การตรวจติดตามภายในระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ISO 45001:2018
การดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน เป็นเรื่องที่องค์กรไม่สามารถมองข้ามได้ โดยเฉพาะในยุคที่มาตรฐานความปลอดภัยถูกนำมาใช้เป็นตัวชี้วัดความเป็นมืออาชีพและความน่าเชื่อถือขององค์กร ISO 45001:2018 จึงกลายเป็นมาตรฐานสำคัญที่หลายองค์กรเลือกนำมาใช้ เพื่อสร้างระบบการทำงานที่ปลอดภัย ลดความเสี่ยง และป้องกันอุบัติเหตุอย่างเป็นระบบ
หนึ่งในหัวใจสำคัญของ ISO 45001:2018 คือ “การตรวจติดตามภายใน” ซึ่งทำหน้าที่เสมือนกระจกสะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่องค์กรวางแผนไว้ ได้ถูกนำไปปฏิบัติจริงมากน้อยเพียงใด และยังมีจุดใดที่ควรปรับปรุงก่อนจะเกิดปัญหาหรืออุบัติเหตุร้ายแรงตามมา
ความหมายของการตรวจติดตามภายใน ISO 45001:2018
การตรวจติดตามภายใน หมายถึง กระบวนการตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงานของระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัยภายในองค์กร โดยผู้ตรวจประเมินที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานเป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐาน ISO 45001:2018 นโยบาย แผนงาน และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
การตรวจติดตามภายในไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อจับผิดหรือหาผู้กระทำผิด แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อค้นหาความเสี่ยง จุดบกพร่อง และโอกาสในการพัฒนา เพื่อให้องค์กรสามารถปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ประเภทของการตรวจประเมิน ISO
โดยทั่วไป การตรวจประเมินตามระบบ ISO สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก
1. การตรวจประเมินโดยองค์กรเอง หรือ 1st Party Audit (Internal Audit)
- เป็นการตรวจติดตามภายในที่องค์กรดำเนินการด้วยตนเอง โดยผู้ตรวจประเมินภายในที่ผ่านการอบรมและมีความรู้ความเข้าใจในระบบ ISO
2. การตรวจประเมินโดยคู่ค้า หรือ 2nd Party Audit (Supplier Audit)
- เป็นการตรวจที่องค์กรลูกค้าดำเนินการตรวจประเมินระบบของผู้ขายหรือผู้ให้บริการ เพื่อประเมินความสามารถและความน่าเชื่อถือในการทำงาน
3. การตรวจประเมินเพื่อการรับรอง หรือ 3rd Party Audit (Certification Audit)
- เป็นการตรวจประเมินโดยหน่วยงานรับรองภายนอก เพื่อพิจารณาให้องค์กรได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 45001:2018
หลักการพื้นฐานของการตรวจติดตามภายใน
การตรวจติดตามภายในที่มีคุณภาพ จำเป็นต้องยึดหลักการสำคัญ เพื่อให้ผลการตรวจมีความน่าเชื่อถือและเป็นธรรม ได้แก่
- การดำเนินการด้วยความซื่อสัตย์และยุติธรรม
- การนำเสนอข้อเท็จจริงอย่างถูกต้อง เที่ยงตรง และตรวจสอบได้
- การตรวจประเมินอย่างมืออาชีพ
- ความเป็นอิสระและไม่ลำเอียง
- การยึดหลักฐานเป็นพื้นฐานในการพิจารณา
หลักการเหล่านี้ช่วยให้การตรวจติดตามไม่กลายเป็นเรื่องของอคติหรือความรู้สึก แต่เป็นกระบวนการที่อิงจากข้อมูลและข้อเท็จจริงจริง ๆ
บุคคลที่เกี่ยวข้องในการตรวจประเมิน ISO
การตรวจติดตามภายในเกี่ยวข้องกับหลายบทบาท ซึ่งแต่ละบทบาทมีหน้าที่แตกต่างกัน
หัวหน้าผู้ตรวจประเมิน (Lead Auditor)
- ทำหน้าที่วางแผนการตรวจ กำหนดขอบเขต ควบคุมการตรวจ และสรุปผลการตรวจประเมิน
ผู้ตรวจประเมิน (Auditor)
- ดำเนินการตรวจสอบ สัมภาษณ์ ตรวจเอกสาร และเก็บรวบรวมหลักฐานตามแผนที่กำหนด
ผู้ว่าจ้างหรือผู้ร้องขอให้มีการตรวจประเมิน (Client)
- เป็นองค์กรหรือหน่วยงานที่ต้องการให้มีการตรวจติดตามระบบ
ผู้ถูกตรวจประเมิน (Auditee)
- เป็นหน่วยงานหรือบุคลากรภายในองค์กรที่อยู่ในขอบเขตการตรวจประเมิน
คุณสมบัติของผู้ตรวจประเมิน ISO ที่ดี
