เตรียมรับมือพายุฤดูร้อน 2569 ประเทศไทย จะร้อนกว่าปี 2568 - เซฟตี้อินไทย
อบรมหลักสูตรฟรี สำหรับสมาชิก          คลิกที่นี่

บทความ

เตรียมรับมือพายุฤดูร้อน 2569 ประเทศไทย จะร้อนกว่าปี 2568



ปี 2569 ถูกคาดการณ์ว่าอุณหภูมิในหลายพื้นที่ของประเทศไทยจะสูงกว่าปี 2568 อย่างชัดเจน โดยเฉพาะช่วงปลายฤดูร้อนที่ความร้อนสะสมในชั้นบรรยากาศเพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับสภาพอากาศแปรปรวน ทำให้ “พายุฤดูร้อน” มีแนวโน้มเกิดถี่และรุนแรงมากขึ้น หลายคนอาจมองว่าพายุฤดูร้อนเป็นเรื่องปกติของประเทศไทย แต่เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยเดิม ความรุนแรงของพายุก็ยิ่งเพิ่มตามไปด้วย

เตรียมรับมือพายุฤดูร้อน 2569 ประเทศไทย จะร้อนกว่าปี 2568

เตรียมรับมือพายุฤดูร้อน 2569 ประเทศไทย จะร้อนกว่าปี 2568


บทความนี้ เซฟตี้อินไทย จะพาเรียงลำดับทำความเข้าใจตั้งแต่ภาพรวมของสถานการณ์ สาเหตุการเกิดพายุ จังหวัดที่คาดว่าจะร้อนจัด อุณหภูมิสูงสุดและพื้นที่เสี่ยง การปฏิบัติตัวอย่างปลอดภัย ไปจนถึงแนวโน้มปริมาณฝนในปี 2569

พายุฤดูร้อนเกิดจากอะไร

พายุฤดูร้อนเกิดจากอะไร

ภาพรวมสถานการณ์พายุฤดูร้อน 2569

พายุฤดูร้อน เป็นพายุที่เกิดขึ้นในช่วงปลายฤดูหนาวต่อเนื่องเข้าสู่ฤดูร้อน โดยมักเกิดในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ถึง กลางเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงก่อนเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัว จุดเด่นของพายุประเภทนี้คือเกิดขึ้นรวดเร็ว รุนแรง และจบลงภายในเวลาไม่นาน แต่ทิ้งผลกระทบไว้ไม่น้อย

ปี 2569 แนวโน้มอุณหภูมิเฉลี่ยบริเวณประเทศไทยตอนบนอาจอยู่ที่ประมาณ 36–37 องศาเซลเซียส สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติที่ประมาณ 35.4 องศาเซลเซียส และสูงกว่าปี 2568 ในบางพื้นที่ ช่วงปลายมีนาคมถึงกลางเมษายน มีโอกาสที่อุณหภูมิสูงสุดแตะ 42–43 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันตก

เมื่ออากาศร้อนจัดต่อเนื่องหลายวัน ความกดอากาศต่ำบริเวณผิวพื้นจะพัฒนาเร็วขึ้น ส่งผลให้เกิดความไม่เสถียรในบรรยากาศ และเป็นเงื่อนไขสำคัญของการก่อตัวของพายุฤดูร้อน

พายุฤดูร้อนเกิดจากอะไร

พายุฤดูร้อน เกิดจากการพัฒนาของเมฆคิวมูลัสที่ขยายตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็นเมฆคิวมูโลนิมบัส ซึ่งเป็นเมฆฝนฟ้าคะนองขนาดใหญ่ การก่อตัวนี้ต้องอาศัยปัจจัยสำคัญ ได้แก่

  • อากาศร้อนและมีความชื้นสะสมมาก เมื่อพื้นดินได้รับความร้อนอย่างต่อเนื่อง อากาศใกล้พื้นผิวจะลอยตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • บรรยากาศไม่มีเสถียรภาพ หรือมีการไหลเวียนอากาศแนวดิ่งแรง เมื่ออากาศร้อนลอยตัวขึ้นไปชนกับอากาศเย็นด้านบน จะเกิดการควบแน่นและพัฒนาเป็นเมฆหนาแน่น
  • มีปัจจัยกระตุ้น เช่น ร่องความกดอากาศต่ำ หรือลมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปะทะกับมวลอากาศร้อน

ลักษณะอากาศก่อนเกิดพายุฤดูร้อนมักมีสัญญาณเตือนล่วงหน้า เช่น อากาศร้อนอบอ้าวมากผิดปกติ ลมสงบในช่วงเช้า ท้องฟ้ามัว มีเมฆก่อตัวหนาแน่นในช่วงบ่าย และลมเริ่มพัดกระโชกแรงแบบเป็นช่วง ๆ ก่อนเกิดฝนฟ้าคะนอง

จังหวัดที่คาดว่าจะร้อนที่สุดในปี 2569

จังหวัดที่คาดว่าจะร้อนที่สุดในปี 2569

จังหวัดที่คาดว่าจะร้อนที่สุดในปี 2569

จากแนวโน้มข้อมูลภูมิอากาศ ภาคเหนือและภาคตะวันตกยังคงเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสเผชิญอุณหภูมิสูงที่สุดในประเทศ โดยจังหวัดที่มีความเสี่ยงอุณหภูมิสูงเกิน 42 องศาเซลเซียส ได้แก่

  • แม่ฮ่องสอน
  • ลำปาง
  • ตาก

พื้นที่เหล่านี้มีลักษณะภูมิประเทศเป็นแอ่งกระทะ หรือมีภูเขาล้อมรอบ ทำให้ความร้อนสะสมได้ง่าย เมื่อประกอบกับความแห้งแล้งและความชื้นต่ำในบางช่วง อุณหภูมิพื้นผิวจะเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ภาคกลางตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางส่วน ก็มีแนวโน้มร้อนจัดในบางวัน โดยเฉพาะช่วงปลายมีนาคมถึงเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์ตั้งฉากใกล้ประเทศไทย

อุณหภูมิสูงสุดและพื้นที่ได้รับผลกระทบ

อุณหภูมิสูงสุดและพื้นที่ได้รับผลกระทบ

อุณหภูมิสูงสุดและพื้นที่ได้รับผลกระทบ

ปี 2569 คาดว่าอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยในประเทศไทยตอนบนจะอยู่ที่ประมาณ 36–37 องศาเซลเซียส และในบางพื้นที่อาจพุ่งสูงถึง 42–43 องศาเซลเซียส

ระดับอุณหภูมิสามารถแบ่งผลกระทบได้คร่าว ๆ ดังนี้

  • ตั้งแต่ 38.0–39.9 องศาเซลเซียส ถือว่าร้อนจัด ส่งผลให้ประชาชนเริ่มมีความเสี่ยงต่อภาวะอ่อนเพลียจากความร้อน
  • ตั้งแต่ 40.0–41.9 องศาเซลเซียส จัดว่าอันตราย เพิ่มความเสี่ยงโรคลมแดด โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ทำงานกลางแจ้ง
  • ตั้งแต่ 42.0 องศาเซลเซียสขึ้นไป ถือว่าร้อนจัดมาก เสี่ยงต่อฮีทสโตรก ระบบหัวใจและหลอดเลือดทำงานหนัก
พื้นที่ภาคเหนือตอนบน และฝั่งตะวันตกจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางบางส่วน ความร้อนสะสมยังเพิ่มความเสี่ยงไฟป่าและหมอกควันในหลายจังหวัด
การปฏิบัติตัวให้ปลอดภัยจากพายุฤดูร้อน

การปฏิบัติตัวให้ปลอดภัยจากพายุฤดูร้อน

การปฏิบัติตัวให้ปลอดภัยจากพายุฤดูร้อน

เมื่อเข้าสู่ช่วงพายุฤดูร้อน ควรเตรียมความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างอาคารและพฤติกรรมส่วนบุคคล

  • อาคารสูงหรือบ้านที่ตั้งอยู่ในพื้นที่โล่ง ควรติดตั้งสายล่อฟ้าเพื่อลดความเสี่ยงจากฟ้าผ่า ตรวจสอบโครงสร้างหลังคาและส่วนต่อเติมให้แข็งแรง เพราะลมกระโชกแรงสามารถสร้างความเสียหายได้ในเวลาไม่กี่นาที
  • หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าขณะเกิดฝนฟ้าคะนอง โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับสายไฟโดยตรง ควรถอดปลั๊กหรือปิดสวิตช์หลักเพื่อลดความเสี่ยงไฟฟ้าลัดวงจร
  • หากอยู่กลางแจ้ง ควรรีบเข้าอาคารที่มั่นคงแข็งแรง ไม่หลบใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา หรือโครงสร้างที่ไม่มั่นคง
  • ระวังลูกเห็บที่อาจตกลงมาพร้อมพายุ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลูกเห็บสามารถทำให้หลังคาเสียหายและก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย
  • ในช่วงที่มีฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า ควรงดกิจกรรมกลางแจ้งทั้งหมด รวมถึงการใช้งานเครื่องมือโลหะหรืออุปกรณ์ที่เป็นสื่อนำไฟฟ้า
แนวโน้มปริมาณฝนฤดูร้อน 2569

แนวโน้มปริมาณฝนฤดูร้อน 2569

แนวโน้มปริมาณฝนฤดูร้อน 2569

  • แม้จะร้อนกว่าปี 2568 แต่ปริมาณฝนรวมเฉลี่ยช่วงฤดูร้อนปี 2569 มีแนวโน้มต่ำกว่าค่าปกติประมาณ 30–40 เปอร์เซ็นต์
  • ช่วงมีนาคมถึงกลางเมษายน จะมีพายุฤดูร้อนเป็นระยะ ทำให้เกิดฝนฟ้าคะนองเฉพาะพื้นที่
  • ปลายเมษายนถึงพฤษภาคม ปริมาณฝนฟ้าคะนองจะเพิ่มขึ้น โดยบางพื้นที่อาจมีฝนครอบคลุม 20–30 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่
  • เข้าสู่เดือนพฤษภาคม แนวโน้มฝนจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะฝั่งตะวันตกที่อาจมีฝนตกหนักร้อยละ 60–80 ของพื้นที่ เป็นสัญญาณเข้าสู่ฤดูฝน
อย่างไรก็ตาม การที่ปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงต้นฤดูร้อน อาจทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำในบางพื้นที่ และเพิ่มความเสี่ยงไฟป่าและฝุ่นละออง

สรุป

ประเทศไทยในปี 2569 มีแนวโน้มร้อนกว่าปี 2568 อย่างชัดเจน โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคตะวันตกที่อาจเผชิญอุณหภูมิสูงเกิน 42 องศาเซลเซียส พายุฤดูร้อนยังคงเกิดในช่วงกลางกุมภาพันธ์ถึงกลางพฤษภาคม และอาจมีความรุนแรงมากขึ้นจากความร้อนสะสม

การเตรียมพร้อมจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว ทั้งการดูแลสุขภาพ ปรับเวลาทำงานกลางแจ้ง ตรวจสอบโครงสร้างอาคาร และติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด

เมื่อเข้าใจลำดับสถานการณ์ตั้งแต่สาเหตุการเกิดพายุ พื้นที่เสี่ยง อุณหภูมิสูงสุด ไปจนถึงแนวโน้มฝน เราจะสามารถวางแผนรับมือได้อย่างเป็นระบบ ลดความเสียหาย และรักษาความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพในฤดูร้อนปี 2569 ที่กำลังจะมาถึง

ที่มา กรมอุตินิยมวิทยา คาดหมายเข้าสู่ฤดูร้อน 2569

ติดต่อสอบถามคลิกไลน์ Safety In Thai
ติดต่อ-สอบถาม กดตรงนี้ได้เลยค่ะ
ติดต่อ-สอบถาม กดตรงนี้ได้เลยค่ะ