สิ่งที่จป.ต้องทำ ก่อนสงกรานต์ เพื่อป้องกันไฟไหม้ ในสถานประกอบกิจการ - เซฟตี้อินไทย
อบรมหลักสูตรฟรี สำหรับสมาชิก          คลิกที่นี่

บทความ

สิ่งที่จป.ต้องทำ ก่อนสงกรานต์ เพื่อป้องกันไฟไหม้ ในสถานประกอบกิจการ



ช่วงเทศกาลสงกรานต์ถือเป็น “ช่วงเวลาทองของการหยุดยาว” ที่หลายคนรอคอย แต่ในมุมของความปลอดภัย โดยเฉพาะสำหรับเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน (จป.) นี่กลับเป็น “ช่วงเสี่ยงสูง” ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสถานประกอบกิจการจำนวนมากหยุดดำเนินงาน เครื่องจักรถูกปิด แต่ความเสี่ยงจากอัคคีภัยกลับไม่ได้หยุดตาม

สิ่งที่จป.ต้องทำ ก่อนสงกรานต์ เพื่อป้องกันไฟไหม้ ในสถานประกอบกิจการ

สิ่งที่จป.ต้องทำ ก่อนสงกรานต์ เพื่อป้องกันไฟไหม้ ในสถานประกอบกิจการ

หลายเหตุการณ์ไฟไหม้ที่เกิดขึ้นในช่วงวันหยุดยาว มักไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดขนาดใหญ่ แต่เกิดจาก “รายละเอียดเล็ก ๆ” ที่ถูกมองข้าม เช่น อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ยังมีกระแสไฟค้างอยู่ ฝุ่นสะสมในตู้ไฟ หรือการจัดเก็บวัตถุไวไฟที่ไม่เหมาะสม

บทความนี้จะพาไปดู checklist สำคัญที่ จป. ต้องดำเนินการก่อนเข้าสู่ช่วงหยุดสงกรานต์ เพื่อให้สถานประกอบกิจการปลอดภัย ลดความเสี่ยง และสอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติด้านความปลอดภัยตามมาตรฐาน

ทำไมช่วงสงกรานต์ถึงเสี่ยงไฟไหม้มากกว่าปกติ

ในเชิงพฤติกรรมองค์กร ช่วงก่อนวันหยุดยาวมักเกิด “ความเร่งรีบ” ทั้งการปิดงาน เคลียร์เอกสาร และเตรียมตัวเดินทาง ส่งผลให้ขั้นตอนด้านความปลอดภัยถูกลดความสำคัญลงโดยไม่รู้ตัว

อีกทั้งเมื่อสถานที่ไม่มีคนอยู่

  • ไม่มีผู้ตรวจพบความผิดปกติได้ทันเวลา
  • ไม่มีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า
  • หากเกิดเหตุจะลุกลามได้เร็ว
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ จป. ต้อง “ทำงานหนักก่อนหยุด” เพื่อให้ช่วงที่ไม่มีคนอยู่ กลายเป็นช่วงที่ปลอดภัยที่สุด

ตรวจสอบตู้เมนไฟฟ้า (MDB)

ระบบไฟฟ้าถือเป็นต้นตอหลักของการเกิดไฟไหม้ในสถานประกอบกิจการ โดยเฉพาะตู้ MDB ซึ่งเป็นจุดรวมกระแสไฟฟ้าทั้งระบบ

ตรวจสอบตู้เมนไฟฟ้า (MDB) และ  ตรวจสอบเครื่องจักรและเครื่องใช้ไฟฟ้า

ตรวจสอบตู้เมนไฟฟ้า (MDB) และ ตรวจสอบเครื่องจักรและเครื่องใช้ไฟฟ้า


สิ่งที่ต้องตรวจสอบ

  • ตรวจสภาพตู้เมนและเบรกเกอร์

ควรตรวจดูว่ามีร่องรอยความเสียหายหรือไม่ เช่น รอยไหม้ กลิ่นผิดปกติ หรือเสียงผิดปกติจากอุปกรณ์ไฟฟ้า หากพบต้องดำเนินการแก้ไขทันที