ผู้ตรวจประเมินที่มีคุณภาพ ไม่ได้วัดกันแค่ใบประกาศนียบัตร แต่ต้องมีคุณสมบัติด้านพฤติกรรมและทักษะร่วมด้วย เช่น
- มีจรรยาบรรณและความซื่อสัตย์
- มีความเป็นกลาง ไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
- เปิดใจ รับฟังความคิดเห็น และไม่ยึดติดความคิดของตนเองเป็นหลัก
- มีความรอบคอบ ช่างสังเกต และเข้าใจบริบทการทำงาน
- สามารถสื่อสารและเจรจาได้อย่างเหมาะสม
- ตัดสินใจโดยใช้หลักฐานและเหตุผล
- มีความมั่นใจในตนเอง แต่ไม่ใช่ความมั่นใจเกินพอดี
คุณสมบัติเหล่านี้ช่วยให้การตรวจติดตามเป็นไปอย่างราบรื่น และได้รับความร่วมมือจากผู้ถูกตรวจประเมินมากขึ้น
ประโยชน์ของ ISO 45001:2018 ต่อองค์กร
การตรวจติดตามภายในภายใต้ระบบ ISO 45001:2018 ช่วยให้องค์กรได้รับประโยชน์หลายด้าน
ช่วยให้การดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- องค์กรสามารถควบคุมความเสี่ยงและป้องกันอุบัติเหตุได้อย่างเป็นระบบ
ช่วยให้การบริหารจัดการเป็นระบบและมีทิศทางที่ชัดเจน
- สามารถวางแผน ปรับปรุง และพัฒนากระบวนการทำงานให้เหมาะสม
เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ลูกค้า และคู่ค้า
- แสดงให้เห็นว่าองค์กรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและสุขภาพของพนักงาน
ช่วยลดค่าใช้จ่ายจากอุบัติเหตุและการสูญเสีย
- ลดค่าใช้จ่ายแฝงที่เกิดจากการหยุดงาน การรักษาพยาบาล และความเสียหายอื่น ๆ
เป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย
- ช่วยให้องค์กรมั่นใจว่าการดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
เพิ่มโอกาสในการได้รับการรับรอง ISO 45001:2018
- ช่วยเตรียมความพร้อมก่อนการตรวจรับรองจากหน่วยงานภายนอก
บทบาทของ Checklist ในการตรวจติดตาม
Checklist เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้การตรวจติดตามมีความเป็นระบบ ข้อดีของ Checklist ได้แก่
- ช่วยให้ผู้ตรวจประเมินไม่พลาดประเด็นสำคัญ
- สร้างความมั่นใจให้กับผู้ตรวจประเมิน
- ใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงในการตรวจครั้งถัดไป
อย่างไรก็ตาม Checklist ก็มีข้อจำกัด หากใช้อย่างไม่เหมาะสม เช่น
- ทำให้การตรวจขาดความยืดหยุ่น
- การตรวจอาจไม่ครอบคลุม หากจัดทำรายการไม่ครบถ้วน
ดังนั้น ผู้ตรวจประเมินควรใช้ Checklist เป็นแนวทาง ไม่ใช่กรอบที่ตายตัว
การเตรียมสถานที่เพื่อรองรับการตรวจติดตาม
การเตรียมความพร้อมก่อนการตรวจติดตาม เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้การตรวจเป็นไปอย่างราบรื่น เช่น
- จัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลให้ผู้ตรวจประเมิน
- จัดให้มีผู้นำทางในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง
- ชี้แจงข้อมูลด้านความปลอดภัย เช่น ทางหนีไฟ จุดรวมพล สิ่งที่ห้ามปฏิบัติ
- จัดเตรียมพื้นที่สำหรับการประชุมและตรวจเอกสารให้เหมาะสม สะอาด และเป็นระเบียบ
- อำนวยความสะดวกแก่ผู้ตรวจประเมินเท่าที่เหมาะสม โดยไม่รบกวนการตรวจ
สรุป
การตรวจติดตามภายในระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ISO 45001:2018 ไม่ใช่เพียงขั้นตอนตามข้อกำหนดของมาตรฐาน แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรพัฒนาอย่างยั่งยืน ลดความเสี่ยง และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่แท้จริง
องค์กรที่มองเห็นคุณค่าของการตรวจติดตาม จะไม่มองการ Audit เป็นภาระ แต่จะมองว่าเป็นโอกาสในการเรียนรู้และปรับปรุง ซึ่งสุดท้ายแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่แค่ใบรับรอง ISO แต่คือความปลอดภัยของพนักงานและความมั่นคงขององค์กรในระยะยาว
เซฟตี้อินไทย เชื่อว่า ความปลอดภัยที่ดี เริ่มต้นจากระบบที่ดี และระบบที่ดี เริ่มต้นจากการตรวจติดตามที่มีคุณภาพเสมอ






