ผู้เฝ้าระวังไฟ Fire Watch Man อบรม 1 วัน มีใบเซอร์ - เซฟตี้อินไทย
อบรมหลักสูตรฟรี สำหรับสมาชิก          คลิกที่นี่
Fire Watch Man

ผู้เฝ้าระวังไฟ Fire Watch Man
ตามกฎหมาย 6 ชั่วโมง / 12 ชั่วโมง

ผู้เฝ้าระวังไฟ หรือ หรือ Fire Watch Man นับมีความสำคัญและจำเป็นในกิจกรรมการดำเนินการในด้านต่างๆ เช่น กิจกรรมงานที่ทำให้เกิดประกายไฟ และเสี่ยงในการเกิดอัคคีภัยในกิจกรรมดังกล่าว และกิจกรรมต่างๆ ในกลุ่มงาน Oil and Gas และทั่วไป ซึ่งผู้เฝ้าระวังไฟ ก็ถือได้ว่ามีบทบาทสำคัญอย่างมาก ที่จะช่วยป้องกันอุบัติที่จะเกิดขึ้นจากกิจกรรมดังกล่าว ในด้านความรับผิดชอบดังกล่าวเช่น การตรวจวัดแก็สบริเวณทำงานและขณะทำงาน หรือการเฝ้าระวังลูกไฟ ขณะมีการเชื่อมและเจียร แม้กระทั้งเมื่อเกิดเหตุ ผู้เฝ้าระวังไฟก็จะสามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ช่วยป้องกันและลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น

ผู้เฝ้าระวังไฟ Fire Watch Man อบรมออนไลน์ 6 ชั่วโมง


ผู้เฝ้าระวังไฟ Fire Watch Man อบรมชลบุรี โคราช นครราชสีมา 12 ชั่วโมง


เซฟตี้อินไทยทฤษฎีแน่นๆปฎิบัติเน้นๆ

ได้รับใบเซอร์ (Certificate) หลังผ่านการทดสอบ

ดับเพลิงขั้นต้นและอพยพหนีไฟประจำปี

ทุกรอยยิ้มแห่งความประทับใจ อบรมผู้เฝ้าระวังไฟ Fire Watch Man ได้รับ ใบเซอร์ผู้เฝ้าระวังไฟ กับ เซฟตี้อินไทย

ทุกรอยยิ้มแห่งความประทับใจ เกิดจากการเรียนรู้ที่มีคุณค่า อบรมผู้เฝ้าระวังไฟ Fire Watch Man กับเซฟตี้อินไทย สามารถทำงาน ได้อย่างถูกต้อง และปลอดภัย

ผู้เฝ้าระวังไฟ
ผู้เฝ้าระวังไฟ
ผู้เฝ้าระวังไฟ
ผู้เฝ้าระวังไฟ
ผู้เฝ้าระวังไฟ
ผู้เฝ้าระวังไฟ
ผู้เฝ้าระวังไฟ
ผู้เฝ้าระวังไฟ
ผู้เฝ้าระวังไฟ
ผู้เฝ้าระวังไฟ
ผู้เฝ้าระวังไฟ
ผู้เฝ้าระวังไฟ
ผู้เฝ้าระวังไฟ
ผู้เฝ้าระวังไฟ
ผู้เฝ้าระวังไฟ
ผู้เฝ้าระวังไฟ
ผู้เฝ้าระวังไฟ
ผู้เฝ้าระวังไฟ
ผู้เฝ้าระวังไฟ
ผู้เฝ้าระวังไฟ
ผู้เฝ้าระวังไฟ
ผู้เฝ้าระวังไฟ
ผู้เฝ้าระวังไฟ
ผู้เฝ้าระวังไฟ

หลักสูตรผู้เฝ้าระวังไฟ 2569

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2568 ได้กำหนด ประเภทของรถยกที่ต้องอบรม ไว้อย่างชัดเจนทั้งหมด 10 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีลักษณะการใช้งานและความเสี่ยงที่แตกต่างกัน จึงต้องอบรมให้ตรงกับประเภทของรถที่ใช้จริง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ผู้เฝ้าระวังไฟคืออะไร
บทบาทหน้าที่ผู้เฝ้าระวังไฟ
คุณสมบัติผู้เฝ้าระวังไฟ

ข้อมูลที่เป็นประโยชน์



สิ่งที่ต้องเตรียมมาในวันอบรม

check

เอกสารหักภาษี ณ ที่จ่าย 3%

ฉบับจริง (ถ้ามี)

check

บัตรประชาชน/ใบขับขี่

( เพื่อตรวจสอบรายชื่อ )

check

โทรศัพท์มือถือ

เพื่อทำข้อสอบออนไลน์ ผ่าน www.topprobooking.com

*หมายเหตุ พัก Coffee Break เวลา 10:30 น. - 10:45 น. (ช่วงเช้า) และ เวลา 14:30 น. - 14:45 น. (ช่วงบ่าย)
รายละเอียดและกำหนดการดังกล่าว สามารถยืดหยุ่นได้ตามความเหมาะสมโดยการบรรยาย การถ่ายทอด
และแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากวิทยากร โดยไม่กระทบต่อเนื้อหาสำคัญในหลักสูตรตามวัตถุประสงค์

การอบรมของท่าน เป็นไปอย่างราบรื่นและอิ่มเอม


เพื่อให้การอบรมของท่านเป็นไปอย่างราบรื่นและอิ่มเอม เรายินดีบริการอาหารกลางวันและอาหารว่าง สำหรับผู้เข้าร่วมอบรมทุกท่านที่เข้าร่วมการอบรมรูปแบบ Public Training


อาหาร
อาหาร
อาหาร
อาหาร
อาหาร
อาหาร
อาหาร
อาหาร

คุณหาหลักสูตรที่ต้องการไม่พบ หรือต้องการให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ใช่หรือไม่ ?

ฝากข้อมูล
เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ

มากกว่า 100 ครั้งในการจัดอบรมดับเพลิงขั้นต้น การันตรีได้ถึงมาตรฐาน และความประทับใจ

เซฟตี้อินไทย มุ่งเน้นการให้บริการด้วยความเอาใจใส่และเป็นกันเอง เราให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่ผ่อนคลายและมีส่วนร่วม เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมรู้สึกประทับใจและได้รับประโยชน์สูงสุดจากการอบรม

อบรมดับเพลิงเบื้องต้น 23-02-2569

23 กุมภาพันธ์ 2569
ชลบุรี
อบรมดับเพลิงเบื้องต้น นนทบุรี 18-02-2569

18 กุมภาพันธ์ 2569
ชลบุรี
อบรมดับเพลิง สมุทรสาคร 02-02-2569

2 กุมภาพันธ์ 2569
ชลบุรี
ดับเพลิงขั้นต้นและซ้อมอพยพ

30 มกราคม 2569
ระยอง

ความรู้ดับเพลิงขั้นต้น
ที่คุณไม่ควรพลาด

แหล่งข้อมูลที่มีคุณค่าสำหรับผู้ที่ทำงานหรือผู้ที่สนใจ เกี่ยวกับดับเพลิงขั้นต้น บทความเหล่านี้จะช่วยให้ท่านมีความรู้ความเข้าใจ และทักษะในการทำงานอย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ผู้เฝ้าระวังไฟ FIRE WATCH MAN

