หน้าที่ Transport Safety Manager (TSM) - เซฟตี้อินไทย
อบรมหลักสูตรฟรี สำหรับสมาชิก          คลิกที่นี่

บทความ

หน้าที่ Transport Safety Manager (TSM)



Transport Safety Manager (TSM) คือใคร และทำไมผู้ประกอบการขนส่งต้องมี

หน้าที่ของ บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง Transport Safety Manager (TSM)

หน้าที่ของ บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง Transport Safety Manager (TSM)

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อุบัติเหตุจากการขนส่งทางถนนยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่สร้างความสูญเสียทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน และภาพลักษณ์ขององค์กร ภาครัฐจึงได้ออกกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการขนส่งอย่างเป็นระบบ หนึ่งในกลไกสำคัญที่ถูกกำหนดขึ้นมา คือ บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง หรือ Transport Safety Manager (TSM)

TSM ไม่ใช่เพียงตำแหน่งตามข้อกฎหมาย แต่เป็นหัวใจของระบบความปลอดภัยในการขนส่ง ผู้ที่ทำหน้าที่นี้ต้องมองภาพรวมทั้งหมด ตั้งแต่รถ คน เส้นทาง ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุ เพื่อป้องกันไม่ให้ความสูญเสียเกิดขึ้นซ้ำอีก

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจ “หน้าที่และภารกิจของ TSM” อย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้บริหาร และผู้ที่กำลังจะเข้าสู่บทบาท TSM เห็นภาพการทำงานที่ชัดเจน และนำไปปรับใช้ได้จริงในองค์กร

บทบาทหลักของ Transport Safety Manager (TSM)

ภารกิจของ TSM บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง

ภารกิจของ TSM บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง

TSM คือผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่วางแผน ควบคุม กำกับ และติดตามงานด้านความปลอดภัยในการขนส่งทางถนนของสถานประกอบการ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ลดความเสี่ยง ลดอุบัติเหตุ และสร้างระบบการขนส่งที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน

หน้าที่ของ TSM ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การตรวจรถก่อนออกเดินทาง แต่ครอบคลุมการจัดการทั้งหมด ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ดังนี้

ภารกิจของ TSM บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง

ภารกิจของ TSM บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง

1. การจัดการรถและอุปกรณ์

พื้นฐานของความปลอดภัยในการขนส่ง เริ่มต้นที่ “รถ” หากรถไม่พร้อม ความเสี่ยงย่อมเกิดขึ้นตั้งแต่ยังไม่ออกจากลานจอด หน้าที่สำคัญของ TSM ในด้านนี้ คือการทำให้รถทุกคันอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานและปลอดภัยตามมาตรฐาน

ภารกิจในกลุ่มนี้ ได้แก่

  • จัดทำแผนบำรุงรักษารถและอุปกรณ์อย่างเป็นระบบ
  • ตรวจสอบความพร้อมของรถก่อนใช้งาน
  • ตรวจสอบอุปกรณ์ความปลอดภัยที่จำเป็น เช่น ระบบเบรก ไฟส่องสว่าง ยาง ลมยาง เข็มขัดนิรภัย อุปกรณ์ฉุกเฉิน
  • จัดเก็บประวัติการซ่อมบำรุงและการตรวจสภาพรถอย่างครบถ้วน

TSM ต้องทำงานร่วมกับฝ่ายซ่อมบำรุงหรืออู่ซ่อม เพื่อให้มั่นใจว่ารถทุกคันผ่านการตรวจสอบตามแผน ไม่ใช่ซ่อมเมื่อเสีย แต่เป็นการป้องกันก่อนเกิดปัญหา

2. การจัดการผู้ขับรถ

แม้รถจะพร้อมแค่ไหน หากผู้ขับขี่ไม่พร้อม ความเสี่ยงก็ยังคงสูง หน้าที่ของ TSM จึงครอบคลุมถึงการดูแล “คนขับรถ” อย่างรอบด้าน

หน้าที่ในส่วนนี้ ได้แก่

  • กำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของพนักงานขับรถอย่างชัดเจน
  • จัดทำแผนการทำงานและตารางเวลาการขับขี่ที่เหมาะสม
  • จัดอบรมพนักงานขับรถด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
  • ตรวจสุขภาพร่างกายและสภาพจิตใจของพนักงานขับรถ
  • ตรวจวัดแอลกอฮอล์ก่อนปฏิบัติงาน
  • สุ่มตรวจสารเสพติดตามแผนที่กำหนด

TSM ต้องเข้าใจว่าอุบัติเหตุจำนวนมาก ไม่ได้เกิดจากความประมาทเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความเหนื่อยล้า ความเครียด หรือปัญหาสุขภาพของผู้ขับรถ การดูแลเชิงป้องกันจึงเป็นหัวใจสำคัญ

3. การจัดการการเดินรถ

การเดินรถที่ดี ไม่ใช่แค่ไปถึงปลายทางให้เร็วที่สุด แต่ต้อง “ปลอดภัยที่สุด” หน้าที่ของ TSM คือการควบคุมและวางแผนการเดินรถให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและความเสี่ยง

ภารกิจหลักในด้านนี้ ได้แก่

  • จัดทำแผนเส้นทางการเดินรถที่ปลอดภัย
  • ตรวจสอบและควบคุมการใช้ความเร็วของรถ
  • ติดตามสถานะการเดินรถแบบเรียลไทม์ (หากมีระบบ)
  • ประเมินความเสี่ยงของเส้นทาง เช่น จุดเสี่ยง จุดตัด ทางโค้ง พื้นที่ก่อสร้าง

TSM ต้องประสานงานกับผู้ขับรถอย่างใกล้ชิด หากเกิดสภาพอากาศแปรปรวน อุบัติเหตุบนเส้นทาง หรือเหตุฉุกเฉิน ต้องสามารถตัดสินใจและปรับแผนได้ทันที

ภารกิจของ TSM บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง

ภารกิจของ TSM บุคลากรจัดการด้านความปลอดภัยในการขนส่ง

4. การจัดการการบรรทุกและโดยสาร

การบรรทุกเกินพิกัด หรือการจัดวางสินค้าไม่เหมาะสม เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุ หน้าที่ของ TSM คือการควบคุมกระบวนการนี้ให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย

หน้าที่สำคัญ ได้แก่

  • จัดทำคู่มือปฏิบัติงานด้านการบรรทุกสินค้าและการโดยสาร
  • ตรวจสอบน้ำหนักบรรทุกไม่ให้เกินที่กฎหมายกำหนด
  • ตรวจสอบการจัดวางและยึดตรึงสินค้าให้มั่นคง
  • ตรวจสอบความปลอดภัยของผู้โดยสารในกรณีรถโดยสาร

TSM ต้องทำงานร่วมกับพนักงานโหลดสินค้า พนักงานประจำรถ และหัวหน้างาน เพื่อให้ทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างปลอดภัย ไม่เร่งรีบจนละเลยมาตรฐาน

5. การวิเคราะห์และประเมินผล

หน้าที่ที่มักถูกมองข้าม แต่มีความสำคัญอย่างยิ่ง คือการวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัย

ภารกิจในส่วนนี้ ได้แก่

  • จัดทำแผนรับมือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน
  • บริหารจัดการและประสานงานเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
  • จัดทำรายงานอุบัติเหตุอย่างเป็นระบบ
  • วิเคราะห์สาเหตุของอุบัติเหตุ
  • นำข้อมูลมาปรับปรุงและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

TSM ต้องไม่มองอุบัติเหตุเป็นเรื่องของ “ดวง” แต่ต้องมองว่า ทุกเหตุการณ์มีสาเหตุ และทุกสาเหตุสามารถนำไปใช้พัฒนาระบบให้ดีขึ้นได้

TSM กับการยกระดับองค์กรขนส่งอย่างยั่งยืน

การมี TSM ที่มีความรู้ ความเข้าใจ และทำงานอย่างจริงจัง ไม่เพียงช่วยให้องค์กรปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยลดต้นทุนจากอุบัติเหตุ ลดการหยุดชะงักของธุรกิจ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า

องค์กรที่ให้ความสำคัญกับบทบาท TSM มักพบว่า

  • อุบัติเหตุลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  • ค่าใช้จ่ายจากการซ่อมแซมและการเคลมประกันลดลง
  • พนักงานขับรถมีวินัยและทัศนคติด้านความปลอดภัยดีขึ้น
  • ภาพลักษณ์องค์กรดูเป็นมืออาชีพมากขึ้น

สรุป

Transport Safety Manager (TSM) ไม่ใช่ตำแหน่งที่มีไว้เพียงเพื่อให้ “ถูกต้องตามกฎหมาย” แต่คือผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการปกป้องชีวิตคนทำงาน ทรัพย์สิน และชื่อเสียงขององค์กร

การเข้าใจหน้าที่ของ TSM อย่างครบถ้วน และพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในตำแหน่งนี้อย่างต่อเนื่อง คือกุญแจสำคัญในการสร้างระบบขนส่งที่ปลอดภัยและยั่งยืนในระยะยาว

เซฟตี้อินไทย พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาองค์ความรู้ และจัดอบรมหลักสูตร Transport Safety Manager เพื่อยกระดับความปลอดภัยในการขนส่งขององค์กรคุณอย่างมืออาชีพ

Comments


businessman

ติดต่อสอบถามคลิกไลน์ Safety In Thai
ติดต่อ-สอบถาม กดตรงนี้ได้เลยค่ะ
ติดต่อ-สอบถาม กดตรงนี้ได้เลยค่ะ