ผู้ประกอบการขนส่ง ต้องมีบุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง TSM
ผู้ประกอบการขนส่งต้องรู้ กรมการขนส่งทางบกย้ำ ผู้ประกอบการขนส่งต้องมีบุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง (TSM)
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อุบัติเหตุจากการขนส่งทางถนนยังคงเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ ทั้งในมิติของความสูญเสียต่อชีวิต ทรัพย์สิน และภาพลักษณ์ของภาคธุรกิจขนส่งโดยรวม กรมการขนส่งทางบกจึงได้ยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัย ด้วยการกำหนดให้ผู้ประกอบการขนส่งต้องมี “บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง” หรือ Transport Safety Manager (TSM) อย่างเป็นรูปธรรม
มาตรการดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นแนวทางที่ภาครัฐผลักดันมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ระบบขนส่งของไทยมีมาตรฐานใกล้เคียงสากล และลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุที่สามารถป้องกันได้
ความเป็นมาของกฎหมาย TSM
กรมการขนส่งทางบกได้ออกประกาศ เรื่อง กำหนดคุณสมบัติ หลักสูตร ระยะเวลาการฝึกอบรม และหน้าที่ของบุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง (Transport Safety Manager : TSM) พ.ศ. 2564 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2565 ดูประกาศที่นี่
ปัจจุบันประกาศดังกล่าวมีผลบังคับใช้แล้ว โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการขนส่งต้องจัดให้มี TSM เพื่อทำหน้าที่ดูแล ควบคุม และบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่งอย่างเป็นระบบ
TSM คือใคร และสำคัญอย่างไร
TSM คือ บุคลากรที่ทำหน้าที่บริหารจัดการความปลอดภัยในการขนส่งทางถนนในภาพรวม ไม่ใช่เพียงการตรวจรถหรือดูแลพนักงานขับรถเท่านั้น แต่ครอบคลุมทั้งระบบการขนส่งขององค์กร
หน้าที่หลักของ TSM แบ่งออกเป็น 5 ด้านสำคัญ ได้แก่
- การจัดการรถ
- การจัดการผู้ขับรถ
- การจัดการการเดินรถ
- การจัดการการบรรทุกและการโดยสาร
- การบริหารจัดการ การวิเคราะห์ และการประเมินผลด้านความปลอดภัย
กล่าวได้ว่า TSM คือ “กลไกกลาง” ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการขนส่งมองเห็นความเสี่ยงล่วงหน้า และลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุอย่างเป็นระบบ
ผู้ประกอบการขนส่งกลุ่มแรก ที่ถูกบังคับใช้ TSM ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้ผู้ประกอบการขนส่งบางกลุ่มต้องดำเนินการจัดให้มี TSM ทันที โดยกลุ่มที่เข้าข่ายบังคับใช้แล้ว มีดังนี้
1.ผู้ประกอบการขนส่งประจำทางด้วยรถโดยสาร
- หมวด 1 กรุงเทพมหานครและจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่อง
- และหมวด 2 รายเดิมทุกราย
2.ผู้ประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถโดยสาร
- รายเดิมที่มีรถตั้งแต่ 51 คันขึ้นไป
3.ผู้ประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถบรรทุก
- รายเดิมทุกรายที่มีรถขนส่งวัตถุอันตราย
4.ผู้ประกอบการขนส่งไม่ประจำทางด้วยรถบรรทุก
- รายเดิมที่มีรถตั้งแต่ 101 คันขึ้นไป
5.ผู้ประกอบการขนส่งส่วนบุคคลด้วยรถบรรทุก
- รายเดิมที่มีรถขนส่งวัตถุอันตราย ตั้งแต่ 6 คันขึ้นไป
6.ผู้ประกอบการขนส่งส่วนบุคคลรายเดิม
- ที่มีรถตั้งแต่ 101 คันขึ้นไป
7.ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง (รายใหม่)
- ด้วยรถโดยสารประจำทางและไม่ประจำทาง (ผู้ขอเป็นนิติบุคคล) ทุกราย
8.ผู้ขอรับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง (รายใหม่)
- ด้วยรถบรรทุกไม่ประจำทางและส่วนบุคคล ที่มีรถตั้งแต่ 11 คันขึ้นไป
สำหรับผู้ประกอบการขนส่งกลุ่มอื่น จะมีการบังคับใช้ในระยะถัดไป คือวันที่ 1 มกราคม 2567 และวันที่ 1 มกราคม 2568 ตามลำดับ
โทษกรณีไม่จัดให้มี TSM
ผู้ประกอบการขนส่งที่เข้าข่ายตามที่กฎหมายกำหนด แต่ไม่จัดให้มีบุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง จะมีความผิดตามกฎหมาย
มีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท
ซึ่งนอกจากโทษปรับแล้ว ยังอาจส่งผลกระทบต่อการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาต หรือการตรวจประเมินมาตรฐานด้านการขนส่งในอนาคตอีกด้วย
การอบรมและหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้จัดอบรม TSM
ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างการรับสมัครและคัดเลือกหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการฝึกอบรม TSM แทนกรมการขนส่งทางบก
โดยหน่วยงานที่จะจัดอบรมได้ ต้องมีคุณสมบัติสำคัญ เช่น
- เป็นนิติบุคคล
- มีความพร้อมด้านการจัดการฝึกอบรม
- มีประสบการณ์จัดการฝึกอบรมไม่น้อยกว่า 5 ปี
ส่วนวิทยากรต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด และผ่านการทดสอบความรู้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90
รายชื่อหน่วยงานและวิทยากรที่ได้รับการขึ้นทะเบียน จะประกาศอย่างเป็นทางการผ่านเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก
TSM ไม่ใช่ภาระ แต่คือการลงทุนด้านความปลอดภัย
ในมุมของผู้ประกอบการ การมี TSM อาจดูเหมือนต้นทุนเพิ่มขึ้นในระยะสั้น แต่ในระยะยาว TSM คือเครื่องมือสำคัญที่ช่วย
- ลดอุบัติเหตุและความสูญเสีย
- ลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย
- เพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและคู่ค้า
- ยกระดับภาพลักษณ์องค์กรด้านความปลอดภัย
ธุรกิจขนส่งที่เติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ได้วัดกันที่จำนวนรถเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีระบบความปลอดภัยที่ชัดเจนและตรวจสอบได้
สรุป
กรมการขนส่งทางบก ได้ย้ำชัดแล้วว่า ผู้ประกอบการขนส่งต้องมีบุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง (TSM) โดยเริ่มบังคับใช้กับผู้ประกอบการขนส่งกลุ่มแรกตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ผู้ประกอบการที่ยังไม่ตรวจสอบสถานะของตนเอง ควรเร่งดำเนินการโดยด่วน เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย และเพื่อความปลอดภัยของทุกชีวิตบนท้องถนน ความปลอดภัยในการขนส่ง ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่ง แต่คือความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งระบบ ด้วยความปรารถนาดี จาก เซฟตี้อินไทย



