home isolation-เซฟตี้อินไทย
อบรมหลักสูตรฟรี 2565          คลิกที่นี่

บทความ

home isolation



home isolation

การกักตัวที่บ้านเมื่อต้องเผชิญกับโรคโควิด-19


HIGHLIGHTS:
          - เนื่องจากมีผู้ติดเชื้อมากขึ้นจากสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 รอบใหม่ แนวคิดเรื่องการรักษาตัวเองจากที่บ้าน หรือ Home Isolation รวมถึงการดูแลรักษาใน Hospitel จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เพื่อให้ผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหรือมีอาการไม่รุนแรงดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี และเพิ่มความปลอดภัยให้กับตัวเอง คนในครอบครัวและชุมชนได้
          - ผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการและต้องดูแลตัวเองจากที่บ้าน หรือมีอาการไม่รุนแรงและต้องพักรักษาตัวที่ Hospitel รวมถึงคนทั่วไปที่ไม่ติดเชื้อ ก็มีความจำเป็นต้องดูแลตัวเองเช่นกัน โดยสามารถทำได้ง่ายๆ ผ่าน Telehealth หรือ Telemedicine ซึ่งเป็นบริการทางการแพทย์ที่ช่วยดูแลสุขภาพทางไกลผ่านเครื่องมือสื่อสาร ที่มีบทบาทเป็นอย่างมากภายหลังสถานการณ์ระบาดของโรคโควิด-19
          ตั้งแต่มีการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  ประเทศไทยกำหนดให้ผู้ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ทุกคนจะต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหรือโรงพยาบาลสนาม เพื่อรับการรักษาอย่างถูกต้องตามขั้นตอน และเพื่อควบคุมโรคไม่ให้แพร่ระบาดต่อไปยังบุคคลอื่น ซึ่งผู้ป่วยมีทั้งที่แสดงอาการและไม่แสดงอาการ   
          แต่เมื่อมีผู้ติดเชื้อมากขึ้นจากสถานการณ์การระบาดรอบใหม่ ประเทศไทยต้องเผชิญกับปัญหาพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่มขึ้นติดต่อกันนานกว่า 3 เดือน (ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2564) อีกทั้งยังไม่มีแนวโน้มว่าจะลดลงแต่อย่างใด จนโรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนามไม่สามารถรองรับผู้ป่วยเข้ารักษาได้ ส่งผลให้ผู้ติดเชื้อต้องรอเตียง ไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธี และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต จึงมีการนำแนวคิดเรื่องการรักษาตัวเองจากที่บ้าน หรือ Home Isolation ให้กับผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ รวมถึงการดูแลรักษาในหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ หรือ Hospitel สำหรับผู้ติดเชื้อที่มีอาการไม่รุนแรง ให้สามารถดูแลรักษาตัวเองได้อย่างถูกวิธีและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไปยังครอบครัวและชุมชนได้


ผู้ป่วยสีเขียว กับการทำ Home Isolation
          Home Isolation คือ การดูแลตัวเองจากที่บ้าน สามารถทำได้ในผู้ป่วยกลุ่มที่ติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการเท่านั้น เพื่อสังเกตอาการและควบคุมไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคในวงกว้าง ทั้งนี้ เมื่อตรวจพบเชื้อ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินใช้แนวทางการดูแลตัวเองจากที่บ้านอย่างน้อย 14 วัน โดยผู้ติดเชื้อต้องมีอายุน้อยกว่า 60 ปี มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีภาวะอ้วน (ภาวะอ้วน หมายถึง ดัชนีมวลกาย > 30 กก./ม.2 หรือ น้ำหนักตัว > 90 กก.) หรือเป็นผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) โรคไตเรื้อรัง (CKD) โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ และโรคอื่นๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์ โดยผู้ป่วยต้องยินยอมแยกตัวในที่พักของตนเองอย่างเคร่งครัด โดยต้องอยู่คนเดียว หรือมีผู้อยู่ร่วมที่พักไม่เกิน 1 คน ซึ่งมีแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้
          - ห้ามออกจากบ้านและห้ามผู้ใดมาเยี่ยม
          - งดการเข้าใกล้หรือสัมผัสเด็กและผู้สูงอายุอย่างเด็ดขาด
          - แยกห้องพัก ของใช้ส่วนตัว และให้รับประทานอาหารในห้องของตนเอง
          - กรณีไม่สามารถแยกห้องได้ ควรแยกบริเวณที่นอนให้ห่างจากคนอื่นมากที่สุด โดยไม่ใช้เครื่องปรับอากาศ และเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเทตลอดเวลาแทน
          - สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่อต้องออกมาจากห้อง
          - ล้างมือด้วยสบู่ หรือทำความสะอาดมือด้วยเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ และต้องล้างทุกครั้งก่อนหยิบจับของใช้ที่ใช้ร่วมกับผู้อื่น
          - แยกขยะ เนื่องจากขยะของผู้ติดเชื้อถือเป็นขยะติดเชื้อ รวมถึงแยกซักเสื้อผ้า ผ้าขนหนู และเครื่องนอน
          - แยกใช้ห้องน้ำ หากเลี่ยงไม่ได้ ควรใช้ห้องน้ำเป็นคนสุดท้าย และล้างทำความสะอาดห้องน้ำทุกครั้งที่ใช้เสร็จ
          - สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่คอนโดหรือหอพัก ควรแจ้งนิติบุคคลหรือเจ้าของหอพัก และงดออกจากห้องโดยเด็ดขาด 
          - หากใช้บริการเดลิเวอรี่ ต้องใส่หน้ากากทุกครั้งที่รับของ หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับพนักงานส่งของ และล้างมือทุกครั้งหลังจากรับของ
          - สิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะอยู่บ้านคนเดียวหรืออยู่กับครอบครัว ต้องไม่ลืม ‘สวมใส่หน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือให้สะอาด และเว้นระยะห่าง อยู่เสมอ

แนวทางการดำเนินการของโรงพยาบาล
          - ประเมินความเหมาะสมสำหรับผู้ติดเชื้อ
          - ลงทะเบียนผู้ติดเชื้อ โควิด-19
          - มีภาพรังสีทรวงอก (chest X-ray) ในวันแรก (หากทำได้)
          - พิจารณาให้ยาตามดุลยพินิจแพทย์ เช่น ยาพาราเซตามอล ยาแก้ไอ ยาลดน้ำมูก รวมถึงปรอทวัดไข้และเครื่องวัดค่าออกซิเจนในเลือดสำหรับผู้ติดเชื้อ เพื่อวัดไข้และระดับออกซิเจนด้วยตนเองทุกวัน และรายงานต่อโรงพยาบาลผ่านช่องทางสื่อสารกับผู้ติดเชื้อ หรือการทำ telemedicine ที่มีประสิทธิภาพ
          - วางแผนการติดต่อสื่อสารและจัดระบบส่งต่อผู้ติดเชื้อเข้าสู่โรงพยาบาลในกรณีฉุกเฉิน หรือมีอาการมากขึ้น

อาการสำหรับผู้ป่วยกักตัวที่บ้านที่ควรรีบติดต่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลทันที
          - Oxygen Saturation < 96%
          - อุณหภูมิร่างกาย > 38 องศาเซลเซียส
          - อาการเหนื่อยหอบ หายใจลำบาก
          - อาการเจ็บ ปวด แน่นหน้าอกอย่างต่อเนื่อง
          - ไม่รู้สึกตัว ปลุกไม่ตื่น ไม่ตอบสนอง
          - เล็บและริมฝีปากซีดลง หรือมีสีคล้ำขึ้น

ผู้ป่วยสีเหลืองอ่อน กับการพักหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ หรือ Hospitel
          ผู้ป่วยที่อยู่ใน Hospitel นั้น สามารถรับการดูแลรักษาและติดตามอาการโดยทีมบุคลากรทางการแพทย์ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 10 วัน โดยการคัดเลือกผู้ป่วยเข้าพักที่ Hospitel นั้น  ผู้ป่วยควรมีอาการตามเกณฑ์ ข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้**
          ผู้ป่วยยืนยันโควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรง มีค่า SpO2 ≥ 96% ไม่มี/มีโรคร่วมที่ควบคุมได้ และมีอายุไม่เกิน 75 ปี
          ผู้ป่วยยืนยันโควิด-19 ที่มีอาการไม่รุนแรง มีค่า SpO2 ≥ 94% ไม่มี/มีโรคร่วมที่ควบคุมได้ และมีอายุไม่เกิน 65 ปี
          ผู้ป่วยยืนยัน โควิด-19 ไม่มี/มีอาการเล็กน้อย มีค่า SpO2 ≥ 92% ไม่มีโรคร่วม และมีอายุไม่เกิน 60 ปี
          ผู้ป่วยยืนยันที่มีอาการรุนแรงแล้วได้รับการรักษาจนอาการดีขึ้น ภายหลังอยู่โรงพยาบาล 7-10 วัน และให้พักต่อที่ Hospitel จนครบ 14 วัน
          - สามารถสื่อสารได้รู้เรื่อง ดูแลตนเองได้ ไม่ก้าวร้าว และไม่มีความเสี่ยงทางจิตเวช
          - มีโรคประจำตัวที่ควบคุมได้ และมียารับประทานมาด้วย
          * กรณีที่มีความจำเป็นเรื่องจำนวนเตียง ให้สถานพยาบาลพิจารณาตามดุลพินิจของแพทย์ โดยพิจารณา ตามความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นประเด็นหลัก

โดยโรคร่วมที่สำคัญ ดังกล่าวข้างต้น มีดังต่อไปนี้
          - ภาวะอ้วน  (30<ดัชนีมวลกาย กก./ม.2 หรือ น้ำหนักตัว 100< กก.)
          - โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) รวมถึงโรคปอดเรื้อรังอื่น ๆ
          - โรคหอบหืด
          - โรคภูมิแพ้รุนแรง
          - โรคไตเรื้อรัง (CKD)
          - โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคหัวใจแต่กำเนิด
          - โรคหลอดเลือดสมอง
          - โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้
          - ตับแข็ง
          - ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ
          - Lymphocytes น้อยกว่า 1,000 เซลล์/ลบ.ม.

Comments


businessman

โปรโมชัน
อบรมฟรีกับเซฟตี้อินไทยอันตรายจากการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร จองเลย!!

อบรมฟรีกับเซฟตี้อินไทยหัวข้อเรื่องอันตรายจากการทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร

การฝึกขับรถโฟล์คลิฟท์

อบรมการฝึกขับรถโฟล์คลิฟท์ ขับไม่เป็นก็เรียนได้ การันตี 2 วันขับได้แน่นอน! เพิ่มโอกาสการทำงานด้วยใบเซอร์โฟล์คลิฟท์ สามารถจองได้แล้ววันนี้

อบรมขับรถโฟล์คลิฟท์ เรียน+สอบ 1 วันจบ รอรับใบเซอร์ได้เลย!!

อบรมขับรถโฟล์คลิฟท์ เรียน+สอบ 1 วันจบ รอรับใบเซอร์ได้เลย!!

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับ บริหาร (ภาษาอังกฤษ)

อบรม จป.บริหารeng แบบยุคใหม่ สะดวกสบาย ราคาประหยัด ปลอดภัย กดจองได้เลย!!!

KYT ฝึกหยั่งรู้ระวังภัย

อบรมKYT ฝึกหยั่งรู้ระวังภัย เรียนรู้เทคนิคพยากรณ์อันตราย อบรมเพียง 1 วันเท่านั้น

อบรมช่างแอร์ อบรมช่างเครื่องปรับอากาศ ช่างแอร์

อบรมช่างแอร์-(ช่างปรับอากาศ ระดับ 1) ฝึก 2 วัน | ทดสอบ 1 วัน

ซื้อ1แถม1

โปรสุดคุ้ม! คอร์สอบรมการบริหารคณะกรรมการสวัสดิการ ซื้อ 1 แถม1 จ่ายเพียง 2,500 บาท เรียนได้2ท่าน ได้รับใบเซอร์

อบรมคปอ.

อบรม คปอ.ออนไลน์ สมาชิกจ่ายเพียง 1000.-

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น first aid cpr

อบรมการปฐมพยาบาลและการกู้ชีพเบื้องต้น First aid & CPR เรียนกับผู้เชียวชาญ ปฏิบัติจริง พร้อมรับใบเซอร์!!!