  • กำจัดฝุ่นและสิ่งสกปรก

ฝุ่นละอองในตู้ไฟเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงของการลัดวงจร โดยเฉพาะในพื้นที่โรงงานที่มีฝุ่นสะสมสูง

  • ตรวจความแน่นของจุดเชื่อมต่อ

จุดต่อสายไฟที่หลวมอาจทำให้เกิดความร้อนสะสม และกลายเป็นต้นเหตุของไฟไหม้ได้

ตรวจสอบเครื่องจักรและเครื่องใช้ไฟฟ้า

หนึ่งในความผิดพลาดที่พบได้บ่อยคือ “คิดว่าปิดเครื่องแล้วคือปลอดภัย” แต่ในความจริง เครื่องจักรจำนวนมากยังคงมีกระแสไฟฟ้าค้างอยู่

สิ่งที่ต้องดำเนินการ

  • ปิดเบรกเกอร์เครื่องจักร

ไม่ใช่แค่ปิดสวิตช์ แต่ต้องตัดกระแสไฟที่ต้นทาง

  • ถอดปลั๊กเครื่องมือไฟฟ้า

เครื่องมือขนาดเล็ก เช่น สว่าน เครื่องตัด หากเสียบปลั๊กค้างไว้ อาจเกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้

  • ไม่เสียบปลั๊กทิ้งไว้

แม้จะไม่ได้ใช้งาน แต่ปลั๊กที่เสียบทิ้งไว้ก็ยังมีความเสี่ยง


หลักการที่ใช้กันมาอย่างยาวนานคือ “Lockout ก่อนหยุด คือความปลอดภัยหลังหยุด”การตัดพลังงานทุกชนิดจึงเป็นหัวใจสำคัญ


ตรวจสอบระบบดับเพลิงและสัญญาณเตือน

ระบบป้องกันอัคคีภัยไม่ควรอยู่ในสถานะ “ติดตั้งแล้วจบ” แต่ต้องอยู่ในสถานะ “พร้อมใช้งานเสมอ”

ตรวจสอบระบบดับเพลิงและสัญญาณเตือน และ สำรวจจุดเสี่ยงและจัดการเชื้อเพลิง

ตรวจสอบระบบดับเพลิงและสัญญาณเตือน และ สำรวจจุดเสี่ยงและจัดการเชื้อเพลิง


สิ่งที่ต้องตรวจสอบ

  • ปั๊มน้ำดับเพลิง

ตรวจสอบแรงดันและการทำงานของระบบว่าพร้อมใช้งานหรือไม่

  • ระบบ Fire Alarm

ตรวจสอบว่าเซ็นเซอร์ยังทำงาน ตรวจจับได้ และไม่มีการปิดระบบโดยไม่ได้ตั้งใจ

  • ถังดับเพลิง

ต้องอยู่ในตำแหน่งที่เข้าถึงง่าย และอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน ดูข้อมูลที่นี่


สำรวจจุดเสี่ยงและจัดการเชื้อเพลิง

ไฟจะเกิดไม่ได้หากไม่มี “เชื้อเพลิง” ดังนั้น การควบคุมเชื้อเพลิงจึงเป็นอีกหัวใจสำคัญ


สิ่งที่ต้องดำเนินการ

  • จัดเก็บวัตถุไวไฟให้ห่างจากแหล่งความร้อน

เช่น น้ำมัน สารเคมี หรือวัสดุที่ติดไฟง่าย

  • แยกพื้นที่จัดเก็บสารเคมี

ควรจัดเก็บตามประเภทและมีระบบระบายอากาศที่เหมาะสม

  • กำจัดวัสดุที่ติดไฟง่าย

เช่น เศษกระดาษ เศษไม้ ใบไม้ หรือขยะสะสม

แนวคิดพื้นฐานของงานความปลอดภัยคือ “ลดเชื้อเพลิง = ลดโอกาสเกิดไฟ”


จัดระบบเฝ้าระวังในช่วงวันหยุด

แม้จะเตรียมทุกอย่างดีแล้ว แต่การไม่มีคนดูแลเลยก็ยังมีความเสี่ยง

จัดระบบเฝ้าระวังในช่วงวันหยุด

จัดระบบเฝ้าระวังในช่วงวันหยุด


สิ่งที่ควรดำเนินการ

  • จัดเจ้าหน้าที่ตรวจตรา

อาจเป็นรปภ. หรือเจ้าหน้าที่เวร ที่มีหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่เป็นระยะ

  • กำหนดแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน

ต้องมีช่องทางการแจ้งเหตุ และรายชื่อผู้รับผิดชอบชัดเจน

  • เตรียมเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน
  • ดับเพลิง โทร 199
  • ตำรวจ โทร 191
  • การแพทย์ฉุกเฉิน โทร 1669
การมีระบบเฝ้าระวัง คือการ “ซื้อเวลา” ให้สามารถควบคุมเหตุได้ก่อนลุกลาม


บทบาทของ จป. ที่มากกว่าแค่ “ตรวจ”

ในอดีตหลายองค์กรอาจมองว่า จป. คือผู้ตรวจสอบแต่ในปัจจุบัน จป. คือ “ผู้วางระบบป้องกัน”

โดยเฉพาะในช่วงก่อนหยุดยาวจป. ต้องทำหน้าที่เป็นเหมือน “ด่านสุดท้าย” ที่คอยเช็กทุกความเสี่ยงก่อนที่องค์กรจะปิดทำการ

การทำ checklist ไม่ใช่แค่การติ๊กถูกแต่คือการ “คิดแทนเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้น”

ถ้าไฟไหม้ตอนนี้ จะเกิดจากอะไร

ถ้าไม่มีคนอยู่ จะรู้ได้ยังไง

ถ้าเกิดเหตุ จะควบคุมได้หรือไม่

คำถามเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้ จป. มืออาชีพแตกต่าง

สรุปแนวทางสำคัญก่อนหยุดสงกรานต์

ก่อนปิดโรงงานหรือสถานประกอบกิจการ

ควรตรวจสอบให้ครบทั้ง 5 ด้าน

  • ระบบไฟฟ้า ต้องปลอดภัย ไม่มีจุดเสี่ยง
  • เครื่องจักร ต้องตัดพลังงานทั้งหมด
  • ระบบดับเพลิง ต้องพร้อมใช้งาน
  • เชื้อเพลิง ต้องถูกจัดการอย่างเหมาะสม
  • การเฝ้าระวัง ต้องมีแผนรองรับ


สุดท้ายแล้วความปลอดภัยไม่ได้เกิดจาก “การแก้ปัญหาเก่ง”แต่เกิดจาก “การไม่ปล่อยให้ปัญหาเกิดขึ้น” และช่วงสงกรานต์ คือ บททดสอบสำคัญของระบบความปลอดภัยในองค์กร

ถ้าคุณเป็น จป.นี่คือช่วงเวลาที่คุณต้องถามตัวเองว่า“เราป้องกันดีพอแล้ว…หรือแค่หวังว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้น?”

ผู้เฝ้าระวังไฟ Fire Watch Man (12 ชั่วโมง)
ผู้เฝ้าระวังไฟ Fire Watch Man (12 ชั่วโมง) จองอบรมตอนนี้
ติดต่อสอบถามคลิกไลน์ Safety In Thai
ติดต่อ-สอบถาม กดตรงนี้ได้เลยค่ะ
ติดต่อ-สอบถาม กดตรงนี้ได้เลยค่ะ