แนวทางการรับมือเมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ในโรงงาน
เหตุเพลิงไหม้โกดังโรงงาน เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงด้านอัคคีภัยในภาคอุตสาหกรรมได้อย่างชัดเจน เหตุการณ์นี้ไม่ได้สร้างเพียงความเสียหายต่อทรัพย์สินของสถานประกอบกิจการเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อชีวิตพนักงาน ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง
บทความนี้จาก เซฟตี้อินไทย จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุไฟไหม้ในโรงงาน แนวทางการรับมืออย่างถูกต้อง และสิ่งที่ทั้งผู้ปฏิบัติงานและประชาชนควรรู้ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในชีวิตและการทำงาน
ความรุนแรงของไฟไหม้ในโรงงานอุตสาหกรรม
ไฟไหม้ในโรงงานมีความแตกต่างจากไฟไหม้ทั่วไป เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงหลายประการที่ทำให้สถานการณ์รุนแรงและควบคุมได้ยากกว่า
- ประการแรก คือ ปริมาณเชื้อเพลิงจำนวนมาก โรงงานหรือโกดังมักมีการเก็บวัตถุดิบ เช่น พลาสติก สารเคมี สิ่งทอ หรือวัสดุติดไฟง่าย ซึ่งสามารถเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เมื่อเกิดการลุกไหม้ จะทำให้ไฟลามอย่างรวดเร็ว
- ประการที่สอง คือ การมีสารเคมีอันตราย เมื่อเกิดการเผาไหม้ สารเคมีเหล่านี้อาจเปลี่ยนสภาพเป็นก๊าซพิษหรือควันพิษที่เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจและร่างกาย
- ประการที่สาม คือ โครงสร้างขนาดใหญ่และซับซ้อนของโรงงาน ทำให้การเข้าถึงจุดเกิดเหตุทำได้ยาก และอาจเกิดการพังถล่มของโครงสร้างเพิ่มความเสี่ยงให้กับผู้ปฏิบัติงานและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง
- ประการสุดท้าย คือ ผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ ไม่ใช่เพียงผู้ที่อยู่ในโรงงานเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่ควันพิษและสารเคมีสามารถแพร่กระจายไปในอากาศ ส่งผลต่อประชาชนในบริเวณใกล้เคียงได้
ผลกระทบต่อสุขภาพจากเหตุเพลิงไหม้
เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้ อันตรายที่ตามมาไม่ได้มีเพียงเปลวไฟ แต่ยังรวมถึงควันและสารพิษที่เกิดจากการเผาไหม้ ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
- ผิวหนังไหม้ บวม แดง เกิดจากการสัมผัสความร้อนโดยตรง หรือการสัมผัสสารเคมีที่ปนเปื้อนในอากาศ
- เวียนศีรษะ หน้ามืด มึนงง มักเกิดจากการสูดดมก๊าซพิษ เช่น คาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งทำให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
- แสบตา ตาแดง น้ำตาไหล ควันไฟมีสารระคายเคืองสูง ส่งผลต่อดวงตาโดยตรง
- ไอ สำลักควัน หมดสติ เป็นอาการที่รุนแรงและอันตรายที่สุด หากได้รับควันในปริมาณมากอาจทำให้หมดสติหรือเสียชีวิตได้
- การได้รับสารเคมีโดยไม่รู้ตัว บางกรณีอาจไม่มีอาการทันที แต่จะเริ่มแสดงอาการภายหลัง เช่น ระคายเคือง หายใจลำบาก หรือมีผลต่อระบบภายในร่างกาย
การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเกิดเหตุ
การช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างถูกต้องสามารถลดความรุนแรงของอาการและช่วยชีวิตผู้ประสบเหตุได้
- กรณีผิวหนังสัมผัสความร้อนหรือสารเคมี ควรรีบล้างด้วยน้ำสะอาดทันทีอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 15 นาที และถอดเสื้อผ้าที่ปนเปื้อนออกโดยเร็ว หลีกเลี่ยงการใช้สารอื่นโดยไม่จำเป็น
- กรณีควันเข้าตา ล้างตาด้วยน้ำสะอาดโดยให้น้ำไหลผ่านตาอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 15 นาที และหลีกเลี่ยงการขยี้ตา
- กรณีสูดควันเข้าไป ต้องรีบนำผู้ป่วยออกจากพื้นที่ไปยังบริเวณที่มีอากาศบริสุทธิ์ หากพบว่าไม่หายใจหรือไม่มีชีพจร ควรทำ การช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) และรีบแจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน
บทบาทของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.)
ในสถานการณ์ไฟไหม้ จป. มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการควบคุมสถานการณ์และลดความสูญเสีย
- ต้องสามารถประเมินสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว เช่น ระดับความรุนแรงของไฟ และประเภทของสารที่เกี่ยวข้อง
- ต้องสั่งการอพยพอย่างเป็นระบบ โดยใช้เส้นทางหนีไฟที่กำหนดไว้
- ต้องตรวจสอบจำนวนพนักงานเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีผู้ใดตกค้างในพื้นที่
- ต้องประสานงานกับหน่วยงานภายนอก เช่น หน่วยดับเพลิง โรงพยาบาล
- และต้องควบคุมพื้นที่ไม่ให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในเขตอันตราย
แนวทางปฏิบัติสำหรับประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง
ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้โรงงานถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบจากควันและสารพิษ
- ควรสวมหน้ากากป้องกันควัน โดยเฉพาะหน้ากากที่มีแผ่นกรอง
- หลีกเลี่ยงการออกนอกอาคารในช่วงที่มีควันหนาแน่น
- ปิดประตูและหน้าต่างให้มิดชิด เพื่อลดการนำควันเข้าสู่ภายในบ้าน
- เตรียมสิ่งของจำเป็นสำหรับการอพยพ เช่น เอกสารสำคัญ น้ำดื่ม และยา
- ติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
ข้อควรระวังหลังเหตุไฟไหม้
แม้ไฟจะดับลงแล้ว แต่ความเสี่ยงยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะจากสารพิษที่ตกค้างในสิ่งแวดล้อม
- ควรสวมหน้ากากที่มีแผ่นกรองคาร์บอนเมื่อต้องออกนอกอาคาร
- หลีกเลี่ยงการใช้น้ำฝน เนื่องจากอาจปนเปื้อนสารเคมี
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่นหรือสิ่งตกค้างจากเหตุการณ์
- และควรทำความสะอาดพื้นที่อย่างเหมาะสม
การเฝ้าระวังอาการหลังได้รับควันหรือสารพิษ
อาการบางอย่างอาจไม่แสดงทันที จึงควรสังเกตอาการของตนเองอย่างน้อย 48 ชั่วโมง
หากมีอาการหายใจลำบาก แน่นหน้าอก เวียนศีรษะเรื้อรัง หรือระคายเคืองตาอย่างต่อเนื่อง ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
มาตรการป้องกันที่สถานประกอบกิจการควรมี
เพื่อป้องกันเหตุการณ์ไฟไหม้ โรงงานควรมีระบบและมาตรการด้านความปลอดภัยที่ได้มาตรฐาน
- ติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัติ เช่น ระบบสปริงเกลอร์
- จัดเก็บสารเคมีอย่างเป็นระบบและแยกประเภทอย่างเหมาะสม
- มีการฝึกซ้อมอพยพหนีไฟอย่างสม่ำเสมอ
- จัดทำแผนฉุกเฉินที่ชัดเจนและให้พนักงานทุกคนเข้าใจ
- ตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ดับเพลิงอย่างต่อเนื่อง
บทเรียนจากเหตุการณ์เพลิงไหม้
ความประมาทเพียงเล็กน้อยสามารถนำไปสู่ความเสียหายอย่างมหาศาล ระบบความปลอดภัยที่มีอยู่ต้องสามารถใช้งานได้จริง และความรู้ด้านความปลอดภัยต้องถูกถ่ายทอดไปยังทุกคนในองค์กร ไม่ใช่เฉพาะ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัย เท่านั้น
ที่มา กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม , โรครว้ายๆวัยทำงาน
สรุป
เหตุเพลิงไหม้ในโรงงานไม่ใช่เรื่องไกลตัว และสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การเตรียมความพร้อมทั้งในระดับองค์กรและระดับบุคคลจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
การมีความรู้ ความเข้าใจ และการปฏิบัติอย่างถูกต้อง จะช่วยลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เซฟตี้อินไทย มุ่งหวังให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัย และร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน

