รู้หรือไม่4เเถบสีเตือนภัยเพื่อความปลอดภัยในการทำงาน
![]()
สีและความหมายของการเตือนแต่ละสี รู้ไว้ช่วยลดอุบัติเหตุในที่ทำงาน
ในโรงงาน คลังสินค้า หรือพื้นที่ปฏิบัติงาน เรามักพบ “สีความปลอดภัย” และ “แถบสีเตือนภัย” ไม่ว่าจะเป็นป้ายห้าม ป้ายบังคับ ป้ายเตือน หรือป้ายทางหนีไฟ
สีเหล่านี้ใช้สื่อสารอันตรายและข้อปฏิบัติให้เข้าใจได้รวดเร็ว ช่วยลดความสับสนและป้องกันอุบัติเหตุในที่ทำงาน
![]()
สีแดง หมายถึง “ห้าม หรือ หยุด”
สีแดงใช้สื่อถึงการห้ามหรือการหยุด เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลเข้าไปหรือกระทำสิ่งที่อาจก่อให้เกิดอันตราย
เช่น ห้ามสูบบุหรี่ ห้ามจุดไฟห้ามรถโฟล์คลิฟท์ผ่าน หรือห้ามบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่
เมื่อเห็นเครื่องหมายสีแดงจึงควรตรวจสอบทันทีว่า “สิ่งใดถูกห้าม”
และไม่ควรฝ่าฝืนข้อกำหนดของพื้นที่นั้น
สีฟ้า หมายถึง “บังคับให้ต้องปฏิบัติ”
สีฟ้าหรือสีน้ำเงินใช้กับข้อกำหนดที่ผู้ปฏิบัติงานต้องปฏิบัติตาม เช่น ต้องสวมหมวกนิรภัย
ต้องสวมรองเท้านิรภัย ต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันเสียง หรือ PPE ที่กำหนด
ดังนั้นสีฟ้าไม่ได้หมายถึงการเตือนอันตรายโดยตรง แต่หมายถึง “สิ่งที่ต้องทำ”
เพื่อเพิ่มความปลอดภัยก่อนเข้าพื้นที่หรือเริ่มปฏิบัติงาน
สีเหลือง หมายถึง “เตือน หรือ ระวังอันตราย”
สีเหลืองเป็นสีที่พบได้บ่อยในพื้นที่โรงงาน ใช้เพื่อเตือนให้เพิ่มความระมัดระวัง
เช่น ระวังอันตราย ระวังวัตถุไวไฟ วัตถุระเบิด สารอันตราย พื้นต่างระดับ หรือพื้นที่ที่มีเครื่องจักรและยานพาหนะเคลื่อนที่
โดยทั่วไปสีเหลืองมักใช้ร่วมกับสีดำ เพื่อสร้างความแตกต่างและทำให้สังเกตเห็นได้ชัดเจน
สีเขียว หมายถึง “ภาวะปลอดภัย”
สีเขียวใช้สื่อถึงภาวะปลอดภัยและสถานที่สำหรับช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน
เช่น ทางหนีไฟ ทางออกฉุกเฉิน จุดรวมพล จุดปฐมพยาบาล ฝักบัวฉุกเฉิน หรืออุปกรณ์ช่วยชีวิต
เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน การสังเกตเครื่องหมายสีเขียวจะช่วยให้สามารถค้นหาทางออกหรือจุดช่วยเหลือได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
![]()
4 แถบสีเตือนภัยที่ควรรู้
นอกจากสีบนป้ายความปลอดภัยแล้ว ในสถานประกอบการยังพบการใช้ “แถบสีเตือนภัย”
เพื่อแบ่งพื้นที่หรือสื่อความหมายให้ผู้ปฏิบัติงานสังเกตเห็นง่าย
โดยตามแนวทางในสื่อของ Safety in Thai แบ่งได้เป็น 4 รูปแบบหลัก ได้แก่
![]()
แถบขาว-แดง : ใช้แสดงพื้นที่หวงห้ามหรือพื้นที่ที่ไม่ควรเข้า
แถบขาว-ฟ้า : ใช้แสดงบริเวณที่มีข้อกำหนดให้ต้องปฏิบัติ
![]()
แถบเหลือง-ดำ : ใช้แสดงหรือเตือนบริเวณที่มีอันตราย
แถบขาว-เขียว : ใช้สื่อถึงพื้นที่หรือสภาวะปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้แถบสีในแต่ละสถานประกอบการควรพิจารณาร่วมกับมาตรฐานที่องค์กรกำหนด
ป้ายหรือข้อความประกอบ และลักษณะของความเสี่ยง เพื่อป้องกันการตีความคลาดเคลื่อน
ป้ายความปลอดภัยสำคัญอย่างไรในสถานประกอบการ?
ป้ายและสีความปลอดภัยช่วยให้พนักงาน ผู้รับเหมา และผู้มาติดต่อสามารถรับรู้ความเสี่ยงได้รวดเร็ว
แม้ไม่ได้อ่านข้อความยาว ๆ แต่การติดป้ายเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ องค์กรควรสื่อสารและอบรมให้ผู้ปฏิบัติงาน
เข้าใจความหมายของเครื่องหมายอย่างถูกต้องด้วย
ตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ นายจ้างต้องติดสัญลักษณ์เตือนอันตราย
และเครื่องหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยให้เหมาะสมกับลักษณะและสภาพการทำงาน ในตำแหน่งที่เห็นได้ง่าย
และเครื่องหมายสามารถอ้างอิงมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับ เช่น ISO, EN, ANSI, JIS หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่า
สรุป 4 สี จำง่าย ๆ
แดง = ห้าม I ฟ้า = บังคับ I เหลือง = เตือน I เขียว = ปลอดภัย
สีเพียงไม่กี่สีสามารถช่วยสื่อสารเรื่องความปลอดภัยได้ในเวลาไม่กี่วินาที การเรียนรู้และปฏิบัติตามป้ายความปลอดภัย
อย่างเคร่งครัด จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงและสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในสถานประกอบการ
Safety in Thai อยากให้ทุกคนจำไว้ว่า “เห็นสีให้รู้ความหมาย เห็นป้ายให้รู้ว่าต้องทำอย่างไร”
เพราะความปลอดภัยเริ่มต้นได้จากการสังเกตสิ่งใกล้ตัว