ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยสำหรับร้านอาหาร ร้านเหล้า และสถานบันเทิง บัญชีที่ 3 - เซฟตี้อินไทย
อบรมหลักสูตรฟรี สำหรับสมาชิก          คลิกที่นี่

บทความ

ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยสำหรับร้านอาหาร ร้านเหล้า และสถานบันเทิง บัญชีที่ 3



ธุรกิจร้านอาหาร ร้านเหล้า ผับ บาร์ และสถานบันเทิง เป็นกิจการที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยหลายรูปแบบ ทั้งจากการใช้แก๊สหุงต้ม เปลวไฟ น้ำมันทอดอาหาร ระบบไฟฟ้า พื้นเปียกลื่น การทำงานในเวลากลางคืน ตลอดจนเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นกับลูกค้าจำนวนมากพร้อมกัน

ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยสำหรับร้านอาหาร ร้านเหล้า และสถานบันเทิง บัญชีที่ 3

ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยสำหรับร้านอาหาร ร้านเหล้า และสถานบันเทิง บัญชีที่ 3

ผู้ประกอบกิจการ จึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงดูแลคุณภาพอาหารและการบริการเท่านั้น แต่ยังต้องจัดระบบความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานให้สอดคล้องกับกฎหมายด้วย

ภายใต้กฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 กิจการบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ รวมถึงธุรกิจร้านอาหารและสถานบริการ อาจเข้าข่ายสถานประกอบกิจการตามบัญชี 3 ซึ่งมีหน้าที่ด้านการจัดอบรมและแต่งตั้งบุคลากรด้านความปลอดภัยเมื่อมีจำนวนลูกจ้างถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

ทำไมร้านอาหารและสถานบันเทิงต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัย

ภายในร้านอาหารหนึ่งแห่งอาจมีความเสี่ยงเกิดขึ้นพร้อมกันหลายจุด เช่น

  • ไฟไหม้จากเตาแก๊ส น้ำมันทอดอาหาร หรือระบบดูดควัน
  • ไฟฟ้าลัดวงจรจากอุปกรณ์ครัว ระบบแสง สี และเสียง
  • การลื่น สะดุด หรือหกล้มจากพื้นเปียกและสิ่งกีดขวาง
  • การบาดเจ็บจากมีด เครื่องบด และอุปกรณ์เตรียมอาหาร
  • การใช้ถังแก๊สและวัตถุไวไฟไม่ถูกต้อง
  • ลูกค้าหมดสติจากแอลกอฮอล์หรือเกิดเหตุทะเลาะวิวาท
  • การสำลักอาหารและภาวะทางการแพทย์ฉุกเฉิน
  • ความแออัดและการอพยพผู้ใช้บริการเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้

ความเสี่ยงเหล่านี้ อาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน ชื่อเสียง และความต่อเนื่องของธุรกิจได้ การจัดอบรมตามกฎหมายจึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงการทำเอกสารให้ครบ แต่เป็นการเตรียมบุคลากรให้สามารถป้องกันและตอบโต้เหตุฉุกเฉินได้จริง

ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยสำหรับร้านอาหาร ร้านเหล้า และสถานบันเทิง บัญชีที่ 3

ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยสำหรับร้านอาหาร ร้านเหล้า และสถานบันเทิง บัญชีที่ 3


1. การอบรมความปลอดภัยในการทำงานสำหรับลูกจ้าง

นายจ้างมีหน้าที่จัดให้ผู้บริหาร หัวหน้างาน และลูกจ้างได้รับการฝึกอบรมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานตามลักษณะงานและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง

ลูกจ้างควรได้รับความรู้ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน โดยเฉพาะลูกจ้างใหม่ ลูกจ้างที่เปลี่ยนงาน เปลี่ยนสถานที่ทำงาน หรือได้รับมอบหมายให้ทำงานที่มีความเสี่ยงแตกต่างจากเดิม

หัวข้อที่ควรนำมาใช้ในการอบรมสำหรับร้านอาหาร ร้านเหล้า และสถานบันเทิง ได้แก่

  • กฎและข้อบังคับด้านความปลอดภัยของร้าน
  • อันตรายจากเตาแก๊ส น้ำมันร้อน และอุปกรณ์ไฟฟ้า
  • วิธีใช้อุปกรณ์ครัวอย่างปลอดภัย
  • การยกและเคลื่อนย้ายสิ่งของอย่างถูกวิธี
  • การป้องกันการลื่น สะดุด และหกล้ม
  • วิธีแจ้งเหตุฉุกเฉิน
  • เส้นทางหนีไฟและจุดรวมพล
  • การรายงานอุบัติเหตุและเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ
  • การใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล

แม้พนักงานเสิร์ฟ พนักงานต้อนรับ แคชเชียร์ หรือพนักงานรักษาความปลอดภัยจะไม่ได้ทำงานในครัวโดยตรง แต่ทุกคนควรรู้วิธีปฏิบัติเมื่อเกิดเพลิงไหม้ เหตุทะเลาะวิวาท ลูกค้าหมดสติ หรือมีการประกาศอพยพ

2. การฝึกดับเพลิงขั้นต้นและการซ้อมอพยพหนีไฟ

ร้านอาหารและสถานบันเทิงมีเชื้อเพลิงและแหล่งกำเนิดความร้อนอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น แก๊สหุงต้ม น้ำมันประกอบอาหาร วัสดุตกแต่ง เฟอร์นิเจอร์ ระบบไฟฟ้า และอุปกรณ์แสง สี และเสียง จึงต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันและระงับอัคคีภัยเป็นพิเศษ

ตาม กฎกระทรวงด้านการป้องกันและระงับอัคคีภัย นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของจำนวนลูกจ้างในแต่ละหน่วยงานของสถานประกอบกิจการเข้ารับการฝึก อบรมดับเพลิงขั้นต้น ไม่ใช่เลือกอบรมเฉพาะผู้จัดการหรือพนักงานรักษาความปลอดภัยเพียงไม่กี่คน

ตัวอย่างเช่น หากแผนกครัวมีลูกจ้าง 10 คน ควรมีลูกจ้างในแผนกครัวผ่านการอบรมดับเพลิงขั้นต้นไม่น้อยกว่า 4 คน การคำนวณควรพิจารณาเป็นรายหน่วยงานหรือส่วนงาน เพื่อให้ทุกพื้นที่มีผู้ที่สามารถใช้เครื่องดับเพลิงได้เมื่อเกิดเหตุ

นอกจากนี้ นายจ้างต้องจัดให้มี การฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมอพยพหนีไฟ ตามแผนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยควรครอบคลุมพนักงานทุกกะและจำลองสถานการณ์ที่สอดคล้องกับสภาพจริงของร้าน เช่น

  • ไฟไหม้บริเวณเตาทอดอาหาร
  • แก๊สรั่วภายในห้องครัว
  • ไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณเวทีหรือห้องควบคุมเสียง
  • มีควันปกคลุมเส้นทางออกหลัก
  • ต้องอพยพลูกค้าที่อยู่ในภาวะมึนเมา
  • มีผู้บาดเจ็บหรือผู้หมดสติระหว่างการอพยพ

สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปต้องจัดทำแผนป้องกันและระงับอัคคีภัย ซึ่งควรครอบคลุมการตรวจตรา การอบรม การรณรงค์ การดับเพลิง การอพยพหนีไฟ และการบรรเทาทุกข์

ทางหนีไฟต้องปราศจากสิ่งกีดขวาง ประตูหนีไฟต้องสามารถเปิดใช้งานได้ และไม่ควรนำโต๊ะ เก้าอี้ ลังเครื่องดื่ม หรือสิ่งของไปวางกีดขวางทางออก เพราะเมื่อเกิดเหตุจริง ความล่าช้าเพียงไม่กี่วินาทีอาจหมายถึงชีวิตของพนักงานและลูกค้า

3. การแต่งตั้งและอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน

กฎกระทรวงการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ พ.ศ. 2565 กำหนดให้สถานประกอบกิจการตามบัญชี 3 ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป ต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานโดยตำแหน่ง

กรณีมีลูกจ้างตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป

สถานประกอบกิจการต้องดำเนินการอย่างน้อยดังต่อไปนี้

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน

ลูกจ้างระดับหัวหน้างานทุกคนต้องมีคุณสมบัติเป็น เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน หรือ จป.หัวหน้างาน

ตำแหน่งที่อาจเข้าข่าย เช่น

  • หัวหน้าครัว
  • ซูเชฟหรือผู้ควบคุมงานครัว
  • กัปตันร้านอาหาร
  • หัวหน้าพนักงานเสิร์ฟ
  • หัวหน้าบาร์
  • หัวหน้าแคชเชียร์
  • หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัย
  • หัวหน้ากะ
  • Supervisor ของแต่ละแผนก

หลักสำคัญ ไม่ได้อยู่ที่ชื่อตำแหน่งเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาว่าบุคคลนั้นมีหน้าที่กำกับ ดูแล สั่งงาน หรือควบคุมการทำงานของลูกจ้างคนอื่นหรือไม่

เมื่อได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้างาน บุคคลดังกล่าวควรได้รับการอบรมและแต่งตั้งเป็น จป.หัวหน้างาน ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหาร

ลูกจ้างระดับผู้บริหารทุกคนต้องมีคุณสมบัติเป็น เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหาร หรือ จป.บริหาร

ตำแหน่งที่อาจเข้าข่าย ได้แก่

  • ผู้จัดการร้าน
  • ผู้จัดการสาขา
  • ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ
  • ผู้จัดการอาหารและเครื่องดื่ม
  • ผู้บริหารที่มีอำนาจควบคุมและบริหารงานภายในร้าน

หากสถานประกอบกิจการไม่มีลูกจ้างระดับผู้บริหาร กฎหมายกำหนดให้นายจ้างทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับบริหาร

ดังนั้น ไม่ควรตีความว่าเจ้าของกิจการทุกคนต้องเข้าอบรมโดยอัตโนมัติในทุกกรณี แต่ต้องพิจารณาโครงสร้างองค์กร สถานะความเป็นนายจ้าง และบุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่ระดับบริหารของสถานประกอบกิจการนั้น

4. การจัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย หรือ คปอ.

สถานประกอบกิจการตามบัญชี 3 ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ต้องจัดให้มีคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือ คปอ.

คณะกรรมการประกอบด้วยผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง และบุคลากรด้านความปลอดภัยตามองค์ประกอบที่กฎหมายกำหนด

ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการความปลอดภัยต้องเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตร คปอ. เพื่อให้เข้าใจบทบาทหน้าที่ เช่น

  • พิจารณานโยบายและแผนงานด้านความปลอดภัย
  • ตรวจสอบสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย
  • เสนอแนวทางแก้ไขอันตราย
  • ติดตามอุบัติเหตุและโรคจากการทำงาน
  • ส่งเสริมกิจกรรมความปลอดภัย
  • ประชุมและติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

คปอ. ไม่ควรเป็นเพียงรายชื่อบนเอกสาร แต่ควรเป็นกลไกสำคัญในการค้นหาปัญหาก่อนเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะธุรกิจที่เปิดหลายกะ มีพนักงานหมุนเวียนสูง หรือมีลูกค้าใช้บริการจำนวนมาก

หลักสูตรแนะนำเพิ่มเติมที่ช่วยลดความสูญเสีย

นอกจากหลักสูตรที่กฎหมายกำหนด ร้านอาหาร ร้านเหล้า และสถานบันเทิงควรจัดอบรมเพิ่มเติมตามความเสี่ยงของกิจการ

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การทำ CPR และการใช้เครื่อง AED

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การทำ CPR และการใช้เครื่อง AED หลักสูตรนี้ ถือเป็นหลักสูตรสำคัญอย่างมากสำหรับสถานที่ที่มีประชาชนมาใช้บริการจำนวนมาก โดยเฉพาะร้านเหล้า ผับ บาร์ ร้านอาหารขนาดใหญ่ และสถานบันเทิงที่เปิดให้บริการในช่วงกลางคืน

เหตุฉุกเฉินที่อาจพบได้ เช่น

  • ลูกค้าสำลักอาหาร
  • ลูกค้าหรือพนักงานหมดสติ
  • ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน
  • ดื่มแอลกอฮอล์มากจนไม่รู้สึกตัว
  • บาดเจ็บจากการทะเลาะวิวาท
  • พลัดตกจากบันได
  • ถูกของมีคมหรือเศษแก้วบาด
  • ถูกน้ำร้อนหรือน้ำมันลวก
  • ไฟฟ้าช็อต
  • สูดดมควันจากเหตุเพลิงไหม้

พนักงานควรสามารถประเมินความปลอดภัยของพื้นที่ ตรวจการตอบสนองของผู้ประสบเหตุ โทรแจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉินหมายเลข 1669 ทำ CPR ใช้เครื่อง AED และช่วยเหลือผู้ที่สำลักอาหารได้อย่างถูกต้อง

สำหรับร้านที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ มีลูกค้าหนาแน่น หรืออยู่ห่างจากสถานพยาบาล ควรพิจารณาจัดหาเครื่อง AED และกำหนดผู้รับผิดชอบในแต่ละกะอย่างชัดเจน

การอบรมความปลอดภัยในการใช้แก๊สหุงต้ม

พนักงานครัวควรได้รับความรู้เกี่ยวกับ

  • การตรวจสอบสายแก๊สและข้อต่อ
  • การจัดวางถังแก๊ส
  • การเปิดและปิดวาล์วอย่างถูกต้อง
  • การตรวจหารอยรั่ว
  • การปฏิบัติเมื่อได้กลิ่นแก๊ส
  • การตัดแหล่งพลังงานในภาวะฉุกเฉิน
  • ข้อห้ามในการใช้สวิตช์ไฟหรืออุปกรณ์ที่อาจทำให้เกิดประกายไฟ

เมื่อสงสัยว่าแก๊สรั่ว ห้ามตรวจหารอยรั่วด้วยการจุดไฟโดยเด็ดขาด ควรปิดวาล์ว เปิดระบายอากาศ หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่อาจทำให้เกิดประกายไฟ และแจ้งผู้รับผิดชอบทันที

การอบรมความปลอดภัยสำหรับงานครัว

งานครัวมีทั้งความร้อน ของมีคม พื้นลื่น และการทำงานเร่งรีบ พนักงานจึงควรได้รับการอบรมเรื่อง

  • การใช้มีดอย่างปลอดภัย
  • การใช้เครื่องบด เครื่องหั่น และเครื่องผสมอาหาร
  • การป้องกันน้ำมันกระเด็น
  • การยกหม้อหรือภาชนะร้อน
  • การใช้ถุงมือกันความร้อน
  • การทำความสะอาดพื้นและคราบไขมัน
  • การจัดเก็บสารเคมีทำความสะอาด
  • การป้องกันการบาดเจ็บจากการยกของหนัก

การควบคุมฝูงชนและเหตุทะเลาะวิวาท

สำหรับร้านเหล้าและสถานบันเทิง ควรกำหนดแผนรับมือเหตุทะเลาะวิวาทและเหตุคุกคามอย่างชัดเจน พนักงานไม่ควรเข้าไประงับเหตุโดยไม่มีการประเมินความเสี่ยง เพราะอาจมีอาวุธหรือผู้ก่อเหตุหลายคน

ควรมีระบบแจ้งเหตุภายใน การประสานเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย การติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ การแยกผู้ไม่เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ และการปฐมพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บหลังพื้นที่ปลอดภัยแล้ว

ระบบความปลอดภัยที่ร้านควรตรวจสอบเป็นประจำ

นอกเหนือจากการอบรม ผู้ประกอบกิจการควรตรวจสอบสถานที่และอุปกรณ์อย่างสม่ำเสมอ ได้แก่

  • ถังดับเพลิงอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นและหยิบใช้ได้ง่าย
  • ถังดับเพลิงเหมาะสมกับประเภทของเชื้อเพลิง
  • เส้นทางหนีไฟไม่มีโต๊ะ เก้าอี้ หรือลังสินค้ากีดขวาง
  • ประตูทางออกฉุกเฉินไม่ถูกล็อกขณะมีพนักงานหรือลูกค้าอยู่
  • ป้ายทางหนีไฟและไฟฉุกเฉินมองเห็นได้ชัดเจน
  • ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ใช้งานได้
  • ระบบดูดควันและปล่องระบายอากาศได้รับการทำความสะอาด
  • สายไฟ ปลั๊กไฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าไม่มีรอยชำรุด
  • ถังแก๊ส สายแก๊ส และวาล์วอยู่ในสภาพปลอดภัย
  • พื้นและทางเดินไม่ลื่นหรือมีสิ่งกีดขวาง
  • ชุดปฐมพยาบาลมีอุปกรณ์ครบและไม่หมดอายุ
  • มีรายชื่อผู้ผ่านการอบรมประจำแต่ละกะ
  • พนักงานรู้หมายเลขฉุกเฉินและจุดรวมพล

เอกสารที่ควรจัดเก็บไว้ในสถานประกอบกิจการ

เพื่อให้สามารถตรวจสอบและติดตามระบบความปลอดภัยได้ ผู้ประกอบกิจการควรจัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบ เช่น

  • หลักฐานการอบรมความปลอดภัยของลูกจ้าง
  • หนังสือแต่งตั้ง จป.หัวหน้างาน
  • หนังสือแต่งตั้ง จป.บริหาร
  • เอกสารการจัดตั้งและแต่งตั้ง คปอ.
  • หลักฐานการฝึกอบรม คปอ.
  • แผนป้องกันและระงับอัคคีภัย
  • รายงานผลการซ้อมดับเพลิงและอพยพหนีไฟ
  • หลักฐานการอบรมดับเพลิงขั้นต้น
  • บันทึกการตรวจถังดับเพลิง
  • บันทึกการตรวจระบบไฟฟ้าและระบบแก๊ส
  • บันทึกการประชุมด้านความปลอดภัย
  • รายงานอุบัติเหตุและเหตุการณ์เกือบเกิดอุบัติเหตุ
เอกสารเหล่านี้ไม่ควรถูกจัดทำขึ้นเฉพาะวันที่มีเจ้าหน้าที่เข้าตรวจ แต่ควรสะท้อนการดำเนินงานจริงของสถานประกอบกิจการ

สรุปเกณฑ์สำคัญสำหรับสถานประกอบกิจการบัญชี 3

ลูกจ้างทุกระดับ

ต้องได้รับความรู้และการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยให้เหมาะสมกับงาน ความเสี่ยง และหน้าที่รับผิดชอบ

การป้องกันอัคคีภัย

ต้องจัดให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของแต่ละหน่วยงานผ่านการฝึกดับเพลิงขั้นต้น และจัดซ้อมดับเพลิงพร้อมอพยพหนีไฟอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

มีลูกจ้างตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป

ต้องจัดให้หัวหน้างานทุกคนมีคุณสมบัติเป็น จป.หัวหน้างาน และจัดให้ผู้บริหารทุกคนมีคุณสมบัติเป็น จป.บริหาร ตามโครงสร้างและนิยามที่กฎหมายกำหนด

มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป

ต้องจัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือ คปอ. และจัดให้กรรมการที่เกี่ยวข้องเข้ารับการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่กฎหมายกำหนด

ความปลอดภัยไม่ใช่ต้นทุนที่สูญเปล่า

การจัดอบรมและวางระบบความปลอดภัยอาจมีค่าใช้จ่าย แต่ค่าใช้จ่ายดังกล่าวย่อมน้อยกว่าความเสียหายจากเพลิงไหม้ การบาดเจ็บ การเสียชีวิต การหยุดกิจการ การถูกดำเนินคดี หรือการสูญเสียความเชื่อมั่นจากลูกค้า

สำหรับร้านอาหาร ร้านเหล้า และสถานบันเทิง ความปลอดภัยที่ดีควรเริ่มตั้งแต่ก่อนเปิดร้าน ดำเนินต่อเนื่องตลอดเวลาที่ให้บริการ และครอบคลุมทั้งพนักงาน ผู้รับเหมา และลูกค้า

เพราะในสถานการณ์ฉุกเฉิน พนักงานที่ผ่านการอบรมและรู้หน้าที่ของตนเอง จะช่วยลดความตื่นตระหนก ควบคุมสถานการณ์ และเพิ่มโอกาสที่ทุกคนจะออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย

การอบรมตามกฎหมาย จึงไม่ใช่เพียงการมีใบประกาศติดแฟ้ม แต่คือการทำให้พนักงานทุกคนรู้ว่า เมื่อเกิดเหตุขึ้นจริง ใครต้องทำอะไร ต้องไปทางไหน และต้องช่วยเหลือผู้อื่นอย่างไร

หมายเหตุ: การจัดประเภทกิจการควรพิจารณาจากลักษณะการประกอบกิจการจริง หากร้านมีหลายกิจการอยู่ในนิติบุคคลหรือสถานที่เดียวกัน ควรตรวจสอบกับสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในพื้นที่เพื่อยืนยันเกณฑ์ที่ใช้บังคับกับสถานประกอบกิจการนั้นโดยตรง

เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับ หัวหน้างาน
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน ระดับ หัวหน้างาน จองอบรมตอนนี้
ติดต่อสอบถามคลิกไลน์ Safety In Thai
ติดต่อ-สอบถาม กดตรงนี้ได้เลยค่ะ
ติดต่อ-สอบถาม กดตรงนี้ได้เลยค่ะ