ผู้เฝ้าระวังไฟ FIRE WATCH MAN

ในโลกของงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับ ประกายไฟ ความร้อน และเชื้อเพลิง ไม่ว่าจะเป็นงานเชื่อม งานตัด งานเจียร หรือแม้แต่งานเผา ล้วนมีความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และนี่เองคือเหตุผลที่ “ผู้เฝ้าระวังไฟ” หรือ Fire Watch Man กลายเป็นบุคคลสำคัญที่ขาดไม่ได้ผู้เฝ้าระวังไฟ FIRE WATCH MANถ้าจะพูดกันแบบบ้าน ๆ ให้เข้าใจง่าย คนทำงานอาจจะเป็น “คนก่อประกาย” แต่ Fire Watch Man คือ “คนกันไฟลาม” นั่นเองบทความนี้ เซฟตี้อินไทย จะพาคุณเจาะลึกทุกมิติของผู้เฝ้าระวังไฟ ตั้งแต่ความหมาย บทบาท หน้าที่ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงแนวทางปฏิบัติที่องค์กรยุคใหม่ควรรู้ผู้เฝ้าระวังไฟ FIRE WATCH MANความหมายของผู้เฝ้าระวังไฟ (Fire Watch Man)ผู้เฝ้าระวังไฟ คือ บุคคลที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ เฝ้าติดตาม ตรวจสอบ และป้องกันอัคคีภัย ในระหว่างการทำงานที่ก่อให้เกิดประกายไฟหรือความร้อน (Hot Work)โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง เช่นพื้นที่ที่มีวัตถุไวไฟพื้นที่ปิด (Confined Space)พื้นที่ที่มีสารเคมีพื้นที่ที่ควบคุมยากผู้เฝ้าระวังไฟ (Fire Watcher) หมายถึง บุคคลที่ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทางและได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบ ควบคุม และป้องกันการเกิดอัคคีภัยในพื้นที่ปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีวัตถุไวไฟ พื้นที่อับอากาศ (Confined Space) หรือบริเวณที่มีการสะสมของสารเคมีและไอระเหยหน้าที่ของเขาไม่ใช่แค่ “ยืนดู” แต่ต้อง พร้อมตอบสนองทันที เมื่อเกิดเหตุความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของ Fire Watcherการมีผู้เฝ้าระวังไฟประจำจุดงาน Hot Work มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อEarly Detection ตรวจพบการคุโชนหรือประกายไฟในระยะเริ่มต้นก่อนลุกลามImmediate Response ตอบโต้เหตุฉุกเฉินด้วยอุปกรณ์ดับเพลิงเบื้องต้นได้อย่างทันท่วงทีRegulatory Complianceปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎกระทรวงและมาตรฐานสากล (เช่น OSHA หรือ NFPA)Loss Prevention ลดความสูญเสียต่อชีวิต ทรัพย์สิน และความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity)ทำไม Fire Watch Man ถึงสำคัญ?ลองนึกภาพง่าย ๆคุณกำลังเชื่อมเหล็กในโรงงาน… ประกายไฟกระเด็นไปโดนเศษผ้าแห้งที่มุมหนึ่งถ้าไม่มีคนเฝ้า → ผ่านไป 5 นาที = ไฟลุกถ้ามี Fire Watch → ดับตั้งแต่ยังเป็นสะเก็ดความต่างอยู่ที่ “เวลา” และ “การมองเห็น”เหตุผลหลักที่ต้องมี Fire Watch Manลดความเสี่ยงการเกิดไฟไหม้ตรวจจับอันตรายได้เร็วตอบสนองเหตุฉุกเฉินทันทีเป็นส่วนหนึ่งของระบบ Work Permitเป็นข้อกำหนดตามกฎหมายความปลอดภัยงานประเภทใดต้องมีผู้เฝ้าระวังไฟ?งานที่เรียกว่า Hot Work จะต้องมี Fire Watch เสมอ เช่นงานเชื่อมโลหะงานตัดด้วยแก๊สงานเจียรงานเผางานที่เกิดประกายไฟงานที่มีความร้อนสูงโดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีเชื้อเพลิงไอระเหยฝุ่นไวไฟพูดง่าย ๆ คือ ถ้ามี “ไฟ” หรือ “โอกาสเกิดไฟ” ต้องมี Fire Watchผู้เฝ้าระวังไฟ FIRE WATCH MANบทบาทหน้าที่ของผู้เฝ้าระวังไฟหน้าที่ของ Fire Watch Man ไม่ใช่แค่เฝ้าเฉย ๆ แต่ต้อง “ทำงานเชิงรุก”1. การเฝ้าระวังประกายไฟ (Monitoring Sparks & Hazards)ภารกิจ ควบคุมและสอดส่องทิศทางของสะเก็ดไฟ (Sparks) และเศษโลหะร้อน (Slag) ไม่ให้กระเด็นไปตกในจุดเสี่ยงความสำคัญ เป็นด่านหน้าในการหยุดยั้งต้นตอของไฟก่อนที่จะเกิดการคุไหม้ โดยต้องไม่ละสายตาจากจุดปฏิบัติงาน Hot Work แม้วินาทีเดียว2. การเตรียมอุปกรณ์ดับเพลิง (Equipment Readiness)ภารกิจ จัดเตรียมถังดับเพลิง (Fire Extinguisher) ที่มีประเภทสารดับเพลิงเหมาะสมกับหน้างาน (เช่น Class ABC หรือ K) และต้องตรวจสอบให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้ 100%ความสำคัญ ลดระยะเวลาในการตอบโต้ (Response Time) หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อุปกรณ์ต้องอยู่ใกล้ตัวและใช้งานได้ทันที3. การตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง (Area Inspection)ภารกิจ สำรวจพื้นที่ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังปฏิบัติงาน รวมถึงการเคลื่อนย้ายวัตถุไวไฟออกไป หรือใช้ผ้ากันไฟ (Fire Blanket) คลุมปิดทับส่วนที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ความสำคัญ เป็นการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย (Safe Environment) และตรวจสอบ "จุดอับ" ที่อาจมีประกายไฟลอดเข้าไป4. การพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน (Emergency Response)ภารกิจ มีความเชี่ยวชาญในการใช้ถังดับเพลิง และรู้วิธีการแจ้งเหตุฉุกเฉินตามแผนขององค์กร (Emergency Call) รวมถึงการช่วยอพยพคนหากไฟลุกลามเกินควบคุมความสำคัญ เป็นผู้ควบคุมสถานการณ์ (Scene Commander) เบื้องต้น เพื่อป้องกันไม่ให้ความเสียหายขยายวงกว้างผู้เฝ้าระวังไฟ FIRE WATCH MANคุณสมบัติของผู้เฝ้าระวังไฟ1. การรับรองด้านการดับเพลิงขั้นต้น (Certified Basic Firefighting)ความรู้จำเป็น ต้องเข้าใจทฤษฎีการเกิดไฟ (Fire Tetrahedron) และประเภทของไฟ (Classes of Fire) ต้องการอบรมดับเพลิงขั้นต้น คลิกที่นี่ทักษะ สามารถเลือกใช้และบังคับอุปกรณ์ดับเพลิงพกพา (Portable Fire Extinguishers) ได้อย่างชำนาญตามหลักการ PASS (Pull, Aim, Squeeze, Sweep) 2. ความเข้าใจในแผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน (Emergency Action Plan Awareness)ความรู้จำเป็น ต้องจดจำตำแหน่งทางหนีไฟ จุดรวมพล และขั้นตอนการตัดวงจรพลังงาน (Isolation)ทักษะ ประเมินสถานการณ์ได้ว่าเมื่อใดควรสู้ (Fight) และเมื่อใดควรหมอบ/หนี (Flight) เพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น3. ประสิทธิภาพในการสื่อสารวิกฤต (Crisis Communication Skills)ความรู้จำเป็น จดจำหมายเลขสายด่วนภายในและภายนอก (อาทิ 199 หรือเบอร์ศูนย์วิทยุรปภ.)ทักษะ สามารถรายงานเหตุการณ์แบบสั้น กระชับ และได้ใจความ (ใคร ทำอะไร ที่ไหน สถานการณ์เป็นอย่างไร) เพื่อให้ทีมสนับสนุนเข้าถึงพื้นที่ได้เร็วที่สุด4. ความเชี่ยวชาญในระบบใบอนุญาตทำงาน (Work Permit System Expertise)ความรู้จำเป็น เข้าใจเงื่อนไขในใบอนุญาต Hot Work Permit อย่างถ่องแท้ทักษะ ตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างหน้างานจริงกับสิ่งที่ระบุไว้ในใบอนุญาต หากเงื่อนไขไม่ตรงกัน ต้องมีอำนาจสั่งระงับงานได้ทันที5. การผ่านหลักสูตรเฉพาะทาง (Specialized Fire Watch Training)ความรู้จำเป็น เทคนิคการเฝ้าระวังเชิงรุก (Proactive Watching) และการตรวจสอบหลังจบงาน (Post-work monitoring)ทักษะ เป็นการบูรณาการความรู้ทั้งหมดเพื่อใช้ในการป้องกันอัคคีภัยในงานอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ ซึ่งมักต้องการใบเซอร์ฯ รับรองผลการอบรมตามกฎหมายFire Watch กับระบบใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)ในงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโรงงานใหญ่ ๆ จะมีระบบที่เรียกว่า Hot Work Permitซึ่ง Fire Watch เป็น “ส่วนหนึ่งของระบบนี้”ขั้นตอนหลักขออนุญาตทำงานตรวจสอบพื้นที่จัดเตรียมอุปกรณ์แต่งตั้ง Fire Watchเริ่มงานเฝ้าระวัง + ตรวจซ้ำถ้าขาด Fire Watch → ใบอนุญาตถือว่า “ไม่สมบูรณ์”กฎหมายที่เกี่ยวข้องในประเทศไทยกฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ เกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555นี่คือกฎหมายหลักที่ออกตามความใน พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ซึ่งกำหนดหน้าที่ของนายจ้างไว้ดังนี้มาตราที่เกี่ยวข้อง กำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้มีระบบการป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบการการควบคุมงานก่อประกายไฟ ในการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ (เช่น งานเชื่อม ตัด หรือเจียรโลหะ) นายจ้างต้องจัดให้มี "ผู้ควบคุมดูแล" หรือบุคคลที่มีหน้าที่เฝ้าระวังเพื่อความปลอดภัยอุปกรณ์ดับเพลิง กฎหมายบังคับให้ต้องจัดเตรียมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ (ถังดับเพลิง) ให้มีจำนวนและประเภทที่เหมาะสมกับลักษณะของเชื้อเพลิงในพื้นที่นั้นๆ และต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา2. กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ ในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564สำหรับงานในภาคสนามหรือไซด์งานก่อสร้าง มีข้อบังคับที่เข้มงวดขึ้นในส่วนของงานเชื่อมและตัดโลหะการเฝ้าระวังภัย ระบุชัดเจนว่าพื้นที่ที่มีการเชื่อมหรือตัดโลหะด้วยไฟฟ้าหรือก๊าซ ต้องมีมาตรการป้องกันสะเก็ดไฟ และต้องมีผู้เฝ้าระวังภัยที่มีอุปกรณ์ดับเพลิงประจำจุดงานสภาพแวดล้อม ต้องตรวจสอบพื้นที่โดยรอบว่าไม่มีวัสดุไวไฟในระยะที่สะเก็ดไฟจะกระเด็นไปถึง หากเคลื่อนย้ายไม่ได้ต้องใช้ผ้ากันไฟ (Fire Blanket) ปกคลุมให้มิดชิด3. มาตรฐานกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (มาตรฐาน จป.)แม้กฎหมายแม่บทจะไม่ได้ใช้คำว่า "Fire Watchman" ในทุกบรรทัด แต่ในทางปฏิบัติและแนวทางตรวจวัดความปลอดภัย (Audit) ของกรมสวัสดิการฯ จะอ้างอิงมาตรฐานดังนี้:ระบบใบอนุญาตทำงาน (Work Permit System) ในงานที่มีความเสี่ยงสูง นายจ้างต้องจัดทำระบบใบอนุญาตทำงาน (Hot Work Permit) ซึ่ง "ชื่อผู้เฝ้าระวังไฟ" คือหนึ่งในข้อมูลบังคับที่ต้องระบุในใบอนุญาต หากไม่มีถือว่าการทำงานนั้นผิดขั้นตอนความปลอดภัยตามกฎหมายการฝึกอบรม กฎหมายบังคับให้นายจ้างต้องจัดให้มีการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยแก่ลูกจ้างก่อนเริ่มงาน และหากต้องทำหน้าที่เฝ้าระวังไฟ ต้องผ่านการอบรมดับเพลิงขั้นต้นตามที่กฎหมายกำหนด4. มาตรฐานสากลที่กฎหมายไทยอนุโลมให้ใช้อ้างอิงในกรณีที่กฎหมายไทยอาจไม่ได้ลงรายละเอียดเชิงลึก หน่วยงานตรวจรับรองหรือบริษัทประกันภัยมักอ้างอิงมาตรฐาน NFPA 51B (Standard for Fire Prevention During Welding, Cutting, and Other Hot Work) ซึ่งกำหนดว่า:ต้องมีผู้เฝ้าระวังไฟหากมีวัสดุติดไฟอยู่ในระยะ 35 ฟุต (11 เมตร) จากจุดงานต้องเฝ้าระวังหลังเลิกงาน (Post-work Fire Watch): เป็นเวลาอย่างน้อย 30-60 นาที เพื่อตรวจสอบความร้อนสะสม (ซึ่งเป็นจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยที่สุด)หากเกิดเหตุเพลิงไหม้จากการทำงาน Hot Work แล้วตรวจพบว่า ไม่มีผู้เฝ้าระวังไฟ หรือ ผู้เฝ้าระวังไฟไม่มีคุณสมบัติ (ไม่ผ่านการอบรม) นายจ้างและผู้เกี่ยวข้องอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับสรุปผู้เฝ้าระวังไฟ (Fire Watch Man) คือ บุคคลสำคัญที่ทำหน้าที่เฝ้าดูและป้องกันการเกิดอัคคีภัยในงานที่มีประกายไฟหรือความร้อน เช่น งานเชื่อม ตัด หรือเจียร โดยต้องคอยตรวจสอบพื้นที่ เตรียมอุปกรณ์ดับเพลิง และพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินตลอดเวลา รวมถึงเฝ้าระวังต่อเนื่องหลังเลิกงานเพื่อป้องกันไฟลุกลาม ซึ่งบทบาทนี้ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหาย แต่ยังเป็นส่วนสำคัญตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและกฎหมายที่ทุกองค์กรต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ผู้เฝ้าระวังไฟ ไม่ใช่แค่ตำแหน่ง แต่คือ “ระบบป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน” หากองค์กรใดมองข้าม ก็เหมือน “เปิดประตูให้ไฟเข้าบ้าน”

เตรียมให้พร้อมก่อนไปเที่ยวปีใหม่เพื่อป้องกันไฟไหม้ ในสถานประกอบกิจการ

เตรียมให้พร้อมก่อนไปเที่ยวปีใหม่เพื่อป้องกันไฟไหม้ ในสถานประกอบกิจการ

ปีใหม่ทีไร หลายโรงงาน หลายสำนักงานมีธรรมเนียมเหมือนกันทุกปี คือปิดงานยาว พนักงานกลับบ้านไปพักผ่อน หน่วยงานผลิตหยุดกำลังการผลิต บางแห่งปิดทั้งไซต์เพื่อให้ทีมช่าง ทีมเซฟตี้ได้ตรวจสอบใหญ่ประจำปี แต่ช่วงหยุดยาวนี่แหละครับ ที่มักเกิดเหตุไฟไหม้บ่อยที่สุด เพราะอุปกรณ์ยังต่อไฟอยู่ เครื่องจักรบางส่วนไม่ได้ปิดสนิท บางหน่วยงานลืมตรวจจุดเสี่ยงก่อนออกวันหยุด ส่งผลให้มีไฟฟ้าลัดวงจร ไฟไหม้ห้องควบคุม และไฟลามสต็อกสินค้า เสียหายหลักล้านจนถึงขั้นหยุดการผลิตนานหลายสัปดาห์ก็มีเตรียมให้พร้อมก่อนไปเที่ยวปีใหม่เพื่อป้องกันไฟไหม้ ในสถานประกอบกิจการ“อุบัติเหตุทางไฟไหม้เกิดขึ้นได้ทุกเวลา” นี่ไม่ใช่คำขู่ แต่เป็นเรื่องจริงตามสถิติของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่พบว่าเหตุเพลิงไหม้ในภาคอุตสาหกรรมจำนวนมากเกิดใน ช่วงกลางคืน และวันหยุดยาว เพราะไม่มีคนอยู่เฝ้า ไม่มีใครทันสังเกตสิ่งผิดปกติ ดังนั้นก่อนออกเดินทางไปรับลมหนาว ชิมหมูกระทะ หรือไหว้พระ 9 วัด แผนป้องกันไฟไหม้ในสถานประกอบกิจการถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำก่อนทุกปีบทความนี้ เซฟตี้อินไทย จะพาคุณไปตรวจสอบแบบ Step by Step ว่าองค์กรควรเตรียมอะไรบ้าง เพื่อให้โรงงานปลอดภัย พนักงานสบายใจ และเจ้าของกิจการไม่ต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะโรงงานไฟไหม้ครับทำไมวันหยุดยาวจึงเป็น “ช่วงเสี่ยงไฟไหม้” มากที่สุดหลายคนอาจสงสัยว่าเมื่อไม่มีใครทำงาน ไม่น่าจะมีความเสี่ยง แต่ในความจริงกลับตรงกันข้าม เพราะไฟไหม้ในโรงงานจำนวนมากเกิดจาก • ความร้อนสะสมของมอเตอร์ที่ไม่ได้ปิด • เครื่องจักรที่ยังมีระบบไฟ Standby • ปลั๊กพ่วงที่ต่อทิ้งไว้ • ฝุ่นผง/ขี้กาก/น้ำมันที่สะสมตามจุดเสี่ยง • หนูหรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเข้าไปกัดสายไฟ • ความชื้นในช่วงปลายปีที่ทำให้เกิดการลัดวงจร • ความบกพร่องของระบบดับเพลิงที่ไม่มีทีมงานตรวจเช็กรวมถึง “การขาดผู้เฝ้าระวัง” ที่ทำให้เหตุเล็กๆ กลายเป็นไฟลุกลามใหญ่ภายในเวลาไม่กี่นาทีดังนั้น การเตรียมตัวก่อนหยุดยาวจึงเป็นเหมือนการป้องกัน ไม่ใช่รอให้ไฟไหม้แล้วค่อยดับ เพราะตอนนั้นจะเสียหายทุกด้าน ทั้งเครื่องจักร สินค้า ยอดขาย และชื่อเสียงองค์กรChecklist จุดสำคัญที่ต้องตรวจเช็กก่อนหยุดปีใหม่เพื่อให้การเตรียมความพร้อมเป็นระบบ ผมสรุปเป็นชุด Checklist ที่โรงงานส่วนใหญ่ใช้กัน และอิงตามแนวทาง พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ และกฎกระทรวงระบบไฟฟ้าและการป้องกันอัคคีภัยครับตรวจสอบตู้เมนไฟฟ้า (MDB) และ ตรวจสอบเครื่องจักรและเครื่องใช้ไฟฟ้า1. ตรวจสอบตู้เมนไฟฟ้า (MDB)ตู้เมนไฟฟ้าเป็นหัวใจหลักของระบบไฟทั้งโรงงาน ถ้าจุดนี้ผิดปกติแม้เพียงเล็กน้อย ความเสี่ยงไฟไหม้จะสูงมากสิ่งที่ต้องทำคือตรวจสภาพเบรกเกอร์ว่ามีรอยไหม้ แตก ละลาย หรือมีกลิ่นไหม้หรือไม่ตรวจสภาพสายไฟว่ามีรอยถลอก หนูกัด หรือมีความชื้นสะสมทำความสะอาดฝุ่นภายใน-ภายนอกตู้ตรวจอุณหภูมิด้วย Thermal Scan หากมีเครื่องมือตรวจระบบกราวด์และสายดินว่าพร้อมใช้งาน หากพบสิ่งผิดปกติ ต้องแก้ไขทันที ไม่ควรรอหลังปีใหม่ เพราะอาจไม่ทันการณ์2.ตรวจสอบเครื่องจักรและเครื่องใช้ไฟฟ้าจุดนี้เป็นต้นเหตุไฟไหม้ยอดฮิต โดยเฉพาะโรงงานที่มีเครื่องจักรทำงานต่อเนื่องสิ่งที่ต้องทำคือปิดเบรกเกอร์เครื่องจักรที่ไม่ใช้ถอดปลั๊กเครื่องมือและอุปกรณ์สำนักงาน เช่น คอมพิวเตอร์ กาต้มน้ำ เครื่องพิมพ์ตรวจสภาพปลั๊กพ่วง ไม่ใช้ของราคาถูก ไม่มี มอก.ตรวจสวิตช์ไฟตามไลน์ผลิตห้ามเสียบปลั๊กเครื่องจักรทิ้งไว้โดยไม่จำเป็นจัดการน้ำมันหล่อลื่น หรือน้ำมันเก่าในไลน์ผลิตที่อาจติดไฟง่ายในหลายกรณี ไฟไหม้เกิดจาก “ปลั๊กพ่วงที่ต่อชาร์จมือถือพนักงาน” เพราะไม่มีใครถอดก่อนปิดโรงงาน ดังนั้นต้องกำชับเรื่องนี้เป็นพิเศษครับตรวจสอบปั๊มน้ำดับเพลิงและระบบตรวจจับสัญญาณเพลิงไหม้ และสำรวจจุดเสี่ยงประกายไฟและพื้นที่เก็บของไวไฟ3.ตรวจสอบปั๊มน้ำดับเพลิงและระบบตรวจจับสัญญาณเพลิงไหม้แม้จะเป็นวันหยุด แต่ระบบความปลอดภัยต้องพร้อมใช้งานตลอด 24 ชั่วโมงสิ่งที่ต้องตรวจปั๊มน้ำดับเพลิงต้องสตาร์ตติด ทำงานได้ตรวจแรงดันและ Flow ของระบบตรวจหัวรับสัญญาณ ควัน-ความร้อนตรวจเสียงเตือน Fire Alarm ว่าทำงานตรวจสภาพวาล์ว วงจรท่อดับเพลิงตรวจถังดับเพลิงทุกจุด ว่าแรงดันยังอยู่ในโซนสีเขียวอย่าลืมตรวจระบบดับเพลิงอัตโนมัติ เช่น Sprinkler ว่ามีอะไรไปบังหัวฉีดหรือไม่ 4.สำรวจจุดเสี่ยงประกายไฟและพื้นที่เก็บของไวไฟพื้นที่ที่มีสารเคมีสี ไวไฟ น้ำมัน จาระบี หรือฝุ่นผงกองอยู่ ถือเป็นจุดเสี่ยงอันดับหนึ่งต้องจัดการดังนี้เก็บสารไวไฟให้เป็นระเบียบตามมาตรฐานปิดฝาภาชนะทุกชนิดตรวจสภาพชั้นวางและพื้นที่โดยรอบตรวจถาดรองน้ำมันหรือของเหลวไม่ทำงาน Hot Work โดยไม่มี Permitเก็บเศษผ้าชุบน้ำมันและทิ้งอย่างถูกวิธีจำกัดพื้นที่สูบบุหรี่ไม่ให้ใกล้พื้นที่เก็บของไวไฟถ้าปล่อยระเกะระกะ ไฟจะลามเร็วมาก เพราะมีเชื้อเพลิง5 ทำความสะอาดพื้นที่ ลดการสะสมของฝุ่นและเศษวัสดุฝุ่นละเอียดโดยเฉพาะฝุ่นไม้ ฝุ่นแป้ง ฝุ่นโลหะ เป็นตัวการของ “Explosive Dust” ที่สามารถระเบิดได้ หากสะสมเป็นจำนวนมากก่อนหยุดงานควรกวาด-ดูดฝุ่นตามรางสายพานดูดฝุ่นด้านบนคาน โครงสร้าง และท่อเก็บเศษกระดาษและขยะติดไฟง่ายเช็ดน้ำมันหกหรือคราบมันตามพื้นยิ่งโรงงานอาหาร โรงงานเฟอร์นิเจอร์ หรือโรงงานเคมี ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ6 จัดตั้งทีมตรวจตราช่วงวันหยุด (Holiday Patrol Team)แม้พนักงานจะหยุด แต่โรงงานไม่ควรหยุดตรวจทีมตรวจตราควรมีหน้าที่ดังนี้ตรวจตราจุดเสี่ยงเดินตรวจจุดเสี่ยงทุก 4–6 ชั่วโมงตรวจตู้ MDB ทุกโซนตรวจสติดไฟที่ค้างอยู่ตรวจกล้องวงจรปิดลงบันทึกการตรวจทุกครั้งรายงานเหตุผิดปกติให้หัวหน้าเวรทันทีโรงงานขนาดใหญ่จะมี รปภ. ตรวจร่วมกับ จป. เพื่อควบคุมให้ทุกจุดยังปลอดภัยในช่วงวันหยุดยาว7.ประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า และสื่อสารให้พนักงานทุกคนทราบก่อนหยุดปีใหม่ ควรให้ทุกแผนกประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) แล้วสรุปจุดที่ต้องแก้ไข เช่นห้องสารเคมีต้องเก็บเพิ่มเครื่องจักร A ต้องตัดไฟไลน์ผลิต B ต้องทำความสะอาดเพิ่มห้องพักพนักงานมีปลั๊กหลวมต้องแก้หลังจากนั้นประกาศให้ทุกคนทราบ เพื่อให้การจัดการเป็นไปในทิศทางเดียวกัน8 ซ้อมแผนเผชิญเหตุ (ถ้าจัดก่อนหยุดได้ยิ่งดี)แม้จะเป็นช่วงเร่งงาน แต่การซ้อมดับเพลิงย่อมดีกว่าไม่ซ้อมเลยการซ้อมจะทำให้ทุกคนรู้ตำแหน่งถังดับเพลิงรู้เส้นทางหนีไฟรู้ขั้นตอนแจ้งเหตุรู้วิธีใช้ถังดับเพลิงเบื้องต้น9 เตรียมระบบสื่อสารกรณีฉุกเฉินต้องมีเบอร์โทรสำคัญติดไว้ดังนี้ • เบอร์หัวหน้าแผนก • เบอร์ จป. • เบอร์ฝ่ายซ่อมบำรุง • เบอร์หน่วยดับเพลิง 199 • เบอร์สายด่วนนิรภัย 1784 • เบอร์สายด่วนการแพทย์ 1669ติดไว้ที่ป้อม รปภ. และป้ายประกาศทุกจุด เพื่อให้แจ้งเหตุได้ทันทีการวางระบบป้องกันระยะยาว เพื่อให้ปีใหม่ปีหน้าไม่ต้องกังวลเพื่อไม่ให้การตรวจเช็กเป็นเพียง “งานเฉพาะกิจช่วงปีใหม่” องค์กรควรวางระบบป้องกันระยะยาวดังนี้ทำแผนบำรุงรักษา PM ตามมาตรฐาน• ตรวจระบบไฟฟ้าทุก 6 เดือน • ตรวจถังดับเพลิงทุกเดือน • ตรวจ Fire Pump ทุกสัปดาห์ • ตรวจ Smoke Detector ทุกปีงาน PM ที่สม่ำเสมอจะลดความเสี่ยงไฟไหม้ได้กว่า 70%จัดอบรมดับเพลิงทุกปีตามกฎกระทรวงปี 2565 • องค์กรต้องมีการอบรมดับเพลิงขั้นต้น • ต้องมีทีม Fire Fighter • ต้องซ้อมหนีไฟอย่างน้อยปีละ 1 ครั้งการอบรมจะทำให้ทุกคนไม่ตื่นตระหนกเมื่อเกิดเหตุจริงใช้ระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติเช่น • ระบบแจ้งเตือนผ่านมือถือ • ระบบ Fire Alarm แจ้งเตือนเข้าห้องควบคุม • ระบบเช็กสถานะอุปกรณ์ผ่านเซ็นเซอร์ช่วยให้จับความผิดปกติได้ก่อนลุกลามตรวจความพร้อมของกล้องวงจรปิดCCTV มีประโยชน์มากเมื่อเกิดเหตุ เพราะช่วยให้รู้ต้นเพลิง ควรตรวจว่า • กล้องทุกตัวทำงาน • ไฟสำรองพร้อม • Footage เก็บมากกว่า 15 วันหากเกิดเหตุไฟไหม้ในช่วงวันหยุด ควรทำอย่างไรช่วงที่ไม่มีคนอยู่ การแจ้งเหตุเร็วคือหัวใจสำคัญ แนวทางปฏิบัติคือโทรแจ้ง 199 ทันทีแจ้งหัวหน้าแผนก หรือ จป.ให้ รปภ. ตรวจสอบจากระยะปลอดภัยใช้ถังดับเพลิงเฉพาะพื้นที่ที่ปลอดภัยและระงับได้ถ้าไฟลุกลาม ต้องอพยพและกันพื้นที่ทันทีอย่าพยายามเข้าใกล้ห้องที่มีไฟแรง เพราะอาจเกิด Flashover ได้ในเวลาไม่ถึง 3 นาทีสรุป ตรวจเช็กหนึ่งวัน ดีกว่าซ่อมโรงงานหนึ่งเดือนทุกปีมีเคสที่โรงงานไฟไหม้เพราะ “ลืมปิดสวิตช์ตัวเดียว” หรือ “ปลั๊กพ่วงตัวเก่าไม่ได้ถอด” จริงๆ ครับ ความเสียหายไม่ใช่แค่ทรัพย์สิน แต่ยังรวมถึงต้นทุนการหยุดผลิต ความล่าช้าของออเดอร์ ความปลอดภัยของทีมงาน และชื่อเสียงของบริษัทดังนั้น ก่อนออกไปเที่ยวปีใหม่ องค์กรควรจัดแผนตรวจสอบอย่างจริงจัง ทำ Checklist ชัดเจน มอบหมายผู้รับผิดชอบ ตรวจให้ครบทุกรายการ แล้วบันทึกการตรวจอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มั่นใจว่าโรงงานพร้อม ปลอดภัย และไม่มีความเสี่ยงค้างคาการเดินทางปีใหม่จะได้เต็มไปด้วยความสบายใจ ไม่ต้องกังวลว่า “โรงงานจะเป็นยังไงบ้างนะ”

12 ข้อ Checklist ออฟฟิศของคุณพร้อมแค่ไหน เมื่อเกิดอัคคีภัย

12 ข้อ Checklist ออฟฟิศของคุณพร้อมแค่ไหน เมื่อเกิดอัคคีภัย

สำนักงานของคุณพร้อมแค่ไหน? หากเกิดอัคคีภัย ภัยไฟไหม้ไม่เคยแจ้งเตือนล่วงหน้า แต่ “ความพร้อม” ช่วยลดความสูญเสียได้เซฟตี้อินไทย ขอเชิญผู้ประกอบการ ฝ่ายอาคาร และผู้บริหารทุกภาคส่วน ร่วมกันตรวจสอบความพร้อมของสำนักงาน ด้วย 12 ข้อนี้ เพื่อความปลอดภัยของพนักงาน และการดำเนินงานที่ไม่สะดุดหากเกิดเหตุฉุกเฉิน12 ข้อ Checklist ออฟฟิศของคุณพร้อมแค่ไหน เมื่อเกิดอัคคีภัย12 ข้อ Checklist ตรวจสอบความพร้อมของสำนักงาน ในกรณีเกิดอัคคีภัยอัคคีภัยในสถานประกอบการถือเป็นเหตุฉุกเฉินที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ และหากขาดการเตรียมความพร้อมอย่างเป็นระบบ ย่อมส่งผลต่อความปลอดภัยของพนักงาน ทรัพย์สิน และกระทบต่อการดำเนินงานโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ดังนั้น เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน และสำนักงาน ควรตรวจสอบตนเองตาม Checklist ดังต่อไปนี้1.บันไดและทางหนีไฟต้องไม่มีสิ่งกีดขวางประตูหนีไฟต้องสามารถเปิดออกได้สะดวกตลอดเวลา วัสดุของประตูต้องทนไฟ และมีการออกแบบให้สามารถอพยพคนออกจากอาคารได้ภายใน 1 ชั่วโมง2.แผนผังอาคารและทางหนีไฟต้องชัดเจนควรติดตั้งหน้าลิฟต์หรือบริเวณโถงของแต่ละชั้น เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานหรือผู้มาเยือนสามารถรับรู้เส้นทางหนีภัยได้อย่างชัดเจน3.ถังดับเพลิงแบบมือถือถังดับเพลิง ต้องมีอย่างน้อย 1 เครื่องต่อพื้นที่ 1,000 ตารางเมตร ระยะห่างระหว่างจุดติดตั้งไม่เกิน 45 เมตร และต้องสามารถหยิบใช้งานได้อย่างสะดวก4.ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm)ควรมีทั้งแบบอัตโนมัติและแบบกดมือในทุกชั้น เพื่อให้เกิดการแจ้งเตือนที่รวดเร็วและทั่วถึง5.ระบบไฟส่องสว่างฉุกเฉินควรติดตั้งในพื้นที่สำคัญ เพื่อให้มองเห็นเส้นทางอพยพได้อย่างปลอดภัยในกรณีที่ไฟฟ้าดับ6.ป้ายบอกทางหนีไฟต้องมีไฟในตัว ขนาดตัวอักษรสูงไม่น้อยกว่า 15 เซนติเมตร ไม่กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม และมองเห็นได้ชัดเจนในทุกสถานการณ์7.การซ้อมหนีไฟประจำปีการซ้อมหนีไฟ ควรดำเนินการอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยพนักงานทุกคนต้องเข้าร่วมในวันและเวลาเดียวกัน เพื่อสร้างความคุ้นเคยและตอบสนองได้อย่างมีประสิทธิภาพ8.ติดตั้งป้ายแสดงข้อปฏิบัติเกี่ยวกับการดับเพลิงและการอพยพควรวางในตำแหน่งที่มองเห็นชัดเจน เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้ถูกต้องเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน9.ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ (เช่น สปริงเกลอร์)ต้องครอบคลุมพื้นที่ใช้งานในทุกชั้น และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดเหตุ10.ระบบป้องกันไฟไหม้สำหรับอาคารสูงอาคารต้องมีแหล่งน้ำสำรอง ท่อดับเพลิงสีแดง พร้อมหัวจ่าย และสายฉีดน้ำติดตั้งอย่างครบถ้วนจากชั้นล่างถึงชั้นบน11.ดาดฟ้าสำหรับอพยพทางอากาศต้องมีพื้นที่กว้าง-ยาวไม่น้อยกว่า 6 เมตร และมีบันไดหนีไฟเชื่อมถึงจุดดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย12.ช่องทางเฉพาะสำหรับเจ้าหน้าที่ภายนอกในการเข้าระงับเหตุโดยอาจเป็นลิฟต์ดับเพลิง หรือช่องบันไดหนีไฟ ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกชั้นของอาคารอย่างสะดวกสรุปการตรวจสอบความพร้อมทั้ง 12 ข้อนี้ ควรดำเนินการอย่างสม่ำเสมอ และปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันอยู่เสมอ เพื่อป้องกันและลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้จากอัคคีภัยในสำนักงานที่มา 12 ข้อ Checklist ออฟฟิศของคุณพร้อมแค่ไหน ยามเกิดอัคคีภัย

การตรวจสอบถังดับเพลิงเบื้องต้น

การตรวจสอบถังดับเพลิงเบื้องต้น ตามกฎหมาย

การตรวจสอบถังดับเพลิงเบื้องต้น ตามกฎกระทรวง 2566ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การป้องกันและระงับอัคคีภัยในโรงงาน พ.ศ. 2552ประกาศกฎกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการป้องกันระงับอัคคีภัยในโรงงาน 2552.pdfโดยตามประกาศกฎกระทรวงนี้ได้บอกเรื่องการตรวจสอบ ทดสอบ และบำรุงรักษาระบบและอุปกรณ์สำหรับการป้องกันและระงับอัคคีภัย1. เครื่องดับเพลิงชนิดมือถือ   1.1 การตรวจสอบประจำเดือน   (1) ชนิดของเครื่องดับเพลิงแบบมือถือติดถูกต้องตามประเภทของเชื้อเพลิงหรือไม่   (2) มีสิ่งกีดขวางหรือติดตั้งในตำแหน่งที่เข้าถึงได้ยากหรือไม่ สังเกตเห็นได้ง่ายหรือไม่   (3) ตรวจสอบกรณีที่เครื่องดับเพลิงแบบมือถือที่มีเกวัดความดันว่า ความดันขังอยู่ในสภาพปกติหรือไม่   (4) ดูสภาพอุปกรณ์ประกอบว่ามีการชำรุดเสียหายหรือไม่   1.2 การทดสอบ   ทุก ๆ 5 ปี เครื่องดับเพลิงแบบมือถือจะต้องทดสอบการรับความดัน (hydrostatic test) เพื่อพิจารณาว่ายังสามารถใช้งานได้หรือไม่การตรวจสอบถังดับเพลิงเบื้องต้น6 วิธีการตรวจสอบถังดับเพลิง1) ดูที่เข็มในมาตรวัด (Pressure Gauge)  เกจ์วัดแรงดัน ตรวจสอบว่าเข็มบนหน้าปัดชี้ไปที่สีเขียวเท่านั้น หากใช่ แสดงว่าถังดับเพลิงนี้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน เพราะเกจ์เป็นเครื่องตรวจสอบมาตรวัดแรงดัน หากเข็มชี้ไปในบริเวณสีแดง แสดงว่าถังดับเพลิงนั้นไม่สามารถใช้งานได้ โดยมี 2 กรณี ดังนี้ เข็มเกจ์ชี้ไปทางซ้าย หรือ Recharge แสดงว่า ถังมีแรงดันต่ำ หากต้องการใช้งานควรไปเติมแก๊สและเช็กแรงดันอีกครั้งเข็มเกจ์ชี้ไปทางขวา หรือ Overcharge แสดงว่า ถังมีแรงดันสูงผิดปกติ หากเจอถังดับเพลิงที่มีสภาพเช่นนี้ ควรรีบนำไปตรวจสอบโดยเร็ว เพราะเสี่ยงต่อการระเบิดอย่างมาก2) ตรวจ สายฉีด หัวฉีดตัวสายควรอยู่ในสภาพที่แข็งแรง ไม่มีรอยแตก ฉีก หรือขาด มิเช่นนั้นแล้วสารเคมีอาจเกิดการรั่วซึมออกมาเมื่อใช้งานถัง ส่วนหัวฉีดควรตรวจสอบให้อยู่ในสภาพสะอาดเสมอ ไม่มีการอุดตันของฝุ่นหรือแมลงบริเวณหัวฉีด3) ตรวจ สภาพบรรจุของถังดับเพลิงตรวจสอบสภาพภายนอก: ตรวจสอบว่าถังดับเพลิงไม่มีรอยแตกหรือชำรุดที่อาจทำให้เกิดการรั่วไหลหรือสูญเสีอิ เ ความประสิทธิภาพในการดับเพลิงตรวจสอบว่าส่วนต่าง ๆ ของถังดับเพลิงอยู่ในสภาพที่แข็งแรงและไม่มีการขาดหรือชำรุด4) ตรวจสอบ คันบีบควรอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ไม่หัก ไม่งอ ไม่ชำรุด ไม่เช่นนั้นแล้วจะไม่สามารถใช้งานถังดับเพลิงได้เลย เพราะคันบีบเป็นอุปกรณ์สำหรับกด เพื่อนำสารเคมีภายในตัวถังออกมาใช้ดับไฟ5) สลักถังดับเพลิงและซีลล็อก สังเกตว่าสลักล็อกและซีลยังถูกล็อกอยู่ที่ตัวคันบีบ หากยังอยู่ในสภาพดี ไม่ฉีกขาด แสดงว่าถังยังไม่เคยถูกเปิดใช้มาก่อน และมีสารเคมีบรรจุไว้ภายใน พร้อมใช้งานได้ทันที6) อายุการใช้งานถังดับเพลิงตรวจสอบว่าถังดับเพลิงยังไม่หมดอายุการใช้งานตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งสามารถพบได้ในป้ายสัญญาณหรือป้ายประกาศบนถังดับเพลิงถังดับเพลิงสีแดง ผงเคมีแห้ง 3-5 ปี ถังดับเพลิงสีเขียว สีอื่นๆ สารสะอาด และเคมีน้ำ 8-10 ปีถ้าไฟไหม้ หรือกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ให้ส่งไปตรวจสอบและบรรจุใหม่ถังดับเพลิงชนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2)ถังดับเพลิงชนิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) หรือถังดับเพลิง Co2 ซึ่งดับไฟได้ 2 ประเภท ได้แก่ เพลิง class B และ C เมื่อฉีดใช้งานก๊าซที่ฉีดออกมาจะเป็นไอเย็นจัดคล้ายน้ำแข็งแห้ง ลดความร้อนของไฟได้ ไม่ทิ้งคราบ สกปรกเหมาะสำหรับการใช้งาน ในห้องเครื่องจักร Line การผลิต อุตสาหกรรมอาหารถังดับเพลิงชนิดคาร์บอนไม่มีเกจความดันข้อควรระวังในการใช้งานถังดับเพลิง Co2การใช้ถังดับเพลิงCo2 ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นสารเคมี ถึงอย่างไรก็ยังมีอันตรายหากคุณใช้งานอย่างไม่ระมัดระวัง ข้อควรระวังที่คุณควรรู้จะมีอะไรบ้าง ตามไปชมกันเลย1.ควรวางไว้ในที่ที่มีอุณหภูมิไม่สูงมาก แสงแดดส่องเข้าไม่ถึง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความร้อนที่ไปกระตุ้น   ก๊าซCo2 อาจเกิดอันตรายได้2.ไม่ควรจับปลายหัวฉีดก๊าซ Co2 ขณะใช้งานและ หลังใช้งานใหม่ๆ3.ฟองหิมะของสาร Co2 เป็นอันตรายต่อผิวหนัง ทำให้ผิวหนังพองได้จากอุณหภูมิของสารเคมีที่เย็นจัด4.ห้ามให้ก๊าซ Co2 เข้าตา และจมูก เพราะเป็นอันตรายต่อเยื่อบุตา และเยื่อบุโพรงจมูก อาจทำให้เกิดตาอักเสบถึง และมีปัญหาเกี่ยวกับระบบหายใจได้5.อย่าใช้ถังดับเพลิง Co2 ดับไฟที่เกิดกับน้ำมัน หรือจาระบี เพราะอาจเกิดการระเบิดได้

ตัวอย่างลูกค้าเพียงบางส่วน
ที่ใช้บริการกับเซฟตี้อินไทย

01-BOSCH 02-KMCT 03-CASTEM 04-ExoticFood 05-TMOT 06-PCG 07-NPS 08-BEM 09-ANDRITZ 10-NSSPT 11-DAIKIN 12-BGF 13-OR 14-BOSCH 15-Niterra 16-EMERSON 17-AMTA-SPRING 18-akebono 19-TBGO 20-RICOH 21-KERRY 22-PEA 23-UCARE 24-sumitomo-electric 25-LOTTE 26-STEP 27-PANDORA 28-ITDP 29-SAMSUNG 30-FUJITRANS 31-TAKAHATA 32-AGC 33-HomePro 34-TOYODA 35-Johnson 36-TMOT 37-AO 38-NH 39-KATOEM 40-LAT 41-KOBELCO 42-KYB 43-ALBATROSS 44-KGK 45-TS 46-MISUBISHI 47-Jaroonsing 48-YUASA 49-MISUBISHI 50-EMERSON 51-PURE 52-BELZONA 53-CCP 54-ESCO 55-Nitto 56-BGC 57-elleair 58-BEM 59-LAEM 60-Canadian 61-CRAZY 62-THEMALL 63-BECC 64-JATCO 65-KUBOTA 66-AJ 67-TUKCOM 68-AMATA 69-MITR-PHOL 70-Fuji 71-KIKUWA 72-SANKYU 73-YOKOHAMA 74-JATCO 75-SHOWA 76-CENTRAL 77-HAIER 78-HTT 79-AGT 80-HONDA 81-SAMSUNG 82-FUJITSU 83-HUAWEI 84-YAMAHA 85-PEA 86-VOLVO 87-CANON 88-BRIDGE 89-jelly 90-Crane 91-TANARE
ติดต่อสอบถามคลิกไลน์ Safety In Thai
ติดต่อ-สอบถาม กดตรงนี้ได้เลยค่ะ
ติดต่อ-สอบถาม กดตรงนี้ได้เลยค่ะ