ผู้เฝ้าระวังไฟ FIRE WATCH MAN - เซฟตี้อินไทย
อบรมหลักสูตรฟรี สำหรับสมาชิก          คลิกที่นี่

บทความ

ผู้เฝ้าระวังไฟ FIRE WATCH MAN



ในโลกของงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับ ประกายไฟ ความร้อน และเชื้อเพลิง ไม่ว่าจะเป็นงานเชื่อม งานตัด งานเจียร หรือแม้แต่งานเผา ล้วนมีความเสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และนี่เองคือเหตุผลที่ “ผู้เฝ้าระวังไฟ” หรือ Fire Watch Man กลายเป็นบุคคลสำคัญที่ขาดไม่ได้

ผู้เฝ้าระวังไฟ FIRE WATCH MAN

ผู้เฝ้าระวังไฟ FIRE WATCH MAN

ถ้าจะพูดกันแบบบ้าน ๆ ให้เข้าใจง่าย คนทำงานอาจจะเป็น “คนก่อประกาย” แต่ Fire Watch Man คือ “คนกันไฟลาม” นั่นเอง

บทความนี้ เซฟตี้อินไทย จะพาคุณเจาะลึกทุกมิติของผู้เฝ้าระวังไฟ ตั้งแต่ความหมาย บทบาท หน้าที่ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงแนวทางปฏิบัติที่องค์กรยุคใหม่ควรรู้

ผู้เฝ้าระวังไฟ FIRE WATCH MAN

ผู้เฝ้าระวังไฟ FIRE WATCH MAN

ความหมายของผู้เฝ้าระวังไฟ (Fire Watch Man)

ผู้เฝ้าระวังไฟ คือ บุคคลที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ เฝ้าติดตาม ตรวจสอบ และป้องกันอัคคีภัย ในระหว่างการทำงานที่ก่อให้เกิดประกายไฟหรือความร้อน (Hot Work)

โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง เช่น

  • พื้นที่ที่มีวัตถุไวไฟ
  • พื้นที่ปิด (Confined Space)
  • พื้นที่ที่มีสารเคมี
  • พื้นที่ที่ควบคุมยาก

ผู้เฝ้าระวังไฟ (Fire Watcher) หมายถึง บุคคลที่ผ่านการฝึกอบรมเฉพาะทางและได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบ ควบคุม และป้องกันการเกิดอัคคีภัยในพื้นที่ปฏิบัติงานที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีวัตถุไวไฟ พื้นที่อับอากาศ (Confined Space) หรือบริเวณที่มีการสะสมของสารเคมีและไอระเหย

หน้าที่ของเขาไม่ใช่แค่ “ยืนดู” แต่ต้อง พร้อมตอบสนองทันที เมื่อเกิดเหตุ

ความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของ Fire Watcher

การมีผู้เฝ้าระวังไฟประจำจุดงาน Hot Work มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ

  • Early Detection ตรวจพบการคุโชนหรือประกายไฟในระยะเริ่มต้นก่อนลุกลาม
  • Immediate Response ตอบโต้เหตุฉุกเฉินด้วยอุปกรณ์ดับเพลิงเบื้องต้นได้อย่างทันท่วงที
  • Regulatory Complianceปฏิบัติให้สอดคล้องกับกฎกระทรวงและมาตรฐานสากล (เช่น OSHA หรือ NFPA)
  • Loss Prevention ลดความสูญเสียต่อชีวิต ทรัพย์สิน และความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity)

ทำไม Fire Watch Man ถึงสำคัญ?

ลองนึกภาพง่าย ๆ

คุณกำลังเชื่อมเหล็กในโรงงาน… ประกายไฟกระเด็นไปโดนเศษผ้าแห้งที่มุมหนึ่ง

ถ้าไม่มีคนเฝ้า → ผ่านไป 5 นาที = ไฟลุก

ถ้ามี Fire Watch → ดับตั้งแต่ยังเป็นสะเก็ด

ความต่างอยู่ที่ “เวลา” และ “การมองเห็น”

เหตุผลหลักที่ต้องมี Fire Watch Man

  1. ลดความเสี่ยงการเกิดไฟไหม้
  2. ตรวจจับอันตรายได้เร็ว
  3. ตอบสนองเหตุฉุกเฉินทันที
  4. เป็นส่วนหนึ่งของระบบ Work Permit
  5. เป็นข้อกำหนดตามกฎหมายความปลอดภัย

งานประเภทใดต้องมีผู้เฝ้าระวังไฟ?

งานที่เรียกว่า Hot Work จะต้องมี Fire Watch เสมอ เช่น

  • งานเชื่อมโลหะ
  • งานตัดด้วยแก๊ส
  • งานเจียร
  • งานเผา
  • งานที่เกิดประกายไฟ
  • งานที่มีความร้อนสูง

โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มี

  • เชื้อเพลิง
  • ไอระเหย
  • ฝุ่นไวไฟ
พูดง่าย ๆ คือ ถ้ามี “ไฟ” หรือ “โอกาสเกิดไฟ” ต้องมี Fire Watch
ผู้เฝ้าระวังไฟ FIRE WATCH MAN

ผู้เฝ้าระวังไฟ FIRE WATCH MAN

บทบาทหน้าที่ของผู้เฝ้าระวังไฟ

หน้าที่ของ Fire Watch Man ไม่ใช่แค่เฝ้าเฉย ๆ แต่ต้อง “ทำงานเชิงรุก”

1. การเฝ้าระวังประกายไฟ (Monitoring Sparks & Hazards)

  • ภารกิจ ควบคุมและสอดส่องทิศทางของสะเก็ดไฟ (Sparks) และเศษโลหะร้อน (Slag) ไม่ให้กระเด็นไปตกในจุดเสี่ยง
  • ความสำคัญ เป็นด่านหน้าในการหยุดยั้งต้นตอของไฟก่อนที่จะเกิดการคุไหม้ โดยต้องไม่ละสายตาจากจุดปฏิบัติงาน Hot Work แม้วินาทีเดียว

2. การเตรียมอุปกรณ์ดับเพลิง (Equipment Readiness)

  • ภารกิจ จัดเตรียมถังดับเพลิง (Fire Extinguisher) ที่มีประเภทสารดับเพลิงเหมาะสมกับหน้างาน (เช่น Class ABC หรือ K) และต้องตรวจสอบให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้ 100%
  • ความสำคัญ ลดระยะเวลาในการตอบโต้ (Response Time) หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อุปกรณ์ต้องอยู่ใกล้ตัวและใช้งานได้ทันที

3. การตรวจสอบพื้นที่เสี่ยง (Area Inspection)

  • ภารกิจ สำรวจพื้นที่ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังปฏิบัติงาน รวมถึงการเคลื่อนย้ายวัตถุไวไฟออกไป หรือใช้ผ้ากันไฟ (Fire Blanket) คลุมปิดทับส่วนที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้
  • ความสำคัญ เป็นการบริหารจัดการสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย (Safe Environment) และตรวจสอบ "จุดอับ" ที่อาจมีประกายไฟลอดเข้าไป

4. การพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน (Emergency Response)

  • ภารกิจ มีความเชี่ยวชาญในการใช้ถังดับเพลิง และรู้วิธีการแจ้งเหตุฉุกเฉินตามแผนขององค์กร (Emergency Call) รวมถึงการช่วยอพยพคนหากไฟลุกลามเกินควบคุม
  • ความสำคัญ เป็นผู้ควบคุมสถานการณ์ (Scene Commander) เบื้องต้น เพื่อป้องกันไม่ให้ความเสียหายขยายวงกว้าง


ผู้เฝ้าระวังไฟ FIRE WATCH MAN

ผู้เฝ้าระวังไฟ FIRE WATCH MAN

คุณสมบัติของผู้เฝ้าระวังไฟ

1. การรับรองด้านการดับเพลิงขั้นต้น (Certified Basic Firefighting)

  • ความรู้จำเป็น ต้องเข้าใจทฤษฎีการเกิดไฟ (Fire Tetrahedron) และประเภทของไฟ (Classes of Fire) ต้องการอบรมดับเพลิงขั้นต้น คลิกที่นี่
  • ทักษะ สามารถเลือกใช้และบังคับอุปกรณ์ดับเพลิงพกพา (Portable Fire Extinguishers) ได้อย่างชำนาญตามหลักการ PASS (Pull, Aim, Squeeze, Sweep)

2. ความเข้าใจในแผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน (Emergency Action Plan Awareness)

  • ความรู้จำเป็น ต้องจดจำตำแหน่งทางหนีไฟ จุดรวมพล และขั้นตอนการตัดวงจรพลังงาน (Isolation)
  • ทักษะ ประเมินสถานการณ์ได้ว่าเมื่อใดควรสู้ (Fight) และเมื่อใดควรหมอบ/หนี (Flight) เพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น

3. ประสิทธิภาพในการสื่อสารวิกฤต (Crisis Communication Skills)

  • ความรู้จำเป็น จดจำหมายเลขสายด่วนภายในและภายนอก (อาทิ 199 หรือเบอร์ศูนย์วิทยุรปภ.)
  • ทักษะ สามารถรายงานเหตุการณ์แบบสั้น กระชับ และได้ใจความ (ใคร ทำอะไร ที่ไหน สถานการณ์เป็นอย่างไร) เพื่อให้ทีมสนับสนุนเข้าถึงพื้นที่ได้เร็วที่สุด

4. ความเชี่ยวชาญในระบบใบอนุญาตทำงาน (Work Permit System Expertise)

  • ความรู้จำเป็น เข้าใจเงื่อนไขในใบอนุญาต Hot Work Permit อย่างถ่องแท้
  • ทักษะ ตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างหน้างานจริงกับสิ่งที่ระบุไว้ในใบอนุญาต หากเงื่อนไขไม่ตรงกัน ต้องมีอำนาจสั่งระงับงานได้ทันที

5. การผ่านหลักสูตรเฉพาะทาง (Specialized Fire Watch Training)

  • ความรู้จำเป็น เทคนิคการเฝ้าระวังเชิงรุก (Proactive Watching) และการตรวจสอบหลังจบงาน (Post-work monitoring)
  • ทักษะ เป็นการบูรณาการความรู้ทั้งหมดเพื่อใช้ในการป้องกันอัคคีภัยในงานอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ ซึ่งมักต้องการใบเซอร์ฯ รับรองผลการอบรมตามกฎหมาย

Fire Watch กับระบบใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)

ในงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโรงงานใหญ่ ๆ จะมีระบบที่เรียกว่า Hot Work Permit

ซึ่ง Fire Watch เป็น “ส่วนหนึ่งของระบบนี้”

ขั้นตอนหลัก

  1. ขออนุญาตทำงาน
  2. ตรวจสอบพื้นที่
  3. จัดเตรียมอุปกรณ์
  4. แต่งตั้ง Fire Watch
  5. เริ่มงาน
  6. เฝ้าระวัง + ตรวจซ้ำ
ถ้าขาด Fire Watch → ใบอนุญาตถือว่า “ไม่สมบูรณ์”

กฎหมายที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย

กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ เกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัย พ.ศ. 2555

นี่คือกฎหมายหลักที่ออกตามความใน พ.ร.บ. ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 ซึ่งกำหนดหน้าที่ของนายจ้างไว้ดังนี้

  • มาตราที่เกี่ยวข้อง กำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้มีระบบการป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบการ
  • การควบคุมงานก่อประกายไฟ ในการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ (เช่น งานเชื่อม ตัด หรือเจียรโลหะ) นายจ้างต้องจัดให้มี "ผู้ควบคุมดูแล" หรือบุคคลที่มีหน้าที่เฝ้าระวังเพื่อความปลอดภัย
  • อุปกรณ์ดับเพลิง กฎหมายบังคับให้ต้องจัดเตรียมเครื่องดับเพลิงแบบเคลื่อนย้ายได้ (ถังดับเพลิง) ให้มีจำนวนและประเภทที่เหมาะสมกับลักษณะของเชื้อเพลิงในพื้นที่นั้นๆ และต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา

2. กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานฯ ในการทำงานเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. 2564

สำหรับงานในภาคสนามหรือไซด์งานก่อสร้าง มีข้อบังคับที่เข้มงวดขึ้นในส่วนของงานเชื่อมและตัดโลหะ

  • การเฝ้าระวังภัย ระบุชัดเจนว่าพื้นที่ที่มีการเชื่อมหรือตัดโลหะด้วยไฟฟ้าหรือก๊าซ ต้องมีมาตรการป้องกันสะเก็ดไฟ และต้องมีผู้เฝ้าระวังภัยที่มีอุปกรณ์ดับเพลิงประจำจุดงาน
  • สภาพแวดล้อม ต้องตรวจสอบพื้นที่โดยรอบว่าไม่มีวัสดุไวไฟในระยะที่สะเก็ดไฟจะกระเด็นไปถึง หากเคลื่อนย้ายไม่ได้ต้องใช้ผ้ากันไฟ (Fire Blanket) ปกคลุมให้มิดชิด

3. มาตรฐานกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (มาตรฐาน จป.)

แม้กฎหมายแม่บทจะไม่ได้ใช้คำว่า "Fire Watchman" ในทุกบรรทัด แต่ในทางปฏิบัติและแนวทางตรวจวัดความปลอดภัย (Audit) ของกรมสวัสดิการฯ จะอ้างอิงมาตรฐานดังนี้:

  • ระบบใบอนุญาตทำงาน (Work Permit System) ในงานที่มีความเสี่ยงสูง นายจ้างต้องจัดทำระบบใบอนุญาตทำงาน (Hot Work Permit) ซึ่ง "ชื่อผู้เฝ้าระวังไฟ" คือหนึ่งในข้อมูลบังคับที่ต้องระบุในใบอนุญาต หากไม่มีถือว่าการทำงานนั้นผิดขั้นตอนความปลอดภัยตามกฎหมาย
  • การฝึกอบรม กฎหมายบังคับให้นายจ้างต้องจัดให้มีการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยแก่ลูกจ้างก่อนเริ่มงาน และหากต้องทำหน้าที่เฝ้าระวังไฟ ต้องผ่านการอบรมดับเพลิงขั้นต้นตามที่กฎหมายกำหนด

4. มาตรฐานสากลที่กฎหมายไทยอนุโลมให้ใช้อ้างอิง

ในกรณีที่กฎหมายไทยอาจไม่ได้ลงรายละเอียดเชิงลึก หน่วยงานตรวจรับรองหรือบริษัทประกันภัยมักอ้างอิงมาตรฐาน NFPA 51B (Standard for Fire Prevention During Welding, Cutting, and Other Hot Work) ซึ่งกำหนดว่า:

  • ต้องมีผู้เฝ้าระวังไฟหากมีวัสดุติดไฟอยู่ในระยะ 35 ฟุต (11 เมตร) จากจุดงาน
  • ต้องเฝ้าระวังหลังเลิกงาน (Post-work Fire Watch): เป็นเวลาอย่างน้อย 30-60 นาที เพื่อตรวจสอบความร้อนสะสม (ซึ่งเป็นจุดที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยที่สุด)
หากเกิดเหตุเพลิงไหม้จากการทำงาน Hot Work แล้วตรวจพบว่า ไม่มีผู้เฝ้าระวังไฟ หรือ ผู้เฝ้าระวังไฟไม่มีคุณสมบัติ (ไม่ผ่านการอบรม) นายจ้างและผู้เกี่ยวข้องอาจมีความผิดตาม พ.ร.บ. ความปลอดภัยฯ พ.ศ. 2554 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สรุป

ผู้เฝ้าระวังไฟ (Fire Watch Man) คือ บุคคลสำคัญที่ทำหน้าที่เฝ้าดูและป้องกันการเกิดอัคคีภัยในงานที่มีประกายไฟหรือความร้อน เช่น งานเชื่อม ตัด หรือเจียร โดยต้องคอยตรวจสอบพื้นที่ เตรียมอุปกรณ์ดับเพลิง และพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินตลอดเวลา รวมถึงเฝ้าระวังต่อเนื่องหลังเลิกงานเพื่อป้องกันไฟลุกลาม ซึ่งบทบาทนี้ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสียหาย แต่ยังเป็นส่วนสำคัญตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและกฎหมายที่ทุกองค์กรต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

ผู้เฝ้าระวังไฟ ไม่ใช่แค่ตำแหน่ง แต่คือ “ระบบป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน” หากองค์กรใดมองข้าม ก็เหมือน “เปิดประตูให้ไฟเข้าบ้าน”
ผู้เฝ้าระวังไฟ Fire Watch Man
อบรมผู้เฝ้าระวังไฟ Fire Watch Man กับราคาสุดคุ้มจาก 1900.- ลดเหลือเพียง 1700.- เท่านั้น!!! จองอบรมตอนนี้
ติดต่อสอบถามคลิกไลน์ Safety In Thai
ติดต่อ-สอบถาม กดตรงนี้ได้เลยค่ะ
ติดต่อ-สอบถาม กดตรงนี้ได้เลยค่ะ