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับ หัวหน้างาน

อบรม จป.หัวหน้างาน เพียง 2 วัน ราคาสมาชิกเพียง 1000.-

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับ เทคนิค

อบรม จป.เทคนิค เกิน 90% รับใบเซอร์ได้เลย!!!

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับ บริหาร

อบรม จป.บริหาร ราคาสมาชิกเพียง 1000.- อบรม 2 วันเท่านั้น!!!

ทดสอบมาตรฐานระบบไฟฟ้าภายในอาคาร

ทำงานถูกกฎหมายสบายใจกว่า!!! อบรมทดสอบมาตรฐานระบบไฟฟ้าภายในอาคาร 2 วัน ได้ใบรับรองผลการอบรม

Lockout Tagout

อบรม Lockout Tagout เพื่อป้องกันอันตรายขณะซ่อมบำรุง ซ่อมแซม หรือทำความสะอาดเครื่องจักร วันเดียวจบ!!! พร้อมรับใบเซอร์ จองได้แล้ววันนี้

จิตสำนึกความปลอดภัยในการทำงาน

จองอบรมวันนี้ เฉพาะสมาชิกรับส่วนลดราคาพิเศษ!

ผู้เฝ้าระวังไฟ Fire Watch Man

อบรมผู้เฝ้าระวังไฟ Fire Watch Man กับราคาสุดคุ้มจาก 1900.- ลดเหลือเพียง 1700.- เท่านั้น!!!

สมัครสมาชิก

สมัครสมาชิกวันนี้ ! เพื่อรับข่าวสารอัปเดตกฎหมายก่อนใครและรับสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย

บทความล่าสุด
อัปเดตกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยพ.ศ. 2565,สรุปกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยพ.ศ. 256,นายจ้างต้องรู้กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน,นายจ้างต้องรู้ต้องทำกฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน,สรุป การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย2565,สรุป การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย2565-2566,หมวด1เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน,สรุปหมวด1เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน,สรุปหมวด1เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน2565,นายจ้างต้องทำอะไรบ้างในกฎกระทรวงการจัดให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน

นายจ้างต้องรู้นายจ้างต้องทำในกฎกระทรวงการจัดให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน

หน้าที่ จป.หัวหน้างาน 10 ข้อ,จป.หัวหน้างาน คุณสมบัติ,บทบาทหน้าจป.หัวหน้างาน,อบรมจปหัวหน้างาน,จป.หัวหน้างาน คุณสมบัติ,หน้าที่เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับหัวหน้างาน,หน้าที่จป.หัวหน้างานใหม่ล่าสุด,หน้าที่จป.หัวหน้างานตามกระทรวงล่าสุด

อัปเดตหน้าที่จปหัวหน้างานหรือเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับหัวหน้างานตามกฎกระทรวง65

กฎกระทรวงราชกิจจานุเบกษา,กฎกระทรวงการจัดให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน2565,กฎกระทรวงการจัดให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานล่าสุด,ท้ายบัญชีกฎกระทรวงเพิ่มสถานประกอบกิจการเป็น64แห่ง,กฎกระทรวงจัดให้เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยดำเนินการด้านความปลอดภัยจาก 14 แห่งเพิ่มเป็น 64 แห่ง,อบรมจป.ตามกฎหมาย, สถานประกอบกิจการที่ต้องจัดให้มีการดำเนินการ2565, สถานประกอบกิจการที่ต้องจัดให้มีการดำเนินการเพิ่มเป็น64แห่ง

ไม่ใช่แค่โรงงานนะที่จะต้องมีจป.อัปเดตตามบัญชีท้ายกฎกระทรวง 2565

บทความยอดนิยม
กฎกระทรวงเกี่ยวกับรถยก รถโฟล์คลิฟท์ forklift 2564

นายจ้างต้องรู้! กฎกระทรวงเกี่ยวกับรถยก 2564

ใหม่ล่าสุด! กฎกระทรวงการทำงานเกี่ยวกับปั้นจั่น 2564

แนวทางการซ้อมการระงับอัคคีภัยในยุคโควิด-19

แบ่งปัน