16-EMERSON 17-AMTA-SPRING 18-akebono 19-TBGO 20-RICOH 21-KERRY 22-PEA 23-UCARE 24-sumitomo-electric 25-LOTTE 26-STEP 27-PANDORA 28-ITDP 29-SAMSUNG 30-FUJITRANS 31-TAKAHATA 32-AGC 33-HomePro 34-TOYODA 35-Johnson 36-TMOT 37-AO 38-NH 39-KATOEM 40-LAT 41-KOBELCO 42-KYB 43-ALBATROSS 44-KGK 45-TS 46-MISUBISHI 47-Jaroonsing 48-YUASA 49-MISUBISHI 50-EMERSON 51-PURE 52-BELZONA 53-CCP 54-ESCO 55-Nitto 56-BGC 57-elleair 58-BEM 59-LAEM 60-Canadian 61-CRAZY 62-THEMALL 63-BECC 64-JATCO 65-KUBOTA 66-AJ 67-TUKCOM 68-AMATA 69-MITR-PHOL 70-Fuji 71-KIKUWA 72-SANKYU 73-YOKOHAMA 74-JATCO 75-SHOWA 76-CENTRAL 77-HAIER 78-HTT 79-AGT 80-HONDA 81-SAMSUNG 82-FUJITSU 83-HUAWEI 84-YAMAHA 85-PEA 86-VOLVO 87-CANON 88-BRIDGE 89-jelly 90-Crane 91-TANARE

ติดตามเซฟตี้อินไทย
ได้ทุกช่องทางที่คุณสะดวก

ติดต่อสอบถามคลิกไลน์ Safety In Thai
ติดต่อ-สอบถาม กดตรงนี้ได้เลยค่ะ
ติดต่อ-สอบถาม กดตรงนี้ได้เลยค่ะ