หลักเกณฑ์เเละวิธีการจัดทำมาตรการอนุรักษ์การได้ได้ยินในสถานประกอบกิจการ
การสูญเสียการได้ยินจากการทำงานเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญและสามารถป้องกันได้ การจัดทำมาตรการอนุรักษ์การได้ยินในสถานประกอบกิจการจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อปกป้องสุขภาพของพนักงานและลดต้นทุนทางการแพทย์ในระยะยาว
หลักเกณฑ์เเละวิธีการจัดทำมาตรการอนุรักษ์การได้ได้ยินในสถานประกอบกิจการ
ตามกฎหมายแรงงานไทย กำหนดให้สถานประกอบกิจการที่มีระดับเสียงในที่ทำงานเฉลี่ย 8 ชั่วโมงเกิน 85 เดซิเบล ต้องมีมาตรการอนุรักษ์การได้ยิน โดยมีรายละเอียดดังนี้
แผนผังแสดงระดับเสียง หรือ Noise Contour Map
แผนผังแสดงระดับเสียง หรือ Noise Contour Map เป็นภาพกราฟิกที่แสดงให้เห็นถึงระดับเสียงในพื้นที่ต่างๆ ภายในสถานที่หนึ่งๆ เช่น โรงงาน โรงงานอุตสาหกรรม หรือแม้แต่บริเวณรอบๆ สถานที่ก่อสร้าง โดยจะแสดงเป็นเส้นโค้งที่เชื่อมต่อจุดที่มีระดับเสียงเท่ากัน ทำให้เห็นภาพรวมของระดับเสียงในพื้นที่นั้นได้อย่างชัดเจน
แผนผังแสดงระดับเสียง (Noise Contour Map)
แผนผังแสดงระดับเสียง (Noise Contour Map) เป็นภาพกราฟิกที่แสดงให้เห็นถึงระดับเสียงในพื้นที่ต่างๆ ภายในสถานที่หนึ่งๆ โดยเฉพาะในบริเวณที่มีเสียงดัง เช่น โรงงานอุตสาหกรรม หรือสถานที่ก่อสร้าง เพื่อให้เห็นภาพรวมของระดับเสียงและสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนป้องกันอันตรายจากเสียงดังได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2) ลักษณะของตัวอักษรต้องดูเรียบง่าย ไม่เขียนแรเงา หรือมีลวดลาย
3) ความสูงของตัวอักษรมีความสูงอย่างน้อย ๒๐ มิลลิเมตร และความกว้างของตัวอักษรต้องไม่น้อยกว่า
ร้อยละ ๗๐ ของความสูงของตัวอักษร
4) ข้อความสามารถก าหนดเป็นภาษาอื่น ๆ ได้ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาเมียนมา ภาษาลาว และภาษากัมพูชา
แต่ต้องมีข้อความที่เป็นภาษาไทยก ากับไว้ด้วย
5) แผนผังแสดงระดับเสียง (Noise Contour Map) ต้องเห็นได้อย่างชัดเจนภายใต้ความสว่างทุกสภาวะ
ประโยชน์ของแผนผังแสดงระดับเสียง
- ระบุจุดที่มีเสียงดัง ช่วยให้ทราบว่าจุดใดในพื้นที่มีระดับเสียงเกินมาตรฐาน ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ปฏิบัติงาน
- วางแผนการป้องกัน เมื่อทราบจุดที่มีปัญหาแล้ว สามารถวางแผนการป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การติดตั้งอุปกรณ์ลดเสียง การปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิต หรือการจัดหาอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล
- ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎหมายแรงงานกำหนดให้สถานประกอบกิจการที่มีระดับเสียงเกินมาตรฐานต้องมีมาตรการป้องกัน การมีแผนผังแสดงระดับเสียงจะช่วยให้ตรวจสอบได้ว่าได้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องหรือไม่
แผนผังแสดงระดับเสียงเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการจัดการปัญหาเสียงดังในสถานประกอบกิจการ ช่วยให้สามารถประเมินสถานการณ์ วางแผนแก้ไข และป้องกันปัญหาสุขภาพที่เกิดจากเสียงดังได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ป้ายบอกระดับเสียงและเตือน ให้ระวังอันตรายจากเสียงดัง
ป้ายสัญลักษณ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเตือนให้บุคคลที่ทำงานในพื้นที่ทราบว่ามีระดับเสียงสูง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของหู และแนะนำวิธีป้องกันเบื้องต้น
องค์ประกอบของป้ายสัญลักษณ์
สัญลักษณ์ภาพ รูปหูที่สวมที่ครอบหู เพื่อสื่อถึงอันตรายที่เกิดจากเสียงดัง และความจำเป็นในการสวมอุปกรณ์ป้องกันหู
ข้อความ
- อันตรายจากเสียงดัง ระบุชัดเจนว่าพื้นที่นี้มีเสียงดัง
- สวมที่ครอบหู แนะนำให้สวมอุปกรณ์ป้องกันหู เพื่อลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยิน
- dB เป็นหน่วยวัดระดับเสียง
- ค่า dB ที่ระบุ ระบุระดับเสียงสูงสุดที่อนุญาตให้ได้รับในพื้นที่นั้น
ขนาดของป้าย กำหนดขนาดของป้ายให้ชัดเจน เพื่อให้เห็นได้อย่างชัดเจนจากระยะไกล
ความหมายและความสำคัญ
- อันตรายจากเสียงดัง: เสียงดังในระดับสูงสามารถทำลายเซลล์ประสาทหูได้อย่างถาวร หากได้รับเสียงดังเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้สูญเสียการได้ยิน หรือเกิดอาการหูอื้อ
- ความจำเป็นในการป้องกัน: การสวมอุปกรณ์ป้องกันหู เช่น ที่ครอบหู หรือปลั๊กหู สามารถลดระดับเสียงที่เข้าสู่หูได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันความเสียหายต่อการได้ยิน
- การปฏิบัติตามกฎหมาย: การติดตั้งป้ายสัญลักษณ์นี้แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันอันตรายจากเสียงดัง และปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ป้ายสัญลักษณ์อันตรายจากเสียงดังนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารความเสี่ยงและส่งเสริมให้บุคคลที่ทำงานในพื้นที่ ตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันตนเอง การปฏิบัติตามคำแนะนำบนป้ายจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยิน และส่งเสริมสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย
ป้ายบอกระดับเสียงและเตือนให้ระวังอันตรายจากเสียงดัง
๒) ช่องไฟระหว่างตัวอักษรต้องไม่แตกต่างกันมากกว่าร้อยละ ๑๐ ของข้อความทั้งหมด
๓) ลักษณะของตัวอักษรต้องดูเรียบง่าย ไม่เขียนแรเงา หรือมีลวดลาย
๔) ความสูงของตัวอักษรหรือตัวเลขที่แสดงค าสัญญาณ (Signal Word) และระดับความดังเสียงมีความสูง อย่างน้อย ๖๐ มิลลิเมตร และความสูงตัวอักษรทั่วไปมีความสูงอย่างน้อย ๒๐ มิลลิเมตร และความกว้าง ของตัวอักษรต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ของความสูงของตัวอักษร
๖) รูปสัญลักษณ์และข้อความสามารถก าหนดเป็นรูปแบบอื่น ๆ ได้ แต่ต้องสื่อความหมายว่าพื้นที่มี อันตรายจากเสียงดัง การแสดงระดับความดังเสียง และการป้องกันอันตรายจากการสัมผัสเสียงดัง
๗) ข้อความสามารถกำหนดเป็นภาษาอื่น ๆ ได้ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาเมียนมา ภาษาลาว และภาษากัมพูชา แต่ต้องมีข้อความที่เป็นภาษาไทยก ากับไว้ด้วย
๘) ป้ายบอกระดับเสียงและเตือนให้ระวังอันตรายจากเสียงดัง ต้องเห็นได้อย่างชัดเจนภายใต้ความสว่าง ทุกสภาวะ
เครื่องหมายเตือนให้ใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
เครื่องหมายนี้มีไว้เพื่อเตือนให้ผู้ที่ทำงานในพื้นที่ทราบว่ามีระดับเสียงดัง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของหู และจำเป็นต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันหู เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับการได้ยิน
องค์ประกอบของเครื่องหมาย
สัญลักษณ์ภาพ รูปคนสวมที่ครอบหู เพื่อสื่อถึงอันตรายที่เกิดจากเสียงดัง และความจำเป็นในการสวมอุปกรณ์ป้องกันหู
ข้อความ
- ต้องสวมที่ครอบหู หรือปลั๊กหู: ระบุชัดเจนถึงอุปกรณ์ป้องกันที่ต้องสวมใส่
- Wear Ear Muff or Ear Plug: เป็นข้อความภาษาอังกฤษที่สื่อความหมายเดียวกัน
ขนาดของป้าย กำหนดขนาดของป้ายให้ชัดเจน เพื่อให้เห็นได้อย่างชัดเจนจากระยะไกล
ความสำคัญของเครื่องหมายนี้
- เตือนภัย เครื่องหมายนี้ทำหน้าที่เตือนให้ผู้ปฏิบัติงานตระหนักถึงอันตรายจากเสียงดัง
- ป้องกันอันตราย การสวมอุปกรณ์ป้องกันหูตามที่ระบุในป้ายจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยิน
- ปฏิบัติตามกฎหมาย การติดตั้งป้ายนี้แสดงให้เห็นว่าผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพนักงานและปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เครื่องหมายเตือนให้ใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
1) พื้นที่สีฟ้าต้องครอบคลุมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ของพื้นที่ทั้งหมดของเครื่องหมาย
2) ช่องไฟระหว่างตัวอักษรต้องไม่แตกต่างกันมากกว่าร้อยละ ๑๐ ของข้อความทั้งหมด
3) ลักษณะของตัวอักษรต้องดูเรียบง่าย ไม่เขียนแรเงา หรือมีลวดลาย
4) ความกว้างของตัวอักษรต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ของความสูงของตัวอักษร
5) ความกว้าง (b) ต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ของความสูง (a)
6) รูปสัญลักษณ์และข้อความสามารถก าหนดเป็นรูปแบบอื่น ๆ ได้ แต่ต้องสื่อความหมายว่าเป็นการป้องกัน
อันตรายจากการสัมผัสเสียงดัง เช่น ต้องสวมที่ครอบหูลดเสียง ต้องสวมปลั๊กลดเสียง เป็นต้น
7) ข้อความสามารถก าหนดเป็นภาษาอื่น ๆ ได้ เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาเมียนมา ภาษาลาว และภาษากัมพูชา
แต่ต้องมีข้อความที่เป็นภาษาไทยก ากับไว้ด้วย
8) เครื่องหมายเตือนให้ใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลต้องเห็นได้อย่างชัดเจน
ภายใต้ความสว่างทุกสภาวะ
สรุป
เครื่องหมายเตือนให้ใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลนี้มีบทบาทสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยิน และเป็นการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